Archive for October, 2007
Sunday, October 28th, 2007
ไปงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 12 หลายเที่ยวในรอบสิบวันที่ผ่านมา ตอนแรกตั้งใจไว้ว่าจะซื้อหนังสือไม่เกิน 30 เล่ม แต่พอไปเห็นหนังสือลดราคาเหลือเล่มละ 10-100 บาทที่บูธสำนักพิมพ์สุขภาพใจ กับหนังสือลด 50% ที่บูธเคล็ดไทยก็ตบะแตก(ไม่รู้ครั้งที่เท่าไหร่แล้ว) กลายเป็นว่าซื้อหนังสือมาทั้งหมด 52 เล่ม ไม่รู้ชาติไหนจะอ่านหมด หนังสือที่ซื้อในงานสัปดาห์ฯ ครึ่งปีก่อน ยังอ่านไม่จบเลย (จริงๆ แล้วเพิ่งทยอยอ่านหนังสือที่ซื้อในงาน เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว กับเมษาปีที่แล้วจบไปเมื่อต้นปีนี้เอง) T_T ระหว่างที่เรียงหนังสือเป็นกองเพื่อถ่ายรูปประจานกิเลสของตัวเองตามธรรมเนียมปฏิบัติของ geek หนังสือทั่วโลก (ผสมด้วยความอยากอวดหน่อยๆ) ผู้เขียนก็พยายามปลอบใจตัวเองว่า อย่างน้อยสสารก็ไม่หายไปจากโลก สักวันจะเอาหนังสือทั้งหมดนี้มาทำเป็นห้องสมุดให้คนอื่นยืมอ่าน (หลังจากที่ยัดเยียดให้คนรอบตัวอ่าน) เพราะห้องรกจนไม่รู้จะวางหนังสือตรงไหนแล้ว ตอนนี้อาการสาหัสถึงขั้นต้องยกตั้งหนังสือสองสามกองลงจากตู้แอร์ทุกคืนก่อนนอน เพื่อให้ไอเย็นออกมาได้ เสร็จแล้วก็ต้องยกมันกลับไปตั้งใหม่ทุกเช้า เพื่อให้ถูพื้นได้ กลายเป็นวิธีออกกำลังแขนแบบใหม่ที่ได้ผล แต่ไม่ค่อยคุ้มกับเสียงบ่นของพ่อแม่ ไหนๆ ก็จัดหนังสือถ่ายรูปประจานแล้ว ขอบันทึกไว้หน่อยว่าซื้อแต่ละเล่มมาทำไม เผื่อจะเป็นประโยชน์สำหรับคนอ่านบล็อกนี้ (คลิ้กที่รูปเพื่อขยาย):
Posted in Book & Comics | 33 Comments »
Monday, October 22nd, 2007
อ่าน บทความใหม่ของอาจารย์ไชยันต์ ไชยพร ที่ลง นสพ. กรุงเทพธุรกิจวันนี้แล้วชอบมาก จึงขอแปะมาแบ่งปันให้อ่านโดยทั่วกัน เพราะสังคมเรายังไม่ค่อยมีการถกเถียงเรื่อง “การจัดลำดับความสำคัญ” ของคุณธรรมจริยธรรมต่างๆ เท่าที่ควร แถมยังดูเหมือนจะลำดับความสำคัญผิดพลาดในหลายๆ กรณีอีกด้วย เพราะไม่ว่าจะคุยกันเรื่องอะไร ดูเหมือน “ประโยชน์สาธารณะ” ที่ไม่มีเจ้าภาพชัดเจนเหมือนกับค่าเสียหายส่วนบุคคลเวลาเกิดกรณีพิพาทระหว่างคนกับคนด้วยกัน จะต้องกลายเป็นเรื่องสำคัญน้อยที่สุดในสายตาของคนส่วนใหญ่ทุกทีไป ผู้เขียนคิดว่าเรื่องนี้น่าจะสะท้อนระดับวุฒิภาวะของสังคมเราได้ดีระดับหนึ่ง ดังนั้นถ้าถกเถียงอภิปรายเรื่องนี้กันมากๆ ก็น่าจะดึงวุฒิภาวะโดยรวมให้สูงขึ้นได้ คนดีที่เป็นพลเมืองเลว โดย ไชยันต์ ไชยพร (ลิ้งก์ไปยังเว็บอื่นๆ เพิ่มเติมโดยเจ้าของบล็อก) ในเรื่องเกี่ยวกับข้อกฎหมาย ต้องขอออกตัวว่า ผมไม่ใช่นักกฎหมาย แต่แม้ว่าไม่ใช่นักกฎหมาย ก็ไม่ได้หมายความว่า จะคิดทำความเข้าใจเรื่องกฎหมายไม่ได้ เพราะมันมีข้อความที่ผมได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆ ว่า “คนไทยทุกคน มีหน้าที่ต้องรู้กฎหมายไทย” ถึงเวลาทำอะไรไปแล้วมีคนกล่าวหาว่าผิดกฎหมาย จะทำไขสือตาใสปฏิเสธว่าไม่รู้ เพื่อที่จะไม่ต้องรับผิดไม่ได้ ดังนั้น ผมจึงมีสิทธิอันชอบธรรมที่จะต้องทำความเข้าใจในประเด็นปัญหาเรื่องกฎหมาย เหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่นานนี้ ทำให้ผมเกิดความสงสัยอย่างยิ่งว่า บุตรมีสิทธิอันชอบธรรมหรือไม่ที่จะปฏิเสธให้ถ้อยคำในกระบวนการหาหลักฐานข้อเท็จจริงในการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ โดยอ้างเหตุผลในทำนองที่ว่า ไม่สามารถให้การที่เป็นการให้ร้ายต่อบุพการี ? จากกรณีดังกล่าว หลายคนอาจนึกถึงคำว่า “อุทลุม” ซึ่งแหล่งข้อมูลได้อธิบายไว้ว่า คำว่า อุทลุม “เป็นถ้อยคำที่ใช้กันมาตั้งแต่โบราณกาล [...]
Posted in Law/Regulation, Thai Culture, Thai Politics | 18 Comments »
Thursday, October 18th, 2007
เมื่อสิบแปดตุลามาบรรจบ อีกคำรบครบปีที่ปลิวผ่าน ก่อนความจำจะเลือนลับกับวันวาร ก่อนสังขารเริ่มระโหยจะโรยรา จดบันทึกทบทวนหวนรำลึก ความรู้สึก-ความฝันที่ฟันฝ่า สามสิบสี่ปีแล้วที่เกิดมา โลกหนักกว่าก่อนเราสักเท่าไร เคยเย่อหยิ่งยึดอัตตาว่ากูแน่ ไม่ยอมแพ้ไม่ยอมใครไม่เริ่มใหม่ ต่อเมื่อผ่านวัยเยาว์จึงเข้าใจ ว่าเส้นชัยที่แท้แค่มายา เคยภูมิใจในศักดิ์ของนักสู้ ต่อเมื่อค้นใจศัตรูจึงรู้ว่า เรื่องถูก-ผิด / ดี-เลว ทุกเวลา สำคัญน้อยกว่าเมตตาและปรานี เคยคิดว่า “ค่า” คนวัดตัดสินได้ ว่าใครเหนือกว่าใครในศักดิ์ศรี ต่อเมื่อถอดป้ายทิ้ง, ทั้ง “เลว”, “ดี” จึงรู้ – ทุกชีวีค่าเท่ากัน จะยืนหยัดแม้โดดเดี่ยวไม่เดียวดาย เพื่อท้าทายผองอธรรมด้วยคำมั่น หากหลงผิดคิดออกนอกครรลองครัน ขอฟ้าจงลงทัณฑ์อย่าปรานี จะเรียนรู้เพื่อสำเหนียกในความเขลา รักลำเนาถิ่นไทยไม่หลีกหนี จากนี้จนวันตายวายชีวี จะพึงมีเท่าที่จะพึงเป็น. ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๐ หมายเหตุ: วรรค “จะพึงมีเท่าที่จะพึงเป็น” ลอกจากบทกลอนของคุณมนตรี ศรียงค์ กวีซีไรต์ประจำปี 2550 ด้วยจิตคารวะ
