วันที่พิมพ์ : พฤษภาคม 2552

Scan this QR Code

with your smartphone to save URL.

ล่องคลื่นโลกาภิวัตน์ 2: Hot, Round, and Crowded

Hot, Round & Crowded

คำนำ

การต่อสู้เรื่อง ‘เขียว’ จะเป็นเอกลักษณ์ของยุคต้นศตวรรษที่ 21 ในทำนองเดียวกันกับที่การต่อสู้เรื่อง ‘แดง’ (ลัทธิคอมมิวนิสต์) ได้มอบความหมายให้กับครึ่งสุดท้ายของศตวรรษที่ 20 มาแล้ว

ธอมัส ฟรีดแมน (Thomas Friedman) นักหนังสือพิมพ์เจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์และผลงานเบสต์เซลเลอร์เรื่อง The World is Flat (โลกแบน) ประกาศประโยคข้างต้นไว้ในหนังสือเล่มล่าสุด ชื่อ Hot, Flat, and Crowded (ร้อน, แบน และแออัด)

ฟรีดแมนเพิ่มคำว่า ‘ร้อน’ (hot) และ ‘แออัด’ (crowded) เข้ามาขนาบข้างคำว่า ‘แบน’ (flat) ที่เขาทำให้ฮิตติดปากคนทั่วโลก เพื่อต่อยอดความคิดของเขาใน โลกแบน ว่า กระแสโลกาภิวัตน์กำลังช่วยสร้างพลเมือง ‘ชนชั้นกลาง’ จำนวนมหาศาลในประเทศใหญ่ ตั้งแต่อินเดีย จีน บราซิล รัสเซีย ไปจนถึงประเทศเกิดใหม่ในยุโรปตะวันออก ปัญหาคือพวกเขาเหล่านี้ใช้ชีวิตเหมือนกับพลเมืองในประเทศร่ำรวยอย่างอเมริกาและยุโรป ในยุคที่ภาวะโลกร้อนปะทุเป็นปัญหาเร่งด่วนระดับโลก ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่ากว่าจะถึงปี 2020 โลกจะมีประชากรเพิ่มอีก 1 พันล้านคน ฟรีดแมนคำนวณให้ดูในหนังสือว่า ถ้าเราแจกหลอดไฟขนาด 60 วัตต์ให้คน 1 พันล้านคนนั้นคนละดวง โลกก็ต้องมีโรงไฟฟ้าพลังถ่านหินขนาด 500 เมกะวัตต์เพิ่มอีกถึง 20 โรง เพียงเพื่อให้ประชากรใหม่แต่ละคนเปิดไฟเพียงดวงเดียว

ฟรีดแมนอธิบายว่า ทุกคนต้องยอมรับความจริงว่าหมดยุคน้ำมันราคาถูกแล้ว และเราไม่อาจทนเห็นเทคโนโลยีที่ก่อมลพิษได้อีก กล่าวเฉพาะอเมริกา ฟรีดแมนชี้ว่าอุตสาหกรรมพลังงานโดยรวมของประเทศทั้งล้าหลังและสายตาสั้น เขาเสนอว่าชาวอเมริกันจะต้องร่วมมือกันค้นหาวิธีเปลี่ยนอุตสาหกรรมพลังงานที่ทำลายสภาพภูมิอากาศอย่างเร่งด่วน และประสานงานกันอย่างเข้มข้นและเป็นระบบมากกว่าในปัจจุบัน ตั้งแต่นโยบายรัฐลงมาจนถึงระดับผู้บริโภค ไม่ใช่ทำแบบสะเปะสะปะต่างคนต่างทำดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ในฐานะสมาชิกเสียงดังของประเทศมหาอำนาจ ฟรีดแมนบอกว่าอเมริกาจะต้องมี “ปฏิวัติเขียว” ครั้งใหญ่ เคลื่อนระบอบเศรษฐกิจออกจากเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างเร่งด่วน เพื่อกอบกู้โลกจากภาวะโลกร้อน และทำให้อเมริกาเป็นผู้นำโลกอย่างเต็มภาคภูมิอีกครั้งหนึ่ง

ในฐานะสมาชิกเสียงเบาของประเทศ “รายได้ปานกลาง” ในนิยามของธนาคารโลก และเป็นประเทศที่พื้นผิวยังไม่ ‘แบน’ เท่ากับโลกในมุมมองของฟรีดแมน ผู้เขียนเชื่อว่าถึงแม้ว่าฟรีดแมนจะเขียนหนังสือและมองโลกผ่านเลนส์ของโอกาสทางธุรกิจและการเมืองของอเมริกาเป็นหลัก รูปโฉมของอเมริกาใหม่ที่เขาปรารถนาจะเห็นนั้นก็จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศอื่นๆ ด้วย เพราะจะช่วยเยียวยาโลก สร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับพลเมือง และอาจเป็นถึงตัวอย่างของ “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ที่เกิดขึ้นจริงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลก

