Archive for June, 2010

คำนำ “กลอนสดกรุงแดงเดือด” (working title) โดย พระไพศาล วิสาโล

Tuesday, June 29th, 2010

พระไพศาล วิสาโล กรุณาเขียนคำนำให้กับ “กลอนสดกรุงแดงเดือด” – หนังสือรวมเล่มกลอนสดที่เจ้าของบล็อกนี้แต่งโต้ตอบกับคุณสุรวิชช์ วีรวรรณ (อ่านออนไลน์และดาวน์โหลด PDF ได้จากหน้านี้ค่ะ ไม่แน่ใจว่าฉบับหนังสือจะใช้ชื่อนี้หรือเปล่า เลยห้อยวงเล็บ “working title” ท้ายชื่อไปก่อน) ผู้เขียนขอนำมาเผยแพร่ในบล็อกนี้ก่อนหนังสือเสร็จ เพราะคำนำของพระไพศาลหลายตอนเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันและน่าจะช่วยเตือนสติทุกคนได้เป็นอย่างดีค่ะ ตอนนี้หนังสืออยู่ระหว่างการใส่ภาพประกอบ เชิงอรรถ และลำดับเหตุการณ์ต่างๆ น่าจะเรียบร้อยภายในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ คำนำ “กลอนสดกรุงแดงเดือด” (working title) การชุมนุมกลางกรุงของกลุ่มคนเสื้อแดงซึ่งกินเวลานานกว่า ๒ เดือนนั้น ได้ก่อผลสะเทือนอย่างมากในสังคมไทย นอกจากจะเป็นการเผชิญหน้าระหว่างประชาชนเรือนหมื่นกับรัฐบาลจนนำไปสู่ความรุนแรงและสูญเสียอย่างมหาศาลแล้ว ยังก่อให้เกิดการปะทะทางความคิดอย่างรุนแรงจนกลายเป็นความแตกแยกในแทบทุกวงการ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน การเผชิญหน้าครั้งใหญ่ระหว่างประชาชนกับรัฐบาลนั้นเกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่เคยมีครั้งใดที่ก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคมไทยมากเท่าครั้งนี้ สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะว่าในอดีตนั้นคู่กรณีสามารถแยกเป็น “ขาว” และ “ดำ” ได้อย่างชัดเจน ผู้คนจึงมีความเห็นร่วมกันว่าควรสนับสนุนฝ่ายใดและต่อต้านฝ่ายใดไม่ว่ากรณี ๑๔ ตุลา หรือพฤษภา ๓๕ แต่กรณีคนเสื้อแดงกับรัฐบาล(และผู้ค้ำจุนของทั้งสองฝ่าย) หาเป็นเช่นนั้นไม่ ในขณะที่คนกลุ่มหนึ่ง (ซึ่งมีจำนวนไม่น้อย)มองเห็นชัดว่า ใครเป็น “ขาว” ใครเป็น “ดำ” คนอีกกลุ่มหนึ่ง (ซึ่งมีจำนวนมากเช่นกัน) กลับเห็นตรงกันข้าม [...]

จรรยาบรรณของบล็อกเกอร์ในฐานะสื่อพลเมือง

Saturday, June 5th, 2010

[เขียนบทความนี้ให้กับวารสารของสภาการหนังสือพิมพ์ ได้รับอนุญาตให้นำมาขึ้นบล็อกได้ด้วยค่ะ] จรรยาบรรณของบล็อกเกอร์ในฐานะสื่อพลเมือง ปัจจุบันการเขียนบล็อก (ย่อมาจาก “เว็บล็อก” – weblog) ได้กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาในชีวิตประจำวันของนักท่องเน็ตนับร้อยล้านคนทั่วโลก (ตัวเลข ณ สิ้นปี 2009 ของเทคโนราติ (Technorati.com) บริษัทเก็บสถิติ อยู่ที่ 112 ล้านบล็อก) ผู้เชี่ยวชาญอินเทอร์เน็ตหลายคนบอกว่าบล็อก “ตกสมัย” ไปแล้วในยุคที่สื่อสังคมอย่างเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ครองใจคนทั่วโลก แต่ในเมื่อบล็อกมีความเป็น “สาธารณะ” มากกว่าเฟซบุ๊คซึ่งจำกัดผู้อ่านเพียงกลุ่ม “เพื่อน” และยาวกว่าทวิตเตอร์ซึ่งจำกัดเนื้อที่เพียง 140 ตัวอักษรต่อครั้ง งานเขียนของบล็อกเกอร์จึงมีส่วนคล้ายกับงานของนักข่าวมืออาชีพ และด้วยเหตุนั้น หากคำว่า “จรรยาบรรณของบล็อกเกอร์” จะมีความหมาย มันก็ควรมีส่วนคล้ายกับจรรยาบรรณของสื่ออาชีพ มากกว่าจรรยาบรรณของคนที่เล่นเฟซบุ๊คหรือทวิตเตอร์ อย่างไรก็ตาม ในเมื่อบล็อกเกอร์ส่วนใหญ่ไม่ใช่สื่ออาชีพ และคนอ่านบล็อกก็ไม่ได้คาดหวังให้เป็นอย่างนั้น (ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่เข้ามาอ่านบล็อก และการเขียนบล็อกก็คงจะหมดสนุกและขาดเสน่ห์ถ้าบล็อกเกอร์พยายามทำตัวเป็นนักข่าวตลอดเวลา) จรรยาบรรณของบล็อกเกอร์จึงไม่ควรจะเท่ากับจรรยาบรรณของสื่ออาชีพ ถึงแม้ว่าจะมีพื้นฐานเดียวกัน ถ้าเปรียบกับพุทธศาสนา จรรยาบรรณของบล็อกเกอร์อาจเปรียบเสมือนศีล 5 ข้อของฆราวาส ไม่ใช่ 227 ข้อที่เคร่งครัดกว่าของพระภิกษุในฐานะนักปฏิบัติธรรม “มืออาชีพ” บล็อกเกอร์ส่วนใหญ่เขียนบล็อกเป็นงานอดิเรกด้วยแรงจูงใจที่แตกต่างกัน บางคนเขียนเพื่อระบายอารมณ์หลังจากที่ทนเก็บกดในที่ทำงานมาทั้งวัน บางคนเขียนบันทึกประสบการณ์ประจำวันให้เพื่อนอ่านเหมือนไดอารี่ส่วนตัว บางคนเขียนเพราะอยากแบ่งปันข้อมูลข่าวสารหรือสาระที่คิดว่าน่าสนใจ [...]