เหล่าบล็อกเกอร์เยือนเยอรมนี ตอนที่ 3

[อ่าน ตอนที่หนึ่ง ตอนที่สอง และดูรูปทั้งหมดที่ถ่ายได้ที่ Flickr set หน้านี้ - จะทยอยอัพโหลดรูปใหม่ๆ ทุกวัน]

Blogger Tour 2011
วันที่สอง: 6 เมษายน 2554 (ช่วงบ่าย)

แวดวงบล็อกเกอร์ในเยอรมนี และ carta.info

วิทยากรคนแรกของ Blogger Tour 2011 คือ ดร.โรบิน เมเยอร์-ลุกต์ (Robin Meyer-Lucht) ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการบริหาร CARTA บล็อกการเมืองชั้นนำของเยอรมนี อาชีพของ ดร.โรบิน คือผู้สื่อข่าวด้านสื่อและที่ปรึกษาองค์กรสื่อ เขียนบล็อกเป็นงานอดิเรก

ดร.โรบินเริ่มต้นด้วยการถามว่า พวกเรามีใครบ้างที่มาจากประเทศที่มีเสรีภาพสื่อสูงมาก มีคนยกมือ 4-5 คน หรือหนึ่งในสามของคณะ มาจาก สโลวาเกีย อินโดนีเซีย ตูนีเซีย (แน่นอนว่าหมายถึงสถานการณ์หลังปฏิวัติประชาชน) แน่นอนว่าเวลาพูดถึงเสรีภาพสื่อ ต้องพูดกันเรื่อง “อิสรภาพสื่อ” ถึงจะมีความหมาย เพราะสื่อมวลชนส่วนใหญ่ในโลกมีเสรีภาพตามกฎหมาย แต่ “ใช้” เสรีภาพนั้นไม่ค่อยได้ (ขาดอิสรภาพนั่นเอง) ในโลกแห่งความจริง ยกตัวอย่างเช่น องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน (Reporters Sans Frontières, RSF) ยกให้คาซักสถานเป็นประเทศหนึ่งที่สื่อมีเสรีภาพต่ำที่สุดในโลก หน้าโปรไฟล์ของประธานาธิบดี บนเว็บ RSF ให้ข้อมูลว่า ในคาซักสถาน “การดูหมิ่นชื่อเสียงและศักดิ์ศรี” ของประธานาธิบดีมีโทษจำคุก นอกจากนี้เขายังแก้กฎหมายเพิ่มอำนาจการควบคุมสื่อและทำให้ปิดหนังสือพิมพ์ได้ง่ายกว่าเดิม กฎหมายสื่อในคาซักสถานแย่ถึงขั้นแบนนักข่าวที่ทำงานให้กับหนังสือพิมพ์ที่ถูกปิดเป็นเวลา 3 ปี นอกจากนี้ยังกำหนดให้ บล็อก ห้องแช็ท และเว็บไซต์อื่นๆ บนอินเทอร์เน็ตมีสถานภาพทางกฎหมายเท่ากับสื่อ แปลว่าถูกเจ้าหน้าที่รัฐสั่งปิดได้อย่างง่ายดาย

ผู้เขียนเป็นหนึ่งในคนที่ยกมือว่า ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ “พอจะมีเสรีภาพสื่อบ้าง” ร่วมกับสมาชิกส่วนใหญ่ในคณะ (เดาว่าหลายคนคงคิดเหมือนกัน คือสื่อมีเสรีภาพบนกระดาษ แต่ในความเป็นจริงยังเซ็นเซอร์ตัวเองค่อนข้างมาก) มีเพียงอาลี บล็อกเกอร์จากอาเซอร์ไบจัน เท่านั้นที่ยกมือว่าประเทศเขาเข้าข่าย “สื่อไร้เสรีภาพ”

หลังจากที่ทุกคนยกมือ ดร.โรบิน ก็เฉลยว่า ที่ถามนั้นเป็นเพราะระดับเสรีภาพสื่อมีความเกี่ยวโยงโดยตรงกับการเติบโตและบทบาทของบล็อกเกอร์ ประเทศไหนสื่อมีเสรีภาพน้อย บล็อกเกอร์ยิ่งมีบทบาทมากในการถกประเด็นสาธารณะ
Read the rest of this entry »

Popularity: 1% [?]

เหล่าบล็อกเกอร์เยือนเยอรมนี ตอนที่ 2

[อ่านตอนแรกได้ที่นี่ และดูรูปทั้งหมดที่ถ่ายได้ที่ Flickr set หน้านี้ - จะทยอยอัพโหลดรูปใหม่ๆ ทุกวัน]

Blogger Tour 2011
วันที่สอง: 6 เมษายน 2554 (ช่วงเช้า)

ความพยายามที่จะปรับนาฬิการ่างกายเหลวไม่เป็นท่า เช้านี้ตื่นมาตีสี่ (สิบโมงเช้าเวลาไทย) แล้วก็หลับไม่ลงอีกเลย ทั้งที่พยายามถ่างตานอนจนถึงเที่ยงคืน

แต่ไม่เป็นไร ตื่นแล้วก็แล้วกัน วันนี้โปรแกรมแน่นและน่าสนใจ ไม่น่าจะผล็อยหลับกลางทางได้ง่ายๆ

ช่วงนี้อากาศที่เบอร์ลินกำลังสบาย อุณหภูมิประมาณ 12-13 องศา – หนาวพอให้กระฉับกระเฉง ฟ้าครึ้มทั้งวัน บางช่วงก็มีฝนปรอย ไม่กี่นาทีก็ซา ผู้เขียนลงมากินอาหารเช้า(ฟรี)ที่ร้านอาหารของโรงแรมตั้งแต่เจ็ดโมงครึ่ง เผื่อเวลาหนึ่งชั่วโมงก่อนเวลานัด นั่งโต๊ะเดียวกับ อาลิเชอร์ บล็อกเกอร์ร่างโย่ง (สูง 2 เมตร) จากคาซักสถาน กับ วิสักโซโน และ อิมาน สองคู่หูคู่ฮาจากอินโดนีเซีย (เป็นประเทศเดียวที่มากันสองคน อาจเป็นเพราะเป็นประเทศใหญ่มากละมัง) เป็นนักข่าวอาชีพทั้งคู่ วิสักโซโนแก่วัยและสุขุมกว่า อิมานพูดเร็วและโผงผาง อายุประมาณยี่สิบปลายๆ น่าจะได้ วิสักโซโนน่าจะมีอายุมากที่สุดในคณะของเรา คือประมาณหกสิบถ้าวัดจากผมสีดอกเลา แก่รองลงมาน่าจะเป็น บังจูมุน จากเกาหลีใต้ เขาเป็นนักข่าวอาชีพเหมือนกัน สงวนคำพูดยิ่งกว่าวิสักโซโนเสียอีก แต่หน้าตาใจดีและยิ้มละไมตลอดเวลา