การพัฒนาอย่างยั่งยืนแตกต่างจากวิถีการพัฒนาที่แล้วมา เช่นในกรอบคิดของฉันทมติวอชิงตันหรือเศรษฐกิจแบบอุตสาหกรรมนำที่กำลังจะผ่านเลยไป ตรงที่ไม่มีลักษณะ ‘สำเร็จรูป’ ตายตัว ระบอบเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของแต่ละประเทศอาจมีส่วนคล้ายกันในหลักการใหญ่ เช่น ใช้พลังงานทดแทน อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่ในรายละเอียดอาจแตกต่างกันไกลลิบ

แท้ที่จริง ความหลากหลายทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสังคม ตั้งแต่ระดับโลกย่อยลงไปถึงระดับท้องถิ่น เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ไม่ต่างจากที่ความหลากหลายทางชีวภาพเป็นความลับของธรรมชาติ ที่ทำให้ระบบนิเวศดำรงอย่างมีสมดุลต่อเนื่องยาวนาน ก่อนที่มนุษย์จะแทรงแซงจนเสียสมดุลไปแล้วหลายแห่ง

ในรายละเอียด การพัฒนาอย่างยั่งยืนของแต่ละประเทศควรจะสอดคล้องและหนุนเสริมวัฒนธรรม สังคม และการเมืองของประเทศนั้นๆ

สำหรับประเทศกำลังพัฒนาอย่างไทย ผู้เขียนเชื่อว่าการพัฒนาอย่างยั่งยืนจะต้องมีทั้ง ‘เป้าหมาย’ และ ‘กระบวนการ’ ที่มุ่งไปสู่การช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคมเป็นพิเศษ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้และสถาปนาความเป็นธรรมในสังคม ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจสร้างสรรค์จะต้องไม่เอาเปรียบภูมิปัญญาชาวบ้านที่เป็นแรงบันดาลใจ ธุรกิจท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์จะต้องทำให้ชุมชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมและส่วนแบ่งอย่างเป็นธรรม โครงการพลังงานทดแทนควรจัดการแบบกระจายศูนย์ เน้นเทคโนโลยีเหมาะสมที่ชาวบ้านบริหารจัดการเองได้ด้วยต้นทุนต่ำ

ในคำนำหนังสือเรื่อง ล่องคลื่นโลกาภิวัตน์ 1: The World is Round ผู้เขียนทิ้งท้ายไว้ว่า

“หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นส่วนเล็กๆ ที่ช่วยให้ผู้อ่านทุกท่านล่องคลื่นโลกาภิวัตน์อย่างรู้เท่าทันมากขึ้น มีอาการเมาเรือน้อยลงกว่าเดิม และสะกิดใจให้พวกเราทุกคนช่วยกันคิดหาหนทางที่เรือลำเล็กชื่อประเทศไทย จะสามารถล่องกระแสอันเชี่ยวกรากนี้ได้อย่างยั่งยืน และไม่ทอดทิ้งผู้ยากไร้ทั้งหลาย ผู้ไม่มีวันเข้าถึงประโยชน์ของโลกาภิวัตน์โดยลำพังได้ ไว้กลางทะเลลึก”

ความหวังข้างต้นของผู้เขียนยังเป็นจริงสำหรับหนังสือ ‘ตอนต่อ’ เล่มนี้ แต่ผู้เขียนหวังว่าผู้อ่านทุกท่านจะพอมองเห็น ‘ทิศทาง’ ที่เราควรจะแล่นเรือชื่อประเทศไทยในกระแสโลกาภิวัตน์ได้ดีกว่าเล่มก่อน ขีดเส้นใต้คำว่า ‘ยั่งยืน’ ให้เห็นอย่างเด่นชัดกว่าเดิม

เพราะปัญหาเร่งด่วนจำนวนมาก ไม่แต่เฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม กำลังทำให้คำถามพื้นฐานทำนอง ‘อะไร’ และ ‘เมื่อไร’ ถูกแทนที่โดยคำถามที่ลึกซึ้งกว่าคือ ‘อย่างไร’ และ ‘แค่ไหน’ ไปแล้ว

ท้ายนี้ ผู้เขียนขอขอบคุณ คุณบุญลาภ ภูสุวรรณ บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ผู้เปิดพื้นที่ให้กับคอลัมน์ "ล่องคลื่นโลกาภิวัตน์" ในหน้าหนังสือพิมพ์ อาจารย์ปกป้อง จันวิทย์ คุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา และสมาชิกสำนักพิมพ์โอเพ่นบุ๊คส์ทุกท่าน หากเนื้อหายังมีที่ผิดประการใด ย่อมเป็นความผิดของผู้เขียนเพียงลำพัง ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้

สฤณี อาชวานันทกุล

“คนชายขอบ” | 10 พฤษภาคม 2552

Related content

Error | FRINGER คนชายขอบ

Error

The website encountered an unexpected error. Please try again later.