Posted in Musings, Poetry | 20 Comments »
Sunday, October 14th, 2007
[ดูรูปตลาดสามชุกทั้งหมดของผู้เขียนได้ที่ Flickr set หน้านี้ และดูรูป(ที่ถ่ายสวยกว่ากันมาก)ของต้น เพื่อนที่ไปด้วยกันได้ที่ Multiply album ของต้น] วันที่ 13 ตุลาคม 2550 หนึ่งวันก่อนวันครบรอบปีของวันมหาวิปโยค 34 ปีก่อนที่แทบจะไม่มีใครจำได้แล้วว่ามีความสำคัญอย่างไร ผู้เขียนและเพื่อนขับรถหลีกหนีความทรงจำอันแสนสั้นของเพื่อนร่วมชาติและความอึดอัดอึกทึกของกรุงเทพฯ ขึ้นเหนือตามทางหลวงสาย 340 มุ่งหน้าไปยังจังหวัดสุพรรณบุรี เป้าหมายของเราคือตลาดสามชุก อำเภอสามชุก ใกล้กับอำเภอเดิมบางนางบวช “ตลาดร้อยปี” ที่ได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นหนึ่งใน “แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์” ที่ดีที่สุดของประเทศ ในยุคโลกาภิวัตน์ที่ไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่อย่างโลตัสผุดขึ้นราวดอกเห็ดไปทั่วโลกเพื่อสนองความต้องการ 24/7 ของผู้บริโภค ตลาดเรือนไม้ถูกทยอยรื้อทิ้งและแทนที่ด้วยอาคารโบกปูนที่หน้าตาเหมือนกันหมดทุกแห่ง เป็นเรื่องน่าแปลกใจไม่น้อยที่ห้องแถวไม้ 2 ชั้นของตลาดสามชุกยังตั้งเด่นอยู่ริมแม่น้ำท่าจีนไม่ต่างจากเมื่อร้อยปีก่อน คนสามชุกทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่ยังอาศัยอยู่ในนั้น สืบทอดวิถีชีวิตของบรรพบุรุษอย่างมีชีวิตชีวา และภาคภูมิใจกับอดีตที่คนนอกชุมชนส่วนใหญ่มองไม่เห็นคุณค่าอีกต่อไป วันนี้ผู้เขียนตั้งใจจะไปหาคำตอบว่า เพราะเหตุใดคนสามชุกจึงอยากอนุรักษ์วิถีชีวิตโบราณเอาไว้ แทนที่จะรับเงินค่าเวนคืนที่ดิน ย้ายออกไปทำมาหากินในเมืองใหญ่เหมือนชุมชนอื่นๆ อีกจำนวนมาก เว็บไซต์ตลาดสามชุก เล่าประวัติความเป็นมาของตลาด และความเป็นมาของโครงการอนุรักษ์ไว้ดังต่อไปนี้: “…ตลาดสามชุก เป็นตลาดเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำท่าจีน พัฒนาการขึ้นจากตลาดเล็กๆ มาเป็นชุมชนขนาดใหญ่ เป็นเมืองท่าที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจ เป็นทั้งสถานที่แลกเปลี่ยนซื้อขาย ตลอดจนเป็นจุดที่พักพ่อค้าในการล่องเรือขึ้นลงกรุงเทพฯ [...]