วิสักโซโนกับบังจูมุนเหมือนกันตรงที่ไม่ค่อยพูดจากับใคร ไม่ใช้สมาร์ทโฟนหรือโน้ตบุ๊คคอมพิวเตอร์เหมือนกับบล็อกเกอร์วัยเด็กกว่า แต่บันทึกข้อมูลด้วยกระดาษกับปากกาตามประสานักข่าวรุ่นเดอะ ผู้เขียนเองจดบันทึกในสมุดจดเป็นหลักเพราะไม่อยากแบกโน้ตบุ๊คติดตัวไปทุกหนแห่ง แต่ก็ใช้ไอโฟนถ่ายรูปและทวีตระหว่างวัน พบว่านอกจากจะช่วยให้ใครก็ตามที่อยาก “ติดตาม” ได้รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่แล้ว รูปและทวีตเหล่านั้นยังเป็นบันทึกช่วยจำที่มีประโยชน์มากนอกเหนือจากสิ่งที่บันทึกในสมุด เพราะรูปถ่ายคือ “ภาพจำ” ที่ดี และทวีตก็บันทึกประโยคสำคัญที่ได้ยินในขณะนั้น (คือคิดว่าสำคัญพอที่จะทวีต)

อาหารเช้าในโรงแรมมีให้เลือกหลากหลายตามสไตล์ยุโรป ที่น่าสนใจที่สุดเห็นจะเป็นชีส ซึ่งมีให้เลือกทั้งชีสใส่สมุนไพร (อร่อยดี อันนี้ไม่เคยกินมาก่อน) และบลูชีสชนิดต่างๆ รู้สึกว่าไส้กรอกกับเบคอนของที่นี่อร่อยเป็นพิเศษ แต่คงเชื่ออะไรไม่ได้เพราะรู้ตัวดีว่าลิ้นจรเข้
Read the rest of this entry »

Popularity: 1% [?]

เหล่าบล็อกเกอร์เยือนเยอรมนี ตอนที่ 1

[กำลังทยอยเรียบเรียงบันทึกลงบล็อก ไม่แน่ใจว่าจะทำได้ทุกวันหรือเปล่าแต่จะพยายาม ถ้าทำไม่สำเร็จก็จะกลับไปทำต่อหลังจากที่กลับถึงเมืองไทย วันที่ 14 เม.ย. นี้ค่ะ :) ]

Blogger Tour 2011
วันแรก: 5 เมษายน 2554

Blogger Tour

เวลา 17.30 น. เดินทางมาถึงเบอร์ลินโดยสวัสดิภาพ หลังจากที่นั่งแกร่วอยู่บนเครื่องบินถึง 11 ชั่วโมงครึ่ง (ที่จริงก็ไม่แกร่วเท่าไหร่ เพราะอ่านหนังสือที่สนุกมากจบไปหนึ่งเล่ม และเที่ยวบินนี้ก็ราบรื่นดี สายการบิน Air Berlin นี่ใช้ได้เลยทีเดียว เสียอย่างเดียวอาหารไม่อร่อย จุดนี้เหมือนกับ Lufthansa มาก) แต่ผู้เขียนไม่ใช่คนที่ใช้เวลาเดินทางนานที่สุด ตำแหน่งนั้นตกเป็นของ บังจูมุน จากเกาหลีใต้ ซึ่งคิดว่าเขาคงต้องบินมาไม่ต่ำกว่า 20 ชั่วโมง มีบล็อกเกอร์อีกคนหนึ่งบินมาจากเมืองกวางโจวในจีน ชื่อ เฉินเคอจุน (เธอบอกว่าให้เรียกชื่อย่อว่า “เคเจ” (Kejun) ดีกว่า เพราะเรียกยากและถ้าออกเสียงไม่ถูกมันจะแปลว่าอย่างอื่น) ใช้เวลาบินกว่า 15 ชั่วโมง แต่เธอมาถึงตั้งแต่เช้าแล้ว (เป็นคนแรกของกลุ่มที่มาถึง) ก็เลยมีเวลาออกไปเดินเล่นมาแล้วหนึ่งรอบ (แต่เคเจบอกว่ายังไม่ได้ไปไหนไกล ไปแค่ซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้โรงแรมเท่านั้น)

ทุกคนกว่าจะทยอยมาถึงก็เย็นย่ำค่ำมืด ผู้เขียนมาถึงเป็นคนรองสุดท้าย คืนนี้เจ้าภาพคือกระทรวงการต่างประเทศของเยอรมนีเลยเลี้ยงต้อนรับในห้องอาหารของโรงแรม อาหารของโรงแรมนี้ถือว่าไม่เลว มีไก่อบกับข้าวอบชีส (เหมือนริซ็อตโตของอิตาลี) แล้วก็ crème brulee เป็นของหวาน โรงแรมที่เขาให้เราพักเป็นโรงแรมสี่ดาว ชื่อ NH Hotel Friedrichstrasse ห้องเตียงคู่ไม่คับแคบ แถมมีไวไฟฟรีด้วย (ที่จริงไม่ฟรีหรอก เขาคิด 10 ยูโรต่อ 24 ชั่วโมง แต่เจ้าภาพใจดีจ่ายให้ตลอดงานนี้) ที่จริงขอแค่มีไวไฟฟรี นักท่องเที่ยวคณะนี้ก็พอใจแล้ว :)
Read the rest of this entry »

Popularity: 2% [?]

Q&A about my life as blogger (a.k.a. How Blogging Changed My Life)

[I've been sent a set of questions from a fan of this blog who wanted to write about it for his homework assignment. Since it took me some time to answer, and since my answers may be of interest to some people who follow this blog, I have asked and been given permission to post a full set of Q&A here. Thank you, Khun Apin, for your questions and allowing me to post my answers :) ]

[เพิ่งเขียนตอบนักศึกษาไทยในอเมริกาท่านหนึ่งที่อยากทำรายงานเกี่ยวกับบล็อกนี้ ก็เลยเอามาแปะไว้ในนี้เผื่อใครจะสนใจค่ะ ยังไม่มีเวลาแปลเป็นภาษาไทย (การบ้านเขาเป็นภาษาอังกฤษ) - เอาไว้ว่างๆ จะแปลนะคะ หรือถ้าใครอยากแปลให้ก็จะยินดีอย่างยิ่ง ;) ]

1. Personal background

Question: How would you describe your life journey until the day you start blogging? Please describe where you’re from, where you studied, and where you worked. Also, how have they shaped your life as a blogger.

Answer: My life journey had been fairly typical and predictable right up to the day I started blogging (and then it got less and less predictable thereafter, but also at the same time more and more exciting, so I can’t complain :) ). I got a bachelor’s degree in economics from Harvard in 1996 and MBA in finance from New York University in 2000. I worked in banking (1996-1998) and finance (2000-2006) industries before starting my own blog at www.fringer.org in August 2005. At that time I was assistant VP of corporate strategy at SCB Securities, an investment bank in Thailand.

My interests in business and financial sector, as well as the interference of politics (and politicians) in them, explain why the content on my blog (and later on in my books and columns) has been heavily skewed toward those topics. Also, the fact that Thai journalists in general don’t know much about the intricacies of deals, and the “insiders” don’t want to divulge information that’s necessary for them to know, made blogging about these issues particularly attractive to me – I felt like I was writing about something that’s totally “new” to people outside the realm of finance.

My blog wasn’t so much a “getaway” from my full-time work, as it was a place to share my thoughts on work-related issues that I thought might be of public interest. (Also, trying to explain arcane subjects and technicalities (e.g. securities laws) in easily-understood terms for non-finance types was, and has since been, a fun challenge).
Read the rest of this entry »

Popularity: 2% [?]

งานเปิดตัวหนังสือและเสวนา “ผู้หญิงกลิ้งโลก” 30 มี.ค.

ขอเชิญทุกท่านร่วมงานเปิดตัวและเสวนา ผู้หญิงกลิ้งโลก พร้อมชม VTR เชอริล แซนด์เบิร์ก ซีโอโอ Facebook ที่จะมาสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงกลิ้งโลก กับประเด็นท้าทาย ‘สาเหตุที่เรามีผู้นำที่เป็นผู้หญิงน้อยเกินไป’



วันที่ 30 มีนาคม (พุธ) เวลา 10.30-12.30 น. ห้อง Meeting Room 3 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตอนนี้หนังสือหาซื้อได้แล้วที่บูธ สนพ.สามสี และบูธ สนพ. 4letterword ค่ะ อ่านคำนำผู้เขียนได้ที่โพสนี้

(โปสเตอร์งานและ layout หนังสือเล่มนี้เป็นฝีมือของคุณ ภาวินี ศรีไพศาล – ดีใจมากที่ได้ร่วมงานกันทางอ้อมอีกโดยบังเอิญ หลังจากที่คุณภาวินีออกแบบ ภูฏาน: A Sketchbook หนังสือเล่มแรกๆ ในชีวิต ให้เมื่อเกือบ 5 ปีที่แล้ว)

ในงานนี้ พบกับ
+ มนทิรา จูฑะพุทธิ : บรรณาธิการสำนักพิมพ์สามสี
+ สฤณี อาชวานันทกุล : นักเขียน
+ ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ : หนึ่งในผู้หญิงกลิ้งโลก เจ้าของรางวัลแมกไซไซ
+ ลลิตา ศศิประภา : นักแสดง
+ พัชรศรี เบญจมาศ : พิธีกร

ผู้หญิงกลิ้งโลก

มีเซอร์ไพรส์ที่จะประกาศในงานนี้ด้วยค่ะ แต่ขออุบไว้ก่อนว่าคืออะไร (ใครที่อ่านหนังสือเล่มนี้จบแล้วคงรู้แล้ว :) )

Popularity: 2% [?]

รายชื่อหนังสือน่าซื้อ(บางเล่ม)ในงานสัปดาห์หนังสือ 2554 :)

งานสัปดาห์หนังสือ ปีนี้กำลังจะเริ่ม ปีก่อนๆ จะโพสรายชื่อหนังสือที่ซื้อมาหลังจากที่งานเลิกแล้ว หรือไม่ก็เริ่มไปครึ่งทาง แต่ปีนี้เนื่องจากคิดว่าจะได้หลายเล่มที่อยากอ่านมาฟรีๆ จากเพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการผู้ใจดี(และยินดีแลกหนังสือกัน) ก็เลยคิดว่าเปลี่ยนเป็นแนะนำ “หนังสือใหม่เอี่ยมที่น่าซื้อ” ดีกว่า เพราะมีหลายเล่มที่น่าอ่าน(และคนเขียนกับ บ.ก. ก็พากันโพสปกในเฟซบุ๊กอย่างสนุกสนาน) :D

งานสัปดาห์หนังสือปีนี้ผู้เขียนมีหนังสือใหม่ 4 เล่ม และมีงานเปิดตัวหนังสือวันที่ 27 และ 30 มี.ค. นะคะ รายละเอียดและคิวแจกลายเซ็นดูได้ที่ โพสก่อนหน้านี้ รายชื่อหนังสือทั้งหมดที่เขียนและแปลดูได้ที่ หน้า Writings

รายชื่อหนังสือแนะนำจะเรียงตามระดับผลประโยชน์ทับซ้อนก็แล้วกันนะคะ เริ่มจาก สนพ.โอเพ่นเวิร์ลด์ส์ ซึ่งผู้เขียนเป็นหุ้นส่วนคนหนึ่ง ต่อด้วยสำนักพิมพ์ของเพื่อนสนิท เพื่อนไม่สนิท ไปจนถึงนักเขียนเก่งที่ไม่ใช่เพื่อนแต่แอบปลื้มเขาหรือเธอ (ไม่ใช่ว่าถ้าเพื่อนเขียนหนังสือไม่ดีแล้วจะแนะนำนะ แนะนำเฉพาะนักเขียนเก่งที่ภูมิใจที่ได้เป็นเพื่อนหรือรู้จักกับเขา และเขียนแนวที่เราชอบอ่าน :) )

คลิ้กที่รูปปกแต่ละเล่มเพื่อดูรูปขยายนะคะ หนังสือทุกเล่มซื้อได้ที่บูธของสำนักพิมพ์ที่จัดพิมพ์ ยกเว้นบางเล่มที่ฝากบูธคนอื่นขาย จะเขียนกำกับว่าซื้อได้ที่บูธไหน

