Creative Commons Thailand โอเพ่นออนไลน์ GlobalVoices Advocacy

Thai open architecture: ห้องแถว 2550 โชวห่วยเย้ยยุทธจักร

ห้องแถว 2550

คุณยรรยง บุญ-หลง สถาปนิกชาวไทยในกรุงนิวยอร์ค ส่งลิ้งก์แบบแปลน “ห้องแถว 2550″ มาให้ผู้เขียน พร้อมคำโปรยเสร็จสรรพว่า แปลนนี้เป็น “…”เครื่องมือ” ในการสู้ทุนข้ามชาติ เป็น “เครื่ิองมือ” ในรูปแบบของ “อาคาร” ที่จะช่วยเพิ่มพื้นที่สาธารณะให้คนได้โต้เถียงการเมือง และอนุรักษ์ธุรกิจขนาดเล็กอย่างโชห่วยไว้ได้” และบอกว่า แปลนนี้อยากเผยแพร่แบบ open source architecture เชิญนำไปเผยแพร่ได้ตามอัธยาศัย ผู้เขียนก็ขอเผยแพร่แบบตามเจตนารมณ์ของคุณยรรยง และขอแสดงความขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ ท่านใดที่สนใจอ่านรายละเอียดแนวคิดของคุณยรรยง ขอเชิญคลิ้กลิ้งก์แบบแปลน หรือคลิ้กที่รูป :)

ยินดีที่ได้เห็นเว็บไซต์สถาปนิกไทยจิตสาธารณะ ผู้มีอุดมการณ์เดียวกันกับคาเมรอน ซินแคลร์ แห่ง Architecture for Humanity (AFH) ที่เคยเขียนถึงในโอเพ่นออนไลน์ อ้อ ใครที่สนใจเรื่องนี้ เชิญเข้าไปดูเว็บไซต์ Open Architecture Network ที่ AFH ริเริ่ม ตอนนี้เปิดให้ทุกคนเข้าไปดูและส่งแบบแปลนแล้ว :)

Popularity: 11% [?]

Print This Post

9 Responses to “Thai open architecture: ห้องแถว 2550 โชวห่วยเย้ยยุทธจักร”

  1. aoyoyo Says:

    Blog นี้เข้าไม่ได้จากจีนล่ะ ส่งสัยจะโดน The Great Firewall ของจึนเข้าไปซะแล้ว

  2. Porr Says:

    เจ๋งฮะ

    แต่ทำยังไงมันถึงจะเกิดล่ะครับ

    ค่าบริหารจัดการ การดูแลความสะอาด ค่าลิฟท์ ค่าไฟ ใครจะจ่าย

    เพราะถ้าไม่รวมกันเยอะๆ ย่านการค้าก็ไม่คึกคัก

  3. chak Says:

    ผมว่า เป็นไอเดียที่ดีนะครับ แต่ว่า วิธีการนี้ คงยังแก้ปัญหาเรือ่งต้นทุนของสินค้าที่ ทุนข้ามชาติทำได้ถูกลงกว่า เพราะ โชว์ห่วย สุดท้าย ก็เป็น เจ้าของย่อยๆหลายคน ที่ไม่สามารถทำให้เกิดeconomy of scale ได้ ยกเว้นจะเกิดการรวมตัวเป็นสหกรณ์หรืออะไรงี้ ที่ยังมองไม่เห็นภาพเลย

  4. Culture Lab etc. » Blog Archive » Live+Work Bazaar 2550 B.E. Says:

    […] [ลิงก์ ห้องแถว 2550 | ผ่าน คนชายขอบ] […]

  5. yanyong Says:

    ประเด็นเรื่องต้นทุนและพลังงานที่ผมลืมเสนอไปก็คืออาคารในลักษณะนี้จะมีประสิทธิภาพสูงก็ต่อเมื่ิอมีอาคารในลักษณะเดียวกันนี้อยู่จํานวนมากพอสมควรในบริเวณใกล้ๆกัน (เหมือนเวปบอร์ดนี้ละครับ คือว่าถ้ามีอยู่หนึ่งคน บอดร์ดนี้ก็มีค่าเท่ากับศูนย์ แต่หากมีสักสี่คนมาเขียน บอร์ดนี้จะมีค่านับร้อยที่เดียว) อาคารในลักษณะนี้ก็เช่นเดียวกันมันไม่มีใครวางแผนว่าร้านไหนหรือสํานักงานไหนจะต้องอยู่ชั้นไหน มันเกิดขึ้นได้ในรูปแบบของ Emergent หรือการจัดการกันเองเช่นเดียวกับเวปบอร์ด แต่มีข้อแม้ว่าต้องมี “ผู้เข้าร่วม” มากพอ