Posted in Thai Culture, Travel | 8 Comments »
Friday, October 12th, 2007
“สันดานเผด็จการ” ของรัฐไทยภายใต้การควบคุมของคณะรัฐประหารเริ่มโผล่หางออกมาเรื่อยๆ แล้ว ล่าสุด หนังสือพิมพ์มติชนรายงานข่าวการสั่งยึดหนังสือแปล จากภาษาจีน ชื่อ เก้าบทวิจารณ์พรรคคอมมิวนิสต์ (Nine Commentaries on the Communist Party) โดยเจ้าหน้าที่ของไทยระบุว่า “…ด้วยปรากฎว่าสิ่งพิมพ์ ชื่อ ‘เก้าบทวิจารณ์พรรคคอมมิวนิสต์’ ได้ลงโฆษณาข้อความกล่าวหาและโจมตีพรรคคอมมิวนิสต์จีน โดยใช้พื้นที่ของประเทศไทยเป็นที่พิมพ์และเผยแพร่อย่างเป็นการเคลื่อนไหวทาง การเมืองในประเทศไทย โดยมุ่งโจมตีรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน อันอาจทำให้ประชาชนคนไทยทั่วไปเข้าใจคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่ผ่านมาสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดีกับไทยมาโดยตลอด ถือได้ว่าสิ่งพิมพ์ดังกล่าวมีลักษณะอาจจะขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน โดยเจ้าพนักงานการพิมพ์สำหรับกรุงเทพมหานคร อาศัยอำนาจตาม มาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติการพิมพ์ พุทธศักราช 2484 ห้ามการขาย หรือแจกจ่ายและให้ยึดสิ่งพิมพ์ดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป” ข่าวประชาไทรายงานต่อว่า “…สำหรับหนังสือเล่มนี้เป็นการวิจารณ์พรรคคอมมิวนิสต์จีน แปลจากเรื่องชุดเก้าบทที่เริ่มจัดพิมพ์ครั้งแรกในลักษณะบทบรรณาธิการในเว็บไซต์ชื่อ ‘ต้าจี้หยวน’ ซึ่งเป็นฉบับพิมพ์ภาษาจีนของเดอะอิพอคไทมส์ โดยผู้แต่งไม่ประสงค์จะออกนาม ขณะที่เว็บไซต์ดังกล่าวได้ตีพิมพ์บทบรรณาธิการดังกล่าวเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ค.ศ. 2004 และส่งผลกระทบอย่างมากต่อชาวจีนที่อยู่นอกประเทศจีน และกำลังมีผลกระทบมากขึ้นถึงชาวจีนในประเทศด้วยกัน โดย เก้าบทวิจารณ์พรรคคอมมิวนิสต์จีน กำลังเริ่มเป็นบทสนทนาในหมู่ชาวจีนถึงพรรคคอมมิวนิสต์จีน” เนื่องจากผู้เขียนเชื่อมั่นในสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและแสดงความคิดเห็นของประชาชน และเชื่อมั่นในพลังของอินเทอร์เน็ตในฐานะช่องทางที่เราจะสามารถใช้ “ปลดแอก” [...]
Posted in Book & Comics, Free Culture/Education, Non-Thai Politics | 12 Comments »
Friday, October 12th, 2007
While world leaders are still “politicking” and trying creative new ways to say “we ain’t gonna do anything” with flowery diplomatic words, thousands of Buddhist monks in Burma have disappeared and been imprisoned, hundreds of whom have been brutally murdered by the junta. If you are as frustrated and angry as I am about the [...]