ระหว่างงานจะมาโพสแจ้งรายชื่อหนังสือนอกเหนือจากนี้ที่ซื้อในงาน โปรดติดตามตอนต่อไป :P

1. ความรู้ฉบับพกพา: ทุนนิยม แปลจาก Very Short Introduction: Capitalism โดย James Fulcher แปลโดย ปกรณ์ เลิศเสถียรชัย สนพ.โอเพ่นเวิร์ลด์ส์ ซื้อได้ที่บูธ สนพ.โอเพ่นบุ๊คส์

ความรู้ฉบับพกพา: ทุนนิยม

2. ความรู้ฉบับพกพา: ญี่ปุ่นสมัยใหม่ แปลจาก Very Short Introduction: Modern Japan โดย Christopher Goto-Jones แปลโดย พลอยแสง เอกญาติ สนพ.โอเพ่นเวิร์ลด์ส์ ซื้อได้ที่บูธ สนพ.โอเพ่นบุ๊คส์

ความรู้ฉบับพกพา: ญี่ปุ่นสมัยใหม่

3. OCTOBER 10: Justice หลายคนเขียน ปกป้อง จันวิทย์ บรรณาธิการ สนพ.โอเพ่นบุ๊คส์ (เล่มนี้ผู้เขียนเขียนบทความเรื่อง “สถาบัน คน และผลประโยชน์ – ความยุติธรรมในมุมมองของ อมาตยา เซน”) ซื้อได้ที่บูธ สนพ.โอเพ่นบุ๊คส์

OCTOBER 10: Justice
Read the rest of this entry »

Popularity: 2% [?]

“การเงินปฏิวัติ” + คิวแจกลายเซ็น + งานเปิดตัวหนังสือ

เล่มที่สี่ หนังสือเล่มสุดท้ายที่ออกในงานสัปดาห์หนังสือปีนี้ค่ะ รายละเอียดหนังสือเล่มอื่นๆ ที่ออกในงาน: รู้ทันตลาดทุน, ผู้หญิงกลิ้งโลก และ พลังกลุ่มไร้สังกัด ส่วนรายชื่อหนังสือทั้งหมดที่เขียนและแปลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ดูได้ที่ หน้า Writings ของบล็อกนี้ ส่วนใหญ่หาซื้อได้ในงานหนังสือตามชื่อสำนักพิมพ์และพันธมิตร โดยเฉพาะ โอเพ่นบุ๊คส์ มติชน ระหว่างบรรทัด อัลเธอเนทีฟไรเตอร์ ซีเอ็ด (เฉพาะ ทุนนิยมสร้างสรรค์) และเคล็ดไทย

การเงินปฏิวัติ ราคาปก 180 บาท พิมพ์โดย สนพ.โอเพ่นบุ๊คส์ หาซื้อได้ที่บูธ สนพ.โอเพ่นบุ๊คส์ บูธ O09 โซน C1 เล่มนี้รวบรวมทุกตอนจากคอลัมน์ “การเงินปฏิวัติ” จากหนังสือพิมพ์ ประชาชาติธุรกิจ

(คลิ้กที่ปกเพื่อดูรูปขยาย)
การเงินปฏิวัติ

คิวแจกลายเซ็น
27 มี.ค. 11-12.00 น. บูธมติชน, 16.30-17.30 น. บูธซีเอ็ด
3 เม.ย. 14-15.00 น. บูธมติชน, 16.30-17.30 น. บูธซีเอ็ด

งานเปิดตัวหนังสือ “รู้ทันตลาดทุน”: 27 มี.ค. เวลา 14.30-15.30 น. ห้อง Meeting Room 4 ศูนย์สิริกิติ์ ดำเนินรายการโดย ศุนันทวดี อุทาโย

งานเปิดตัวหนังสือ “ผู้หญิงกลิ้งโลก”: 30 มี.ค. เวลา 10.30-12.00 น. ห้อง Meeting Room 3 ศูนย์สิริกิติ์ ร่วมเสวนาโดยผู้เขียน, มนทิรา จูฑะพุทธิ, ลลิตา ปัญโญภาส และ ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ (หนึ่งใน “ผู้หญิงกลิ้งโลก”) ดำเนินรายการโดย กาละแมร์ (พัชรศรี เบญจมาศ)

การเงินปฏิวัติ: คำนำผู้เขียน

ในเดือนมกราคม 2010 ลอยด์ แบลงค์ไฟน์ (Lloyd Blankfein) ซีอีโอและประธานกรรมการของ โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ที่ตกเป็นเป้าสายตาและข้อครหาจากสาธารณชนว่าเป็น “ตัวการ” สำคัญที่ก่อให้เกิดวิกฤต ถูกเรียกตัวไปให้การต่อหน้าคณะกรรมการสืบค้นต้นตอของวิกฤตการเงินอเมริกัน (Financial Crisis Inquiry Commission, ดาวน์โหลดรายงานฉบับสมบูรณ์ได้จาก http://www.fcic.gov/report)

ประเด็นหลักในคำให้การของโต้โผโกลด์แมน คือความพยายามที่จะอธิบายว่า วิกฤตการเงินรอบล่าสุดนั้นเป็น “เหตุบังเอิญ” ครั้งใหญ่ที่นักการเงินมืออาชีพอย่างเขาคาดเดาไม่ได้ล่วงหน้า แบลงค์ไฟน์เปรียบเทียบระบบบริหารความเสี่ยงของธนาคารกับระบบบริหารความเสี่ยงของบริษัทประกันที่ขายกรมธรรม์ความเสี่ยงจากแผ่นดินไหว เขากล่าวว่า “ทุกอย่างขึ้นอยู่กับบริบท หลังจากที่เผชิญกับสิบปีที่ราบรื่นติดต่อกัน… คุณจะประเมินความเสี่ยงของการเกิดพายุเฮอริเคนอย่างไรครับ? หนึ่งปีหลังจากที่เฮอริเคนติดกันสี่ลูกถล่มชายฝั่งตะวันออก ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ผิดปกติมากเมื่อเทียบกับปีก่อน …อัตราเบี้ยประกันภัยก็พุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล …ความเสี่ยงของเฮอริเคนแตกต่างจากเมื่อก่อนหน้านี้หรือเปล่าครับ?”
Read the rest of this entry »

Popularity: 2% [?]

