Creative Commons Thailand โอเพ่นออนไลน์ GlobalVoices Advocacy

ความกังวลเกี่ยวกับ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ จากมุมมองของสื่อพลเมือง

[UPDATE 12/11/50: อัพเดทลิ้งวีดีโอในกรุงเทพธุรกิจ เพิ่มลิ้งก์บทสัมภาษณ์คุณ bact’ และลิ้งก์ข่าวเกี่ยวกับงานสัมมนา จากเว็บประชาไท]

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2550 ผู้เขียนได้รับเชิญไปพูดเรื่องสิทธิของบล็อกเกอร์ในฐานะ “สื่อพลเมือง” และความกังวลที่เกี่ยวกับ พ.ร.บ. คอมฯ ฉบับใหม่ ในงานสัมมนาหัวข้อ “พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฉบับใหม่และการคัดค้านของโลกไซเบอร์ : จากตำราสู่การปฏิบัติจริง” ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดูคลิป webcast ของ นสพ. กรุงเทพธุรกิจ (มีสัมภาษณ์ผู้ร่วมอภิปรายสามสี่คน) ได้ที่หน้านี้ของเว็บกรุงเทพธุรกิจ และขอเชิญดาวน์โหลดไฟล์ presentation ของผู้เขียนที่ใช้ในการบรรยายได้ที่นี่ (อยู่ในหน้า writings แล้ว): Powerpoint format [87KB] และ PDF format [141KB]

นอกจากนี้ก็ขอเชิญอ่านข่าวเกี่ยวกับงานสัมมนาจากเว็บประชาไท: เวทีอภิปรายแรก, เวทีอภิปรายที่สอง และบทสัมภาษณ์คุณ bact’ ฉบับเต็ม (ฉบับย่อกำลังจะลง “จดหมายข่าวปฏิรูปสื่อ”)

ดาวน์โหลด พ.ร.บ. คอมฯ ฉบับที่ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาแล้วได้ที่นี่

ความรู้สึกส่วนตัวโดยรวม คิดว่างานสัมมนาจะมีประโยชน์กว่านี้ และวิวาทะจะน่าสนใจกว่านี้มากถ้าหากเอาวงอภิปรายสองวงมารวมกันเป็นวงเดียว จะได้เกิดการแลกเปลี่ยนระหว่างกลุ่มคนที่พูดแต่ “ข้อดี” ของ พ.ร.บ. คอมฯ และกลุ่มคนที่พูดแต่ “อันตราย” ของกฎหมายฉบับนี้ แต่อย่างไรก็ตาม งานสัมมนาครั้งนี้ก็ถือเป็นโอกาสดีที่ภาคประชาชนจะได้มีโอกาสพูดจากมุมมองของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบ้าง

มุมมองของผู้เขียนต่อกฎหมายฉบับนี้ และต่อประสิทธิผลของการบังคับใช้กฎหมาย (enforcement effectiveness) ที่มีผลมาแล้วสี่เดือน สรุปสั้นๆ ได้(ดูรายละเอียดได้ในเอกสาร และโพสเรื่องอันตรายของ พ.ร.บ. คอมฯ) ดังต่อไปนี้:

  1. กฎหมายที่ดีจะต้องมีทั้งบทลงโทษคนผิด (ในที่นี้คือแฮกเกอร์ สแปมเมอร์ ฯลฯ) และบทคุ้มครองคนดี (ในที่นี้คือประชาชนทุกคนที่มีเสรีภาพในการแสดงออก) มาตรา 1-13 ใน พ.ร.บ. คอมฯ ทำให้จับคนผิดได้ แต่หลายมาตราที่เหลือไม่ได้คุ้มครองคนดี เพราะนิยามของความผิดหลายข้อ (เช่น “ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ …โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นและประชาชน”) มีความคลุมเครือ และกว้างจนความเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่รัฐจะนำไปใช้เป็นข้ออ้างในการข่มขู่หรือปิดกั้นเสรีภาพของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตนั้น มีสูงมากจนน่ากังวล
  2. นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่รัฐก็มีอำนาจเรียกดูข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตได้โดยไม่ต้องมีคำสั่งศาล แถมยังฟ้องร้องและดำเนินคดีแทน “ผู้เสียหาย” ได้เอง (ไม่เหมือนกับกฎหมายหมิ่นประมาทปกติ ซึ่งเจ้าตัว คือ “ผู้เสียหาย” ต้องเป็นฝ่ายยื่นฟ้องเอง ทำให้ พ.ร.บ. คอมฯ กลายเป็นกฎหมายฉบับที่สองที่ให้อำนาจคนที่ไม่ได้เป็นผู้เสียหายยื่นฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาท กฎหมายฉบับแรกที่มีลักษณะนี้คือ ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งนักวิชาการหลายคนกำลังเรียกร้องให้มีการทบทวนและแก้ไข เนื่องจากถูกผู้มีอำนาจใช้เป็น “เครื่องมือทางการเมือง” ตลอดเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา) ซึ่งยิ่งทำให้ความเสี่ยงที่ พ.ร.บ. ฉบับนี้จะถูกนำไป “รับใช้” ผู้มีอำนาจในทาง “ปิดปาก” ประชาชน ยิ่งสูงเข้าไปอีก (ในประเทศที่เจริญแล้ว การขอดูข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจะต้องใช้คำสั่งศาล)
  3. ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการร่างกฎหมาย เจ้าหน้าที่กระทรวงไอซีที ตำรวจ และแม้กระทั่งไอเอสพีหลายราย ดูเหมือนจะชอบพูดถึงแต่ “ข้อดี” ของ พ.ร.บ. คอมฯ โดยไม่เคยพูดถึงความเสี่ยงของการใช้อำนาจรัฐผ่านกฎหมายฉบับนี้ในทางมิชอบ (เช่น ปิดปากผู้มีความเห็นต่างทางการเมือง โดยอ้างว่า “เป็นภัยต่อความมั่นคง”)
  4. พ.ร.บ. คอมฯ ประกาศใช้มาแล้วสี่เดือนเศษ ยังไม่มีแฮกเกอร์หรือมิจฉาชีพคนไหนถูกจับ มีแต่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 2 คน ถูกจับแบบเงียบๆ โดยแทบไม่มีใครรู้ (และไอซีทีก็ไม่ประกาศ) แถมโดนจับในข้อหาที่น่าจะเข้าข่าย “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” มากกว่าฐานความผิดใดๆ ใน พ.ร.บ. คอมฯ ด้วย
  5. การไร้ความโปร่งใสอย่างสิ้นเชิงของภาครัฐในการดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 2 รายแรกที่ถูกจับภายใต้ พ.ร.บ. คอมฯ และความไม่ชอบมาพากลหลายประการของคดีนี้ ทำให้ยิ่งรู้สึกว่าผลลัพธ์ของ พ.ร.บ. คอมฯ น่าจะมี “เสียมากกว่าดี” – มิจฉาชีพตัวจริงก็ลอยนวลต่อไป ประชาชนก็หวาดกลัวจนไม่กล้าอภิปรายหรือฟอร์เวิร์ดเมล์หลายเรื่องที่เป็น “ประเด็นสาธารณะ” ส่งผลให้วุฒิภาวะโดยรวมของสังคมยิ่งถดถอยลงไปอีก
  6. ภาคประชาชนควรผลักดันให้มีการแก้ไข พ.ร.บ. คอมฯ โดยเร็ว เมื่อได้รัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้ง เพื่อลดอำนาจรัฐที่สูงเกินไป ในฐานความผิดที่มีกฎหมายอื่นๆ (เช่น กฎหมายอาญา) รองรับอยู่แล้ว และห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐมีอำนาจดูข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตโดยไม่มีคำสั่งศาล

Popularity: 8% [?]

Print This Post

6 Responses to “ความกังวลเกี่ยวกับ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ จากมุมมองของสื่อพลเมือง”

  1. parid Says:

    พูดถึง พรบ. ที่ผุดขึ้นมาทั้งหลายแหล่ทีไรผมก็ได้แต่ก่ายหน้าผาก
    แม้ผมจะรู้ภาษากฏหมายไม่มาก แต่ พรบ.นี้ รวมถึง พรบ.อื่นๆ อีกมากมาย มันมีทีท่าว่าจะกลายเป็นเครื่องมือสนองตอบการใช้อำนาจรัฐเท่านั้นเอง

    การที่ท่าน Chief ICT (อะไรยาวเหยียดสักอย่าง) พูดว่า ความเป็น Anonymous นั้นเลวร้าย มันใช้ด่าใครก็ได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบ เพราะไม่ได้แสดงข้อมูลส่วนตัวให้โยงไปถึงได้ มันจริงส่วนหนึ่งในแง่ของการเอาผิด แต่มันเป็นการเอาผิดจากใครล่ะ

    …จากผู้ที่มีอาญาสิทธิในการตรวจดูข้อมูลอย่างเดียวน่ะหรือ (ผมยังไม่วายหวาดระแวงพวกนี้อีกว่า มันจะแก้ข้อมูลเพื่อใส่ความ)

