Archive for September, 2008
Saturday, September 27th, 2008
เนื่องจากผู้เขียนกำลังจะร่วมเดินทางไปอเมริกา ใน study trip เกี่ยวกับพลังงานทางเลือกเป็นเวลาสองสัปดาห์ ตั้งแต่ 27 ก.ย. ถึง 9 ต.ค. นี้ จึงต้องทิ้งบล็อกให้ร้างไว้ชั่วคราวค่ะ แล้วพบกันใหม่หลังวันที่ 10 ต.ค. ขอทิ้งท้ายด้วยปกหนังสือใหม่ที่กำลังจะออกในงานหนังสือให้ดูเล่นๆ ก่อน (ขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานเปิดนิทรรศการ “ไทยแลนด์แดนสวรรค์” คืนนี้ที่ People Space Gallery ด้วยนะคะ นิทรรศการยังมีไปจนถึงวันที่ 25 ต.ค. นี้ หนังสือก็มีขายที่แกลอรี่เช่นกัน เดี๋ยวใกล้ๆ งานหนังสือจะแจ้งอีกที )
Posted in Book & Comics | 14 Comments »
Thursday, September 18th, 2008
[ขอคั่นโฆษณาเล็กน้อยด้วยหนังสือเล่มล่าสุดของผู้เขียน เป็นหนังสือบทกวีเล่มแรกในชีวิตและหนังสือเล่มแรกของสำนักพิมพ์เล็กๆ ชื่อ "สำนักพิมพ์ชายขอบ" ที่ตั้งใจจะตีพิมพ์แต่กลอน ขอเชิญทุกท่านมาร่วมงานเปิดตัวหนังสือและนิทรรศการภาพประกอบฝีมือ อังกฤษ อัจฉริยโสภณ ในวันที่ 26 ก.ย. นี้ หนังสือราคา 185 บาท แต่ลดในงานแน่นอน หลังจากวันที่ 26 ก.ย. คงจะหาซื้อไม่ได้ตามร้านจนกว่างานสัปดาห์หนังสือฯ จะจบ (ประมาณ 23 ต.ค.) แต่ในงานหนังสือจะวางขายอยู่ที่บูธสำนักพิมพ์โอเพ่นบุ๊คส์และระหว่างบรรทัด... จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่งก่อนงานหนังสือจะเริ่ม ] “ไทยแลนด์แดนสวรรค์” นิทรรศการกวีนิพนธ์และงานจิตรกรรม โดย สฤณี อาชวานันทกุล และ อังกฤษ อัจฉริยโสภณ จัดแสดงที่ People Space ระหว่างวันที่ 27 กันยายน ถึงวันที่ 25 ตุลาคม 2551 (แผนที่แกลอรี่) Opening Party: วันศุกร์ที่ 26 กันยายน 2551 ตั้งแต่ 1 ทุ่มเป็นต้นไป [...]
Posted in Book & Comics, Poetry | 14 Comments »
Wednesday, September 17th, 2008
ผู้เขียนยังยุ่งหัวฟูอยู่ แต่อย่างน้อยก็ไม่ค่อยเครียดกับการเมืองแล้ว เพราะพยายามไม่ติดตามมันมาก ส่วนหนึ่งเพราะเชื่อว่าความขัดแย้งรอบนี้ร้าวลึกและรุนแรง(แบบมองไม่เห็น)ที่เลยเถิดไปเป็นสิ่งที่อาจเรียกหยาบๆ ได้ว่า “สงครามระหว่างชนชั้น” ไปแล้ว ไม่มีวัน “จบ” ได้จนกว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ส่วนในระยะสั้น ขอความกรุณาทุกท่านอย่าโพสแหย่หรือถามความเห็นเกี่ยวกับการเมืองช่วงนี้ (ยังไม่ลืมคำถามสามข้อของคุณ “ผู้สังเกตการณ์” นะคะ แต่ขอยกยอดไปก่อน จะโพสตอบวันหลัง เริ่มเขียนคำตอบไปบ้างแล้วแต่เขียนไปเขียนมาก็ชักยาว ต้องลำดับความคิดให้ดีก่อน ) ตอนนี้เนื่องจากวิกฤตภาคการเงินในอเมริกากำลังร้อนระอุและน่าตื่นเต้น(ระคนเศร้า)สำหรับคนในวงการ จึงอยากแปะความเห็นส่วนตัวสั้นๆ เล็กน้อย โดยเฉพาะในเมื่อ Lehman Brothers วาณิชธนกิจอับดับสี่และหนึ่งในบริษัทที่เก่าแก่ที่สุดใน Wall Street ต้องพบกับจุดจบที่เลวร้ายที่สุด คือยื่นล้มละลาย หุ้นของบริษัทวันสุดท้ายโซเซลงมาปิดแถวๆ $3.70 ซึ่งเป็นราคาเดียวกับราคาปิดวันแรกหลังเปิดขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (ไอพีโอ) เมื่อ 15 ปีก่อน! จริงๆ แล้วผู้เขียนก็รู้สึก “สมน้ำหน้า” Lehman Brothers ไม่น้อย เพราะเป็นบริษัทที่ค่อนข้างจะเป็นที่รู้กันในวงการว่าทำธุรกิจแบบ “เขี้ยวลากดิน” และ “ขี้เหนียว” มาก รวมทั้งในเมืองไทยด้วย Lehman มีพอร์ตที่ดินและอสังหาอื่นๆ นับหมื่นล้านบาทในไทย คงต้องถูกบังคับขายทอดตลาดเพราะบริษัทแม่ยื่นล้มละลายไปแล้ว แต่ [...]