[UPDATE 5/7] “ความเหลื่อมล้ำฉบับพกพา” + สมัชชาปฏิรูปประเทศไทยระดับชาติ

ขอคั่นรายการหนังสือของตัวเองที่จะออกในงานสัปดาห์หนังสือ ด้วยหนังสือใหม่หนึ่งเล่มที่ไม่ได้ออกในงานค่ะ ;)

ความเหลื่อมล้ำฉบับพกพา จัดพิมพ์โดยคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป จะแจกฟรีครั้งแรกในงานสมัชชาปฏิรูปประเทศไทยระดับชาติ ครั้งที่ 1 24-26 มี.ค. 54 อิมแพค เมืองทองธานี หลังจากนั้นจะเผยแพร่เป็น e-book ให้ดาวน์โหลด (โปรดติดตามต่อไป) (UPDATE 5/7/54) ดาวน์โหลด e-book เวอร์ชัน PDF + ePub ได้แล้วที่นี่ [zip file] และอ่าน ข้อแนะนำในการใช้เวอร์ชัน ePub

(คลิ้กที่ปกเพื่อดูรูปขยาย)
ความเหลื่อมล้ำฉบับพกพา

คำนำผู้เขียน

ผู้เขียนรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป ให้เขียนหนังสือ “ความเหลื่อมล้ำฉบับพกพา” เพื่อสรุปสถานการณ์ มุมมอง ข้อถกเถียง และแนวทางแก้ไขเกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำในมิติต่างๆ ที่ปรากฏในประเทศไทย

คำถามที่ว่าความเหลื่อมล้ำในแต่ละมิตินั้นเป็น “ปัญหา” หรือไม่ ถ้าใช่ เราควรแก้ไข “อย่างไร” เป็นประเด็นที่มีหลากหลายมุมมองและความคิด การอภิปรายนานาทัศนะในเรื่องนี้ให้ครอบคลุมพอที่จะยังใช้คำว่า “พกพา” ได้โดยที่ผู้เขียนไม่รู้สึกตะขิดตะขวง เป็นภารกิจที่เหลือวิสัยและเกินสติปัญญาของผู้เขียน ด้วยเหตุนี้ผู้เขียนจึงเลือกที่จะให้น้ำหนักกับการนำเสนอข้อเท็จจริงและลักษณะของความเหลื่อมล้ำต่างๆ โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำที่ชี้ให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้าง รวมถึงอธิบายความเกี่ยวโยงระหว่างความเหลื่อมล้ำแต่ละประเภท มากกว่าที่จะแจกแจงทางเลือกต่างๆ ของแนวทางแก้ไขอย่างครบถ้วน
Read the rest of this entry »

Popularity: 2% [?]

“พลังกลุ่มไร้สังกัด” (แปลจาก Here Comes Everybody)

เล่มที่สามที่ออกในงานสัปดาห์หนังสือปีนี้ค่ะ

พลังกลุ่มไร้สังกัด ราคาปก 240 บาท พิมพ์โดย สนพ.มติชน หาซื้อได้ที่บูธ สนพ.มติชน เล่มนี้แปลจาก Here Comes Everybody ของ Clay Shirky ผู้เชี่ยวชาญเรื่องผลกระทบของอินเทอร์เน็ตต่อสังคมที่คนแปลชื่นชอบที่สุด :)

เล่มนี้รอคิวสำนักพิมพ์นานข้ามปีเลยทีเดียว แต่ในที่สุดก็ออกมาเป็นเล่ม :D

คิวแจกลายเซ็น วันอาทิตย์ทั้งสองวันค่ะ (จะเอาเล่มอื่นมาให้เซ็นก็ได้ มติชนไม่ว่า) -
27 มี.ค. 11-12.00 น. บูธมติชน, 16.30-17.30 น. บูธซีเอ็ด
3 เม.ย. 14-15.00 น. บูธมติชน, 16.30-17.30 น. บูธซีเอ็ด

(คลิ้กที่ปกเพื่อดูรูปขยาย)
พลังกลุ่มไร้สังกัด

คำนำผู้แปล

เมื่อเราเปลี่ยนวิธีสื่อสาร เราก็เปลี่ยนสังคม – เคลย์ เชอร์กี

หลังจากศตวรรษที่ 21 เปิดฉากได้ไม่นาน อินเทอร์เน็ตก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนกว่า 1,500 ล้านคนทั่วโลก และตัวเลขนี้ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างผกผันกับต้นทุนของเครือข่ายเทคโนโลยีไร้สายและบรอดแบนด์ที่ถูกลงทุกวันขณะที่มันก้าวไปข้างหน้า ความนิยมของบริการ “เครือข่ายสังคม” ชื่อดังอย่างเฟซบุ๊ก มายสเปซ และทวิตเตอร์ ที่กลายเป็น “สื่อสังคม” อันทรงพลัง นับเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงระดับที่ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีหลายคนเชื่อว่าจะปฏิวัติโลกอย่างถอนรากถอนโคนไม่แพ้กำเนิดของแท่นพิมพ์ในศตวรรษที่ 15

การเติบโตของอินเทอร์เน็ตและคนรุ่นใหม่ที่ไม่เข้าใจว่าพ่อแม่เรียนจบมาได้อย่างไรก่อนกูเกิลเกิด ทำให้เปล่าประโยชน์อีกต่อไปที่จะถกเถียงกันว่า อินเทอร์เน็ตเป็นเทคโนโลยีหรือเป็นสังคม เป็นโลกจริงหรือโลกเสมือน เป็นเครื่องมือสื่อสารหรือเป็นสื่อพลเมือง

เพราะอินเทอร์เน็ตเป็นทั้งหมดนี้และมากกว่านั้น และที่มันเป็นขนาดนั้นได้ก็เพราะโครงสร้างทางเทคนิคของมันยืดหยุ่นและ “โง่” พอที่จะรองรับสนับสนุนเครื่องมือ โปรแกรม เทคโนโลยี หรืออุปกรณ์อะไรก็ตามที่เข้ากันได้กับเป้าหมายพื้นฐานของอินเทอร์เน็ต นั่นคือ การส่งข้อมูลจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
Read the rest of this entry »

Popularity: 2% [?]

“ผู้หญิงกลิ้งโลก” + งานเปิดตัวหนังสือ 30 มี.ค.