    ในแง่หนึ่งเท่าที่ผมท่องเว็บและเข้าเว็บบอร์ดที่ต่าง ๆ เป็นประจำ ความเป็น Anonymous มันสร้างความเสียหายได้จริง ๆ น้อยมาก เพราะในวัฒนธรรมของโลกอินเตอร์เน็ต มันมีความไว้ใจ Anonymous น้อยกว่าคนที่มี Login หรือใช้ชื่อเป็นหลักเป็นฐานอยู่แล้ว ยังไม่นับการแสดงความเห็นโต้ตอบกลับ ซึ่งผมมองว่ามันเป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างในการแสดงออก อำนาจหรืออาญาสิทธิสามารถเข้าไปควบคุมได้น้อยกว่า ความเป็น Anonmymous มันทำให้คนขาดพื้นที่ได้มีพื้นที่ ความรับผิดชอบของเขาคือได้รับการโต้ตอบ (ด้วยข้อความ/ข้อมูล จากโลกไซเบอร์) ก็เพียงพอแล้ว

    การอนุญาตให้อำนาจรัฐเข้าไปจุ่นจ้านกับพื้นที่แบบนี้ มันก็คือการก้าวเข้าไปสู่เผด็จการแบบนิ่ม ๆ ย่อง ๆ เงียบ ๆ แต่ก็เลวร้ายไม่แพ้เผด็จการใด ๆ ในโลกอยู่ดี

    (นี้ผมก็มาโพสท์ว่าเขาจะโดนไหมเนี่ย เหอ ๆ)

  2. VP Says:

    Fringer, Could you please compare Data Act elsewhere (UK, US, etc.) VS this particular one? In my opinion, I think nothing wrong with the concept, however, it depends on the Executor.

    I guess no need to say more, no matter how good the law is, there still be some complaints …

  3. Fringer Says:

    คุณ Parid: ความเป็นนิรนาม เป็นเหตุผลหลักข้อหนึ่งที่คนกล้าโพสความเห็นบนอินเทอร์เน็ต ดังนั้นถ้ารัฐมีอำนาจทำลายข้อนี้โดยไม่ต้องใช้คำสั่งศาล อย่างที่ พ.ร.บ. ฉบับให้ให้อำนาจ คิดว่าคนจะกล้าแสดงความเห็นและโพสข้อมูลที่กระทบกระเทือนผู้มีอำนาจน้อยลงมา ซึ่งก็จะทำให้การอภิปรายสาธารณะของเรามีพลังน้อยลง สังคมก็ไม่ได้เรียนรู้ที่จะแยกแยะข้อมูล และอยู่ร่วมกับความเห็นต่างด้วยค่ะ การที่รัฐจับแฮกเกอร์ ฯลฯ ยังไม่ได้เลยตั้งแต่ประกาศใช้กฎหมายมา จับแต่คนที่โพสความเห็น แล้วก็จับแบบเงียบๆ แถมไม่ใช้กฎหมายที่น่าจะใช้ คือกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพฯ อีกด้วย เป็นสัญญาณที่น่าเป็นห่วงมากเลยค่ะ

    คุณ VP: I would generally agree with your last sentence. However, I’m afraid that in the case of Cybercrime Act, it’s *not* a “good” law, especially from the perspective of citizen’s rights on the Internet. The worst clause in my opinion is 18(3) which entitles government officials (of whom 33 have been appointed by the ICT Minister to administer this law) to ask ISP to hand over any Internet user’s identity & personal info WITHOUT court order. Another pretty bad thing is that this law allow such officials to prosecute people for slander/libel independently (so if, for example, you make a Photoshopped parody of me, the official can sue you although I might feel totally fine with it). Most countries don’t allow these very severe rules ka; certainly not what we’d consider “civilized countries.”

    I hope to write a longer article about this law and other oppressive laws in a few weeks; when I do, I’ll be sure to compare them with other countries’ laws ka.

  4. Media freedom interview-bact’blog « FACT - Freedom Against Censorship Thailand Says:

    […] (ในนี้ผมใช้ “บล็อก” สำหรับ “blog” และ “บล็อค” สำหรับ “block”)เพื่อให้รับกับงานสัมมนา “พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฉบับใหม่และการคัดค้านของโลกไซเบอร์ : จากตำราสู่การปฏิบัติจริง” เมื่อ 8 พ.ย. ที่พึ่งผ่านมา (ดูความเห็นคนอื่น ๆ: wonam, คนชายขอบ (พร้อมแผ่นนำเสนอ), วิดีโอสัมภาษณ์วิทยากร) […]

  5. Lek Says:

    I just listened your interview on changkhui.com. It’s very interesting.