Posted in Music, Non-Thai Politics | 2 Comments »
Tuesday, October 9th, 2007
ช่วงนี้การเมืองและเศรษฐกิจไทยมีเรื่องให้ “บ่น” และ “ตามติด” หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องในมุ้ง นอกมุ้ง หรือเรื่องสำคัญระดับชาติที่สื่อกระแสหลักไม่ยอม (หรือไม่กล้า) ตีแผ่ให้ประชาชนรับทราบในวงกว้าง ล่าสุด ข้อเสนอของ สนช. 60+ คนที่ให้แก้ไข พ.ร.บ. 2 ฉบับ เพื่อขยายขอบเขตการคุ้มครองภายใต้ข้อหา “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” ให้ครอบคลุมถึงพระราชโอรส พระราชธิดา ประธานองคมนตรี องคมนตรี และผู้แทนพระองค์ และที่ให้อำนาจศาลสั่งห้ามสื่อมวลชนเสนอข่าวคดีหมิ่นฯ ที่อยู่ระหว่างการสอบสวนไต่สวนหรือพิจารณาคดีในการกล่าวหาหรือฟ้องในความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เพิ่งถูกถอนออกจากวาระการประชุม สนช. อย่างกะทันหัน ด้วยเหตุผลว่าองคมนตรีบางคน “ไม่สบายใจ” ถ้าท่านผู้อ่านอยากรู้ว่ามีสมาชิก สนช. คนไหนบ้างที่ร่วมลงนามเป็นผู้เสนอร่างกฎหมายที่ดูเหมือนจะ “คิดแทน” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแบบปิดกั้นเสรีภาพสื่อและผิดเจตนารมณ์ (เพราะพระองค์เองเคยตรัสอย่างชัดเจนแล้วว่า “king can do wrong”) ขอเชิญดาวน์โหลดร่าง พ.ร.บ. ทั้งสองฉบับได้ที่นี่: ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา (ป.อาญา) [PDF, 8 หน้า] [...]
Posted in Art & Science, Cool Stuff, Free Culture/Education | 10 Comments »
Sunday, October 7th, 2007
[หลังจากที่พยายาม "คอมเม้นท์ด้วยภาพ" เกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างสถาบันสงฆ์ไทยกับพม่า ซึ่งมีรูปแบบเป็น "พุทธเถรวาท" เหมือนกัน ก็มีเรื่องให้คอมเม้นท์แบบนี้อีกแล้ว ขออภัยทุกท่านที่รอผู้เขียนโพส "เรื่องเบาๆ" อย่างเรื่องเดินทาง ฯลฯ อยู่ แต่ตอนนี้ยังอดโพสเรื่องนี้ไม่ได้] ปลายเดือนกันยายน 2550: พระสงฆ์พม่าที่ถูกทหารรัฐบาลทำร้ายเืนื่องจากออกมาประท้วงเพื่อประชาชน เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงย่างกุ้ง ในขณะที่พระอีกหลายร้อยรูปยังถูกคุมขังอยู่ในคุก พระอีกหลายร้อยรูปถูกฆ่าตายและศพถูกนำไปทิ้งกลางป่า และพระในวัดส่วนใหญ่ทั่วประเทศยังคงปฏิเสธที่จะรับบิณฑบาตจากทหารและครอบครัว (ภาพจาก บล็อกของ Ko Htike) ปลายเืดือนกันยายน 2550: ตัวแทนพระสงฆ์ พระนิสิต นำโดย พระมหาโชว์ ทสฺสนีโย รองผอ.สำนักส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริหารสังคม มจร. พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนประมาณ 100 รูป/คน รวมตัวกันยื่นหนังสือขอให้มหาวิทยาลัยศิลปากร ระงับการแสดงภาพ “ภิกษุสันดานกา” ผลงานนายอนุพงษ์ จันทร ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 เหรียญทองประเภทจิตรกรรม จากการประกวดผลงานศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 53 ประจำปี 2550 (ภาพจาก มติชนออนไลน์) อ่านเรื่องพระออกมาประท้วงเรื่องรูปนี้แล้วทำให้นึกถึงคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุ เรื่องการศึกษาธรรมจากภาพ: “… การศึกษาธรรมจากภาพนั้น [...]