เล่มที่สองที่ออกในงานสัปดาห์หนังสือปีนี้ค่ะ

ผู้หญิงกลิ้งโลก ราคาปก 175 บาท พิมพ์โดย สนพ.สามสี หาซื้อได้ที่บูธ สนพ.สามสี บูธ I13 โซน Plenary Hall เล่มนี้รวบรวม 14 ตอนแรกของคอลัมน์ “make a difference” ในนิตยสาร Women & Home รายเดือน เพิ่มรายละเอียดทุกตอนเพื่อความสมบูรณ์ของเนื้อหาค่ะ

งานเปิดตัวหนังสือ และเสวนา “ผู้หญิงกลิ้งโลก”: 30 มี.ค. เวลา 10.30-12.00 น. ห้อง Meeting Room 3 ศูนย์สิริกิติ์ ร่วมเสวนาโดยผู้เขียน, มนทิรา จูฑะพุทธิ, ลลิตา ปัญโญภาส และ ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ (หนึ่งใน “ผู้หญิงกลิ้งโลก”) ดำเนินรายการโดย กาละแมร์ (พัชรศรี เบญจมาศ)

(คลิ้กที่ปกเพื่อดูรูปขยาย)
ผู้หญิงกลิ้งโลก

คำนำผู้เขียน

แม่ชอบเล่าให้ฟังตั้งแต่ผู้เขียนจำความได้ว่า อาม่าเป็นผู้หญิงที่ “หัวก้าวหน้า” กว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน เพราะถึงแม้ว่าทวดจะไม่ส่งอาม่าไปโรงเรียนตามธรรมเนียมปฏิบัติในยุคนั้นที่ผู้หญิงไม่ได้เรียนหนังสือ อาม่าก็ขวนขวายเอง เอาหูแนบฝาผนัง แอบฟังคุณครูที่จ้างมาสอนลูกพี่ลูกน้องที่บ้าน ปะติดปะต่อเนื้อหาและแกะบทละครงิ้วจีนจนรู้หนังสือ

เมื่ออาม่าอพยพหนีไฟสงครามโลกจากจีนมาอยู่เมืองไทยกับอากง อาม่าก็ส่งลูกผู้หญิงทุกคน ยกเว้นคนโตเพราะตอนนั้นยังไม่มีเงิน ไปโรงเรียนตั้งแต่เด็ก พร่ำสอนให้ตั้งใจเรียนและหางานทำ เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับตัวเอง อย่าคิดแต่จะหวังพึ่งสามี อาม่าบอกว่าอนาคตนั้นไม่แน่นอน ผู้ชายตอนแต่งงานด้วยอาจสัญญาเป็นมั่นเหมาะว่าจะดูแลอย่างดี แต่นานไปเขาอาจเปลี่ยนใจหรือไขว้เขว ถ้าผู้หญิงยืนด้วยลำแข้งของตัวเองไม่ได้จะลำบาก
Read the rest of this entry »

Popularity: 2% [?]

คิวแจกลายเซ็น + “รู้ทันตลาดทุน” + งานเปิดตัวหนังสือ 27 มี.ค.

สวัสดีค่ะทุกท่าน เมื่องานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติเวียนมาอีกครั้งระหว่างวันที่ 25 มี.ค. – 6 เม.ย. นี้ ที่ศูนย์สิริกิติ์ ก็ได้เวลาโฆษณาประชาสัมพันธ์อีกแล้วว่ามีหนังสือใหม่อะไรบ้าง :)

คิวแจกลายเซ็น วันอาทิตย์ทั้งสองวันค่ะ -
27 มี.ค. 11-12.00 น. บูธมติชน, 16.30-17.30 น. บูธซีเอ็ด
3 เม.ย. 14-15.00 น. บูธมติชน, 16.30-17.30 น. บูธซีเอ็ด

ส่วนรายชื่อหนังสือของตัวเองทั้งหมดที่เขียนและแปล ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ดูได้จากหน้า “Writings” ของบล็อกนี้ และหาซื้อได้จากบูธของสำนักพิมพ์ผู้จัดพิมพ์และสายส่งค่ะ (ส่วนใหญ่จะเป็น โอเพ่นบุ๊กส์ มติชน ซีเอ็ด และเคล็ดไทย)

หนังสือใหม่ที่จะออกในงานสัปดาห์หนังสือปีนี้มี 4 เล่ม จะทยอยเล่าและแปะคำนำทีละโพส จะได้ไม่งง เพราะ 2 เล่มในจำนวนนี้มีงานเปิดตัวที่งานหนังสือค่ะ ใครสนใจขอเชิญร่วมงานเปิดตัว :D

รู้ทันตลาดทุน ราคาปก 209 บาท พิมพ์โดย สนพ.กรุงเทพธุรกิจ หาซื้อได้ที่บูธ สนพ.เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป บูธ M31 โซน C1 เล่มนี้รวบรวม 36 ตอนแรกของคอลัมน์ “รู้ทันตลาดทุน” รายปักษ์ ในหนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ ค่ะ

งานเปิดตัวหนังสือ: 27 มี.ค. เวลา 14.30-15.30 น. ห้อง Meeting Room 4 ศูนย์สิริกิติ์ ดำเนินรายการโดย ศุนันทวดี อุทาโย

(คลิ้กที่ปกเพื่อดูรูปขยาย)
รู้ทันตลาดทุน

คำนำผู้เขียน

ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์อันเชี่ยวกรากจนยากหาที่หยัดยืน เงินร้อนและเย็นปริมาณมากกว่ามูลค่าเศรษฐกิจของโลกทั้งใบไหลเวียนข้ามทวีปเพียงเสี้ยววินาที ตลาดทุนและตลาดเงินทุกหนแห่งพยายามดึงดูดเม็ดเงินลงทุนของเศรษฐีกระเป๋าหนักและนักลงทุนสถาบันนานาชาติ อำนวยความสะดวกทุกวิถีทางที่ทำได้ และหว่านล้อมให้บริษัทขนาดยักษ์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จนหลายครั้งละเลยหรือแม้แต่หลงลืมนักลงทุนรายย่อยและบริษัทขนาดไม่ยักษ์ในประเทศของตัวเอง ยังมิพักต้องพูดถึงสังคมส่วนรวม

ยุคนี้เป็นยุคที่กระแสโลกาภิวัตน์ทางการเงินเผยให้เห็นทั้งด้านดีและด้านมืด ประชาชนในประเทศกำลังพัฒนาแทบทุกประเทศส่งเสียงเรียกร้องให้รัฐจัดการกับภาวะ “รวยกระจุก จนกระจาย” และหาวิธีป้องกันหรือบรรเทามิให้วิกฤตที่เกิดในตลาดทุนลุกลามเป็นวงกว้างจนคุกคามความอยู่รอดของคนที่ไม่เคยรู้จักคำว่า “ตลาดทุน” ในขณะเดียวกัน นักลงทุนที่มองทะลุกรอบกำไรสุทธิอันคับแคบ หันมาเน้นการลงทุนเพื่อความยั่งยืนของโลกและเพื่อสังคมก็เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก

ในยุคเช่นนี้ น่าเสียดายที่การพูดคุยถกเถียงเกี่ยวกับตลาดทุนในบ้านเรายังค่อนข้าง “วนอยู่ในอ่าง” มานานนับทศวรรษแล้ว
Read the rest of this entry »

Popularity: 2% [?]