Posted in Business, Economics | 31 Comments »
Saturday, September 6th, 2008
ขออำลาบล็อกนี้เป็นการชั่วคราว (ประมาณ 7-10 วัน) นะคะ เพราะเครียดกับการเมืองจนไข้ขึ้น เขียนอย่างอื่นไม่ได้นอกจากเรื่องนี้ในบล็อกกับแปลหนังสือ ทำให้ส่งคอลัมน์และงานต่างๆ ที่ต้องทำไม่ทันตามกำหนด จำเป็นต้องปิดหูปิดตาตัวเองเลิกติดตามข่าวการเมืองชั่วคราว เพื่อรวบรวมสมาิธิไปทำงานต่างๆ ที่ค้างอยู่ให้เสร็จ ระหว่างนี้ขอเชิญถกเถียงกันต่อในกระทู้ต่างๆ ตามอัธยาศัย (แต่ระวังจะเป็นโรคเครียดจากการเมืองตามเจ้าของบล็อกนี้นะคะ) และถ้าใครที่มีฝืมือด้านกราฟฟิกจะทำสติ้กเกอร์และ/หรือแบนเนอร์สำหรับแปะตามเว็บ ข้อความประมาณ “เกลียดสมัครแต่รักประชาธิปไตยมากกว่า” (อาจมีคำอื่นที่ดีกว่านี้แต่ตอนนี้มีปัญญาคิดออกแค่นี้ แหะๆ) เพื่อให้กลุ่มคนที่สื่อขนานนามว่า “พวกสองไม่เอา” ได้แสดงจุดยืนอย่างกระชับและได้ใจความ (เพราะตอนนี้เห็นมีแต่สติ๊ิกเกอร์ของคนเลือกข้างทั้งนั้นเลย) ผู้เขียนก็ขอขอบคุณไว้ล่วงหน้าและสัญญาว่าจะช่วยเผยแพร่ด้วยคนค่ะ
Posted in Thai Politics | 42 Comments »
Tuesday, September 2nd, 2008
ยังรู้สึกหดหู่ใจกับการเมืองมาก ขอโพสความเห็นสั้นๆ เพื่อแสดงความชัดเจนว่าคิดอย่างไร เพราะตอนนี้เจ้าของบล็อกถูกประณามจากทั้งสอง “ขั้ว” ในสังคมไทยแล้ว ตอนนี้บ้านเมืองเราแตกแยกกันรุนแรงน่ากลัวมากๆ ก่อนอื่น ในฐานะคนที่เคยไปร่วมชุมนุม “กู้ชาติ” กับพันธมิตรเมื่อปลายปี 2548 (สมัยที่ยังเป็น “เมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร” ที่สวนลุมฯ อยู่) ต่อเนื่องจนถึงกลางปี 2549 ผู้เขียนยังยืนยันและยึดมั่นในสิ่งที่เคยเขียนในบล็อกนี้แล้วว่า เหตุผลหลักที่ไปประท้วงคือ เชื่อมั่นว่ารัฐบาลของทักษิณหมดความชอบธรรมในการบริหารบ้านเมือง เพราะเอื้อประโยชน์ให้กับตัวเองและพวกพ้อง แทรกแซงและครอบงำองค์กรอิสระและกลไกต่างๆ ในระบอบประชาธิปไตยจนทำงานถ่วงดุล ตรวจสอบ และเช็กบิลไม่ได้เต็มที่ ตัวอย่างโพสก่อนๆ จากช่วงนั้นคือ – สนธิ vs. ทักษิณ : ฤาอารมณ์และความเชื่อ จะอยู่เหนือความจริงและเหตุผล วัฒนธรรมการประท้วง ประชาธิปไตย และเสรีภาพ ความเห็นเกี่ยวกับ “ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับ ทักษิณ ชินวัตร และ ชินคอร์ป” หลังจากวันนั้นจนถึงวันนี้ สองปีกว่าผ่านไป พฤติกรรมทุจริตต่างๆ ก็ทยอยขึ้นสู่ชั้นศาล และศาลก็จะทยอยอ่านคำพิพากษาไปเรื่อยๆ กระบวนการยุติธรรมกำลังดำเนินไป ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีการประท้วง จะมีหรือไม่มีการนองเลือด ตอนนั้นผู้เขียนไม่เคยคิดว่าพันธมิตรฯ มีจุดมุ่งหมายอยู่ที่การเปลี่ยนไปใช้ [...]