Posted in Buddhism, Non-Thai Politics, Thai Politics | 4 Comments »
Friday, October 5th, 2007
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หนังสือเล่มใหม่ล่าสุดของอาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ‘ส.ศิวรักษ์’ เรื่อง “ค่อนศตวรรษประชาธิปไตยไทย ที่เต็มไปด้วยขวากหนาม” ได้ถูกตำรวจสันติบาลเก็บยึดออกจากแผง ด้วยข้อหาว่า “ลงข้อความอันอาจขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน” อ้างตาม พ.ร.บ. การพิมพ์ พ.ศ. 2484 โดยคำสั่งลงวันที่ 28 ก.ย. 2550 ในเมื่อตำรวจอ้างเหตุผลเชยๆ เรื่อง “ความสงบเรียบร้อย” และ “ศีลธรรมอันดี” กับหนังสือยอดเยี่ยมที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาสาระ โดยเฉพาะภาคแรก (1/3) ของหนังสือที่ใช้หัวข้อ “สถาบันกษัตริย์กับรัฐธรรมนูญ” ก็เป็นที่แน่นอนว่าสาเหตุที่หนังสือเล่มนี้ถูกแบนนั้น คือความเห็นของตำรวจที่ว่าเนื้อหาบางส่วนเข้าข่าย “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” ทั้งๆ ที่เนื้อหาของบทความทั้งหมดในภาคดังกล่าวของหนังสือ ล้วนเป็นข้อคิดข้อเขียนเชิงวิชาการของหนึ่งใน “สุดยอดปัญญาชนสยาม” ที่เป็นประโยชน์อย่างมากต่อวิวาทะเรื่องบทบาทของสถาบันกษัตริย์ไทยในโลกยุคโลกาภิวัตน์ ซึ่งเป็นวิวาทะที่สังคมไทย “จำเป็น” จะต้องถกกันอย่างกว้างขวาง เพราะสถาบันกษัตริย์เป็นหนึ่งใน “สถาบันหลัก” ของสังคมที่มีอิทธิพลและความเกี่ยวโยงต่อชีวิตคนไทยในแทบทุกมิติ หนังสือเล่มนี้ไร้ซึ่งข้อความใดๆ ทั้งสิ้นที่ใครก็ตามที่มีสามัญสำนึกจะดูออกว่าเป็นการ “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” ส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถ้าอาจารย์สุลักษณ์จะเอ่ยถึงพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันบ้าง ก็ล้วนแต่เป็นการเอ่ยถึงอย่างชื่นชมหรือไร้อคติทั้งนั้น เช่น: “…อย่างเศรษฐกิจพอเพียงของเรา พระเจ้าอยู่หัวท่านดำรงพระชนม์อย่างเรียบง่ายมาก เป็นแบบอย่างเพราะแม้กระทั่งมีดโกน ท่านจะใช้จนกระทั่งเก่าขึ้นสนิม [...]
Posted in Book & Comics, Law/Regulation, Thai Culture | 10 Comments »
Thursday, October 4th, 2007
Posted in Buddhism, Non-Thai Politics | No Comments »
Tuesday, October 2nd, 2007
[Still saddened by the ongoing atrocities in Myanmar and the world community's appalling inability to stop it, no thanks to huge energy companies and giant arms dealers. Here's a very nice song dedicated to Aung San Suu Kyi (the melody is very similar to Coldplay's "Sparks" but it's still very nice). See related materials at [...]
Posted in Buddhism, Music, Non-Thai Politics | 1 Comment »
Monday, October 1st, 2007
(รูปถ่ายจาก บล็อกของ Ko Htike ซึ่งรายงานว่าล่าสุด พระสงฆ์ที่ถูกรัฐบาลทหารพม่าจับกุมตัวไปกว่า 500 รูป ได้เริ่มปฏิเสธที่จะรับบิณฑบาตจากเจ้าหน้าที่รัฐ ประชาชนพม่าที่ต้องการนำข้าวปลาอาหารไปถวายพระก็ถูกทหารกีดกันไม่ให้เข้าถึง เท่ากับว่าพระสงฆ์กำลังอดอาหารประท้วงโดยปริยาย ในช่วงเวลาแบบนี้ สหประชาชาติและองค์กรกาชาดโลกกำลังทำอะไรอยู่?) จากใจประชาชนคนธรรมดา แปลจาก From the heart of ordinary citizens, 30 กันยายน 2550 เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้พูดโทรศัพท์กับเพื่อนๆ ที่อยู่ในพม่า วันหนึ่