  6. mk Says:

    ดูตัวคุณเองว่าเป็นยังไง(แม่นดีนะ)
    หยิบกระดาษขึ้นมาเขียน 1 - 10 ห้ามแอบดูเฉลยนะ

    ห้ามโกงเด็ดขาด!!!!!!!!!!!!!!!!

    1. คุณมีผมสีเข้มหรือสีอ่อน

    2. ถ้าเกิดได้ไปเดท คุณจะเลือกไปกินข้าว2ต่อ2 หรือไปปาร์ตี้

    3. สีโปรดของคุณคืออะไร ระหว่าง ชมพู, เหลือง, ฟ้าอ่อน , หรือ เขียวน้ำทะเล

    4. กิจกรรมที่คุณโปรดปรานมากที่สุดระหว่าง โต้คลื่น , เสก็ต , หรือ สกี

    5. ถ้าจะเลือกท่าเรือระหว่าง อู่เรือรบเก่า , อู่แปซิฟิค หรือ อู่วิคตอเรีย ซีเคร็ต คุณจะเลือกอันไหน

    6. รัฐที่คุณชอบที่สุดคือรัฐใดระหว่าง แคลิฟอร์เนีย , ฟลอริดา , หรือ โอไฮโอ

    7. ในฤดูร้อนคุณจะไป ทะเล หรือ จะไปที่ๆเย็นกว่านี้

    8. เกิดเดือนอะไร

    9. คุณจะนั่งอืดอยู่ที่บ้านหรือ ออกไปเที่ยวกับเพื่อน

    10. ชื่อคนที่เป็นเพศตรงข้ามกับคุณ

    —=====อธิษฐาน=====—

    *เริ่ม เลย*

    ***********

    **********

    *********

    ********

    *******

    ******

    *****

    ****

    ***

    **

    *

    ***หยุด!***

    *คำตอบ*

    1. สีเข้ม-เซ็กซี่ ~ สีอ่อน-หวาน น่ารัก

    2. ไปกินข้าว2ต่อ2-โรแมนติค ~ ไปปาร์ตี้-ขี้เล่น

    3. ชมพู-น่ารัก ~ เหลือง-ชอบเสียงดัง ~ ฟ้าอ่อน-ใจเย็น ~ เขียวน้ำทะเล-แข็งแกร่ง

    4. โต้คลื่น-ว่องไว คล่องแคล่ว ~ เสก็ต-เด็ดเดี่ยว ~ สกี-กล้าหาญ

    5. อู่เรือรบเก่า-น่ากลัว ~ อู่แปซิฟิค-สนุกสนาน ~ อู่วิคตอเรีย ซีเคร็ต-เซ็กซี่

    6. แคลิฟอร์เนีย - คุณชอบอยู่กับคนมากๆ ~ ฟลอริดา-ปาร์ตี้ในความร้อน ~ โอไฮโอ-เงียบ เย็น

    7. ทะเล-ผิวสีแทน ชอบพระอาทิตย์ ~ ที่ๆเย็นกว่านี้-ผิวสีอ่อน และ หัวโบราน

    8. มกราคม-โด่งดัง ~ กุมภาพันธ์-น่ารัก ~ มีนาคม-เสียงดัง ~ เมษายน-ขี้เล่น ~ พฤษภาคม-ใจเย็นมาก

    ~ มิถุนายน-อารมณ์ดี ~ กรกฎาคม-เรียบง่าย ~ สิงหาคม- สนุกสนาน ~ กันยายน-เงียบ ~

    ตุลาคม-กล้าแสดงออก ~ พฤศจิกายน-ชอบยุ่งเรื่องคนอื่น(ทั้งทางดีและไม่ดี) ~ ธันวาคม-อบอุ่น

    9. อืดอยู่บ้าน-น่าเบื่อ ~ ไปเที่ยวกับเพื่อน-บ้าๆบอๆ

    10. คนนั้นจะตกหลุมรักคุณ!!!!!

    ถ้าคุณโฟสกระทู้นี้ไปเวปอื่น:

    0 เวป…คำอธิษฐานของคุณจะไม่เป็นจิง

    1-5 เวป….คำอธิษฐานของคุณจะเป็นจิงภายใน6เดือน

    6-10 เวป….คำอธิษฐานของคุณจะเป็นจิงภายใน2อาทิตย์

    11 เวปขึ้นไป…..จะเป็นจิงเร็วมาาาาาาก