[ชุดที่ 2] TEDTalk บางเรื่องที่ชอบที่สุด + ซับไทย :)

หลังจากที่แปะลิงก์ TEDTalk ที่ทำซับไทยไปแล้วก่อนหน้านี้ และในโอกาสที่ช่วงนี้กำลังมีงาน TED2011 (ใครสนใจไปดูฟรีได้หนึ่งวันที่ TCDC เอ็มโพเรียม ตั้งแต่ 10.00 น. วันนี้ (3 มี.ค.)) ผู้เขียนก็เลยอยากแปะลิ้งก์ TEDTalk ที่ชอบมากอีกบางเรื่องที่แปลเสร็จแล้ว :)

(อยากไปดู TED Live ที่ TCDC เหมือนกัน แต่ต้องไปเป็นกรรมการตัดสินแผนธุรกิจเพื่อสังคม GSVC รอบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่โรงแรมแลนด์มาร์ค ใครสนใจธุรกิจเพื่อสังคมขอเชิญ เมื่อสองสัปดาห์ก่อน TED ส่งลิงก์ดูการถ่ายทอดสดงาน TED2011 ทางเว็บ (webcast) ทั้ง 4 วัน มาให้ผู้เขียนฟรีๆ (มูลค่า $500) นัยว่าเป็นการขอบคุณที่ช่วยแปล TEDTalk มาแล้วหลายอัน ขอขอบคุณ TED ไว้ ณ ที่นี้ คืนนี้จะกลับมาดู ;) )

คลิ้ก “View subtitles” ใต้วีดีโอแต่ละเรื่อง แล้วเลือก “Thai” ดูรายการ TEDTalk ทั้งหมดที่เจ้าของบล็อกแปลและรีวิวได้จาก หน้า Translator Profile

วันนี้คุณสมัครเป็น TED Translator แล้วหรือยัง ;)

1. เชอริล แซนด์เบิร์ก: สาเหตุที่เรามีผู้นำที่เป็นผู้หญิงน้อยเกินไป

2. แบร์รี ชวาร์ตซ์: ใช้ปัญญาปฏิบัติของเรา


3. เจสัน ฟรายด์ : เหตุผลที่งานไม่ออกในที่ทำงาน

Read the rest of this entry »

Popularity: 2% [?]

คำคมในดวงใจ #1 + ขอเชิญร่วมงาน GSVC South East Asian Round

ยังยุ่งมาก ฝากสั้นๆ สองเรื่องค่ะ

1. หลายท่านที่ตามผู้เขียนทางทวิตเตอร์ และ/หรือทางเฟซบุ๊ก อยากได้ไฟล์ที่รวบรวมคำคม/คติพจน์/ประโยคที่ทวีตบ่อยๆ ก็เลยจะรวบรวมเป็น PDF และอัพให้ดาวน์โหลดจากบล็อกนี้รายสองเดือน โดยใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ by-nc-sa (แต่ถ้าจะ quote ทีละประโยค ไม่ใช่ใช้ทั้งไฟล์ ไม่จำเป็นจะต้องอ้างอิงค่ะ) – ดาวน์โหลดฉบับแรก (รวบรวมที่ทวีตระหว่าง ม.ค.-ก.พ. 2554) ได้จากบล็อกนี้ [PDF, 18 หน้า]

2. งานประกวดแผนธุรกิจเพื่อสังคมระดับโลก คือ Global Social Venture Competition (GSVC) จะมีการแข่งขันรอบคัดเลือกตัวแทนจากทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เพื่อเข้าไปแข่งในรอบสุดท้ายที่อเมริกาต่อไป) ในวันที่ 3 ก.พ. นี้ ต่อด้วยงานเสวนาธุรกิจเพื่อสังคม (symposium) วันที่ 4 ก.พ. ทั้งสองงานที่โรงแรมแลนด์มาร์ค งานนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย ขอเชิญทุกท่านที่สนใจธุรกิจเพื่อสังคมค่ะ งานวันที่ 3 ก.พ. ผู้เขียนเป็นหนึ่งในกรรมการตัดสิน ส่วนวันที่ 4 ก.พ. จะร่วมวงเสวนาเรื่องการลงทุนเพื่อสังคม

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่ เว็บไซต์ GSVC SEA และสมัครเป็นสมาชิกกลุ่มเพื่อรับข่าวสารได้ที่ GSVC SEA fan page

GSVC

Popularity: 2% [?]

สังคม การเมือง และเศรษฐกิจไทยในอุดมคติของอาจารย์ป๋วย

คัดจาก เหลียวหลัง แลหน้า
โดย ป๋วย อึ๊งภากรณ์, 2519

…ไม่น่าเชื่อว่าอาจารย์ป๋วยเขียนบทความนี้เมื่อ 35 ปีที่แล้ว :(

แลดูสังคมไทยและอนาคตของไทย

ผมได้เคยพูดเคยเขียนไว้ที่อื่นว่า สังคมที่พึงปรารถนานั้นจะต้องประกอบด้วยคุณธรรม ๔ ประการ คือ มีสมรรถภาพ มีเสรีภาพ มีความชอบธรรม และ มีความเมตตากรุณา สมควรที่จะนำมากล่าวโดยย่อที่นี้ และประยุกต์กับสภาวะปัจจุบันของไทยเพื่อเป็นการชี้ช่องทางว่า เพื่ออนาคต เราทุกคนควรร่วมมือร่วมใจกันทำอย่างไรให้ได้มาซึ่งสังคมในอุดมคติ