    อาคารในลักษณะนี้จะสามารถลดพลังงานลงได้หากมีการใช้ระบบ co-generation ซึ่งอาจมาจากพลังงานหมุนเวียนอย่างเช่นขยะ bio-gas และพลังงานแสงอาทิตย์ (ต้นทุนสูงในระยะสั้นแต่จะตํ่าในระยะยาว) รวมถึงอาจมี “สะพานลอย” เชื่อมระหว่างตัวอาคารทําให้คนที่อาศัยอยู่ในอาคารนั้นไม่จําเป็นต้องขึ้นลิฟท์จากชั้นล่างสุดเสมอไป

    หากมองในระดับชุมชน ก็จะเห็นว่าพลังงานที่ใช้ขับเคลื่อนลิฟท์นั้นน้อยนิดหากเทียบกับพลังงานที่ใช้ขับเคลื่อนรถยนต์จากตลาดราบที่หนึ่งไปยังตลาดราบอีกที่หนึ่ง โดยที่ลิฟท์นั้นจะมีลักษณะ car-pool อยู่แล้วโดยปริยาย ผมคิดว่าชุมชนที่หนาแน่นและหลากหลายนั้นน่าจะเป็นผลดีต่อ civil society ด้วยครับ (เป็น War of Position อย่างหนึ่ง)

    อาจารย์ Christopher Alexander เขียนเกี่ยวกับประเด็นเรื่องเศรษฐศาสตร์ของโชวห่วยในหนังสือ Pattern Language (1977) ไว้ว่า

    “Is there a reasonable economic basis for a market place of many shops? Or are markets ruled out by the efficiencies of the supermarket?

    There do not seem to be any economic obstacles more serious than those which accompany the start of any business. The major problem is one of coordination – coordination of individual shops to form one coherent market and coordination of many similar shops, from several markets, to make bulk purchase arrangements…

    The small stores are often undercut by supermarket because they are located by themselves, and there cannot offer shoppers the same variety at one stop, as the supermarket. However, if many of these small shops are clustered and centrally located, and together they offer a variety comparable to the supermarket, then they can compete effectively with the chain supermarket.”

  6. Fringer Says:

    คุณ chak: คิดว่า economy of scale ในแง่ต้นทุนของโชวห่วย เกิดได้ค่อนข้างง่ายถ้าโชวห่วยมารวมตัวกันเยอะๆ เพื่อเจรจาซื้อของเป็น bulk purchase ร่วมกัน ไม่จำเป็นต้องเป็นสหกรณ์หรือองค์กรอะไรที่เป็นระบบก็ได้ แค่ต้อง “แต่งตั้ง” ใครบางคนให้ทำหน้าที่ไปเจรจาซื้อของแทนคนทั้งกลุ่ม ยิ่งถ้าไว้ใจกันมาก ก็ยิ่งไม่ต้องมีระบบอะไรมาก (ตอนนี้การซื้อของได้ราคาถูกจากการรวมตัวแบบนี้เกิดได้ทุกระดับค่ะ ในระดับผู้บริโภคก็ทำได้ อย่างตอนนี้ในเมืองจีน มี “กลุ่มผู้บริโภค” ที่หาสมาชิกและรวมตัวเป็นกลุ่มผ่านอินเทอร์เน็ต มีระบบเลยว่าวันนี้ใครมีหน้าที่ไปซื้อแฟ๊บให้คนทั้งกลุ่ม อีกวันใครมีหน้าที่ไปซื้อยาล้างจาน ฯลฯ) เนื่องจากแบบแปลนของคุณยรรยงก็ส่งเสริมให้โชวห่วยมาอยู่ใกล้ๆ กัน ก็มีโอกาสจะสร้าง economy of scale และอำนาจต่อรองได้ง่าย จริงๆ แล้ว ถึงแม้ว่าแบบแปลนของคุณยรรยงจะยังไม่เกิด แต่ถ้าโชวห่วยไทยเริ่มทำความรู้จักและรวมตัวกันผ่านอินเทอร์เน็ตเพื่อเพิ่มอำนาจในการต่อรอง เหมือนกลุ่มผู้บริโภคในจีน ก็จะช่วยได้เยอะแล้ว เพราะอินเทอร์เน็ตตอนนี้ก็เป็น “พื้นที่สาธารณะ” ต้นทุนต่ำ (สำหรับคนใช้) ที่ใช้ในการรวมตัวกันทำอะไรสักอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพมากๆ

    มีความเห็นต่างจากอาจารย์ Christopher Alexander ที่คุณยรรยงมา quote ให้อ่านนิดนึง คือส่วนตัวไม่คิดว่าโชวห่วยจำเป็นจะต้องแข่งกับ hypermarket ยักษ์ด้วยกลยุทธ์การขายเดียวกันเป๊ะ (คือของถูกและหลากหลาย) เสมอไปเพื่อให้อยู่รอด เพราะสามารถใช้ความแตกต่างอื่นๆ (differentiation) โดยเฉพาะด้าน “มนุษยสัมพันธ์” เป็นจุดขายได้ เช่น เจ้าของร้านเอาใจใส่ที่หาของให้ได้ทุกอย่าง (ร้านจีฉ่อยแถวๆ ม.จุฬาฯ เป็นตัวอย่างที่ดีมาก) กาแฟอร่อยๆ ที่เจ้าของร้านชงเอง ฯลฯ เพราะฉะนั้นในด้านรายได้ คิดว่ากลยุทธ์ที่เอา “สินค้า/บริการแปลกๆ หรือเฉพาะเจาะจงที่หาใน hypermarket ไม่ได้ ขายได้ทีละจำนวนไม่มากแต่อัตราส่วนกำไร (profit margin) สูง” มาใช้ (หรือเรียกว่า high-margin, low-volume) อาจจะดีกว่ากลยุทธ์ “ขายของโหลที่ profit margin ต่ำ แต่ขายได้ทีละมากๆ” (low-margin, high-volume) สำหรับโชวห่วยก็ได้ เพราะไม่ว่าจะรวมตัวกันได้ดีขนาดไหน ก็คงไม่มีทางที่โชวห่วยจะขายใน volume ที่ทัดเทียมกับ hypermarket ใหญ่ๆ ที่คนเข้าวันละหลายพันคนได้

    แต่ในด้านต้นทุน โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จาก economy of scale ที่จะเกิดจากการรวมตัวกัน เห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ

    Porr: ค่าส่วนกลางเป็นรายละเอียดปลีกย่อย แต่ไม่น่าจะมีปัญหาในการเก็บอยู่แล้ว เพราะมันขึ้นอยู่กับ pricing เป็นหลัก วิธีคิดก็ไม่น่าจะต่างจากเวลาคนซื้อคอนโด แต่ในแง่แนวคิด แบบแปลนนี้โอเคเลย

    คุณยรรยง: ขอบคุณที่เข้ามาโพสถึงในนี้ค่ะ ถ้าห้องแถวแบบนี้เกิดในเมืองไทยจริงๆ ก็แจ๋วไปเลย ชอบมากๆ ตรงที่ในคำอธิบายแบบในเว็บคุณยรรยง บอกว่า “ศึกใหญ่ในขณะนี้ คือการแย่งชิงพื้นที่สาธารณะให้กลับมาเป็นของสาธารณะ” :D

  7. Thai open architecture: ห้องแถว 2550 โชวห่วยเย้ยยุทธจักร « Kannsein’s big box Says:

    […] http://www.boonlong.com/prototype00TH.html […]

  8. Oakyman Says:

    คิดเผื่อสำหรับคนไทยยุคใหม่

    ที่จอดรถ
    แอร์ (ในทางเดิน) (ในร้านอาจจะติดร้านใครร้านมันได้)

  9. Thai open architecture:โชวห่วยเย้ยยุทธจักร « Kannsein’s big box Says:

    […] http://www.fringer.org/?p=237 […]