Posted in Thai Politics | 83 Comments »
Tuesday, September 2nd, 2008
[ยังเศร้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเรา และเซ็งสื่อกระแสหลักมากๆ ที่เลือกข้างกันจนไม่สนใจจะรายงาน "ข้อเท็จจริง" กรณีการยกพวกตีกันเมื่อคืนวาน - สื่อต่างประเทศรายงานอย่าง "เป็นกลาง" และมืออาชีพกว่ากันเยอะ ดูได้จากคลิปวีดีโอนี้ จากสถานีข่าวฝรั่งเศส และอ่านประสบการณ์ของนักข่าว Strait Times ที่อยู่ในเุหตุการณ์ ...เห็นแบบนี้แล้วทำให้ยิ่งรู้สึกแย่กับสื่อส่วนใหญ่ของประเทศนี้มากกว่าเดิมอีก :/ ขอแปะบทความอีกหนึ่งบทที่ค่อนข้างชอบ (แต่ไม่เห็นด้วยทั้งหมด) ไปก่อน อาการปวดหัวและเครียดการเมืองทุเลาลงเมื่อไหร่จะพยายามรวบรวมความคิดออกมาเขียนในนี้ค่ะ] คำแปลบทวิเคราะห์ ทรราชเสียงข้างน้อย โดย ธิตินันท์ พงศ์สุทธิรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันการศึกษาด้านความมั่นคงและต่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตีพิมพ์ในบางกอกโพสต์ ฉบับวันที่ 1 กันยายน 2551 ตลอดสามปีที่ผ่านมา การเมืองของไทยแปรสภาพจากเผด็จการเสียงข้างมากภายใต้อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร มาเป็นเผด็จการเสียงข้างน้อย ภายใต้การนำของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก่อนการทำรัฐประหารโดยทหารในเดือนกันยายนปี 2549 ทักษิณได้ใช้ประโยชน์จากเสียงข้างมากที่พรรคไทยรักไทยของเขาชนะเลือกตั้งมาเพื่อการใช้อำนาจโดยไม่ชอบและผูกขาดอำนาจทางการเมือง บีบเค้นคู่แข่งและเอื้อประโยชน์ให้แก่ธุรกิจของครอบครัวและพวกพ้อง สร้างความมั่งคั่งให้กับบรรดาลูกสมุน แต่ในเวลานี้ คู่แข่งอันฉกาจของเขาก็ได้ลุแก่อำนาจโดยที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่ไปในอีกด้านหนึ่งคือการที่ยึดเอาประเทศชาติเป็นตัวประกันเพื่อให้มีการตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของพวกตน และในที่สุดก็เปิดเผยความไม่ไว้วางใจและความรังเกียจที่กลุ่มพันธมิตรมีต่อประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง วิกฤติการณ์ทางการเมืองที่มีมาอย่างต่อเนื่องยิ่งผันไปสู่ความเลวร้ายเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม เมื่อผู้ประท้วงของกลุ่มพันธมิตรได้เปลี่ยนจากการประท้วงตามถนนไปเป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจในการเข้ายึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที กระทรวงสองสามแห่งและที่ทำการรัฐบาล พวกเขาหันไปใช้กำลังในการพังเข้าไปทำลายข้าวของในอาคารและพังรั้วของที่ทำการของรัฐ และตั้งแต่นั้นมาก็ปักหลักอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล [...]
Posted in Thai Politics | 20 Comments »