ในสังคมที่มีสมรรถภาพนั้น ผู้ปกครองสังคมนั้นจะต้องใช้หลักวิชาดำเนินการของรัฐในทุกแง่ทุกมุม เพื่อให้สังคมนั้นดำเนินชีวิตไปโดยลงทุนน้อยที่สุด ได้ผลมากที่สุดตามเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นสาขาวิชาใด วิทยาศาสตร์ เกษตรศาสตร์ การแพทย์อนามัย วิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ สังคมศาสตร์ทั้งมวล และมนุษย์ศาสตร์ทั้งมวล ในการนี้ไม่เฉพาะข้าราชการหรือนักการเมืองชั้นปกครองเท่านั้นที่จะต้องมีความรู้ความสามารถ แต่ประชาราษฎรทั้งหลายไม่ว่าต่ำหรือสูงก็ต้องมีการศึกษาพอสมควร เพื่อจะได้มีความรู้ความสามารถคิดแก้ปัญหาของตน รู้จักให้ความคิดชั่งใจได้ด้วยตนเอง ฉะนั้นการศึกษาและอนามัยของประชาราษฎรจึงมีความสำคัญอยู่มาก

สังคมจะมีสมรรถภาพได้ก็ต้องอาศัยไม่มีคมรั่วไหลและเหลวไหล ราษฎร พ่อค้า ข้าราชการเสียภาษีอากรกันเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่มีการรั่วไหล ข้าราชการไม่มีที่จะเบียดเบียนราษฎร ทำหน้าที่ตามกำลัง คือ ตำรวจก็จับผู้ร้าย ครูก็สอนนักเรียน นายอำเภอก็ดูแลทุกข์สุขของราษฎร เป็นขั้นๆ ไป เป็นต้น และข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยก็ไม่มีการทุจริตล้างผลาญเงินหลวง หรือข่มขู่เอาเงินสินบนรางวัลจากพ่อค้าพาณิชย์ ในเรื่องนี้ รัฐธรรมนูญปัจจุบันได้บัญญัติไว้ให้มีผู้ตรวจบัญชีของรัฐสภา ซึ่งจะช่วยให้ป้องกันปราบปรามความทุจริตของข้าราชการ แต่ก็ยังไม่ได้รับความสนใจจากรัฐบาล ไม่มีการแต่งตั้งตามรัฐธรรมนูญ เมื่อร่างรัฐธรรมนูญกันนั้น มีผู้เสนอให้มีผู้ตรวจราชการของรัฐสภา เมื่อพิจารณากันก็ตกไป เป็นที่น่าเสียดายยิ่งนัก เพราะถ้าหากมีผู้ตรวจบัญชีของรัฐสภาและผู้ตรวจราชการของรัฐสภาขึ้นจริงๆ ก็จะทำให้ความรั่วไหลและเหลวไหลที่มีอยู่ในวงราชการของไทยในปัจจุบันนี้ลดน้อยถอยลง ทำให้ประเทศไทยมีสมรรถภาพสูงขึ้น
Read the rest of this entry »

Popularity: 2% [?]

แนะนำ serious game สนุก+ได้สาระ

ห่างหายจากบล็อกนี้ไปนาน ขออภัยทุกท่านค่ะ ที่หายไปเนื่องจากยุ่งหัวฟูมากจากงานเขียน งานแปล งานวิจัย และ “งานราษฏร์” หลายงานที่ไปช่วยเพราะเกรงใจ หรือเพราะอยากช่วยผลักดันให้มีกิจการและโครงการดีๆ เกิดขึ้นเยอะๆ :)

สองปีก่อนเคยเขียนคอลัมน์ชื่อ Serious Game (ซีเรียสเกม หมายถึงเกมที่สอนประเด็นสังคมหรือสิ่งแวดล้อม รวมถึงเกมการศึกษาที่ซับซ้อนพอให้ผู้ใหญ่เล่นได้) ลงนิตยสารฟิ้ว พอฟิ้วมาอยู่บนเว็บสักพักก็เปลี่ยนหน้าเว็บ คอลัมน์เลยหายไป (อ่านทั้ง 12 ตอนที่เคยตีพิมพ์ได้จากที่นี่) แต่ผู้เขียนก็ยังชอบเล่นเกมทำนองนี้อยู่ เพราะอ่านเว็บแนะนำเกมหลายเว็บเป็นประจำอยู่แล้ว และเกมก็เป็นวิธีคลายเครียดที่ค่อนข้างดีสำหรับคนที่ทำงานอยู่กับที่

หลังจากเลิกเขียนคอลัมน์ไป ก็ยังได้รู้จักและชอบซีเรียสเกมหลายเกม วันนี้ก็เลยเลือกบางเกมมาแนะนำบนบล็อกค่ะ เกมเหล่านี้นอกจากจะสนุกแล้ว ยังใช้สอนหนังสือได้ดีมาก และบางเกมน่าจะมีนักออกแบบเกมคนไทยเอาไปปรับเป็นเวอร์ชันไทย (ที่จริงถ้าใครอยากให้เขียนคอลัมน์แนะนำ serious game ต่อ โดยเฉพาะถ้าทำเว็บเกี่ยวเกม เป็นคอลัมน์รายเดือนเหมือนที่ลงฟิ้ว ติดต่อมาได้เลยนะคะ จะยินดีอย่างยิ่งเพราะลองเล่นอยู่แล้ว เลยพบว่า serious game ที่สนุกและได้สาระด้วยนั้นไม่ได้มีเยอะเท่าไหร่ ส่วนใหญ่มีแต่น้ำไม่มีเนื้อ หรือไม่ก็พยายาม “สั่งสอน” อัดเนื้อหาเยอะและทื่อเกินไปจนน่าเบื่อ ความเป็นเกมแทบไม่มีเหลือ ;) )

1. CellCrafthttp://www.cellcraftgame.com/

เกมสอนโครงสร้างของเซลล์

CellCraft

2. Rizkhttp://www.sciencemuseum.org.uk/ClimateChanging/Rizk.aspx

เกมสอนผลกระทบของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีต่อระบบนิเวศ

Rizk

3. ReDistricting Gamehttp://www.redistrictinggame.org/

เกมสอนผลลัพธ์ของการแบ่งเขตเลือกตั้งแบบเข้าข้างตัวเอง (เรียกว่า gerrymandering)

ReDistricting Game

4. Spenthttp://playspent.org/

เกมสอนชีวิตของคนไร้บ้านไม่มีงานทำในอเมริกา

Spent

Popularity: 2% [?]