วันที่พิมพ์ : สิงหาคม 2557

Scan this QR Code

with your smartphone to save URL.

ISBN: 
9786167290904

คำนำผู้เขียน

เทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2557 คล้อยหลังไปไม่นาน รัฐบาลสหรัฐอเมริกากับจีน สองประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมกันเกือบครึ่งของทั้งโลก ก็เปิดฉากการเจรจาข้อตกลงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรอบใหม่ 

ปัญหาที่รุมเร้าขึ้นเรื่อยๆ จากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ กดดันให้สภาสหรัฐผ่าน “กฎหมายอากาศสะอาด” (Clean Air Act) เพื่อกำกับการปล่อยก๊าซเหล่านี้ในฐานะ “มลพิษ” เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ในปี 2554 ส่วนในจีน ปัญหาที่รุนแรงยิ่งกว่าส่งผลให้เมืองใหญ่นับสิบเมืองพุ่งสูงติดอันดับโลกด้านมลพิษทางอากาศ คนจีนกว่า 300 ล้านคน – มากกว่าอเมริกาทั้งประเทศ – ป่วยเป็นโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ 

ผู้นำทีมเจรจาของจีนประกาศว่า เขามั่นใจว่าการประชุมระดับโลกรอบต่อไปในปี 2558 จะไม่ล้มเหลวเหมือนกับครั้งที่ผ่านๆ มา เพราะมลพิษทางอากาศซึ่งกำลังรัดคอจีนและทำให้คนจีนกว่าร้อยละ 43 ประกาศว่าตนเป็น “นักสิ่งแวดล้อม” ทำให้รัฐบาลจีน “จำเป็น” จะต้องสร้างเศรษฐกิจที่เขียวกว่าเดิมให้ได้ ไม่ว่าจะเผชิญกับแรงกดดันภายนอกหรือไม่ก็ตาม

เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ถูกร้อยเรียงเป็นรูปเล่มในบริบทเช่นนี้ – ในโมงยามที่โลกกำลังมีความหวังครั้งใหม่กับการเจรจาที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหลายคนบอกว่า เป็นความคืบหน้าก้าวใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่พิธีสารเกียวโตเป็นต้นมา 

“เศรษฐกิจสีเขียว” หาใช่นามธรรมหรือวิมานในอากาศอีกต่อไป หากแต่เริ่มปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรมในหลายระดับทั่วโลก และคนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เริ่มจะแยกแยะความแตกต่างได้ ระหว่างธุรกิจที่ไม่ยั่งยืน กับธุรกิจที่พยายามจะยั่งยื

ในยุคที่ความเร่งด่วนของวิกฤตสิ่งแวดล้อมนานัปการกดดันให้มนุษย์ยอมรับ “ความจำเป็น” ของการเปลี่ยนผ่านไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน น่าเสียดายที่วิกฤตความขัดแย้งแบ่งสีในไทยอันร้าวลึกและเรื้อรังมานานเกือบหนึ่งทศวรรษ จะกลบทับความจำเป็นดังกล่าวจนยังไม่เห็นแม้เงาของนโยบายที่จะเปลี่ยนผ่านไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง ยังมิพักต้องนับว่าสื่อกระแสหลักเจียดพื้นที่ให้กับการตีแผ่ปัญหาอันเกิดจากนโยบายรัฐและธุรกิจที่ไม่ยั่งยืนน้อยยิ่งกว่าน้อย และน้อยลงเรื่อยๆ สวนทางกับระดับความเร่งด่วนของปัญหา

นักธุรกิจ นักวิชาการ และพลเมืองที่มองการณ์ไกลจำนวนไม่น้อยเริ่มตระหนักในปัญหา หลายคน “รู้แล้วเปลี่ยน” ในระดับที่ตัวเองทำได้ แต่สังคมไทยโดยรวมยังนับว่าขาดแคลนข้อมูลและความรู้อีกมหาศาลที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนแปลง

หนังสือเล่มนี้เป็นส่วนเล็กๆ ของความพยายามที่จะเติมเต็มช่องว่างด้านข้อมูล – ข้อมูลที่เราควรจะรู้แต่ยังไม่รู้ รู้แต่ยังไม่ครบถ้วน หรือไม่รู้แม้แต่ว่าเป็นข้อมูลที่ควรจะรู้

ผู้เขียนขอขอบคุณพี่อ้อย ดร. สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ เลขาธิการมูลนิธิโลกสีเขียว กัลยาณมิตรผู้เอื้อเฟื้อพื้นที่รายเดือนบนเว็บไซต์โลกสีเขียว สำหรับคอลัมน์ “เศรษฐศาสตร์กู้โลก” ของผู้เขียน จนก่อเกิดเป็นหนังสือที่อยู่ในมือของท่าน ขอขอบคุณพี่นวล พาฝัน ศุภวานิช และทีมงาน ผู้จัดทำรูปเล่มและออกแบบภาพประกอบให้สวยงามและอ่านง่ายสบายตากว่าต้นฉบับของผู้เขียน

ขอให้ทุกท่านเพลิดเพลินกับการอ่านเพื่อ “รู้” แล้วจะได้ร่วมแรงร่วมใจกัน “เปลี่ยน” สังคมเศรษฐกิจไทย ไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนกว่าเดิม

สฤณี อาชวานันทกุล
http://www.fringer.org/ 
8 พฤษภาคม 2557

Related content

Error | FRINGER คนชายขอบ

Error

The website encountered an unexpected error. Please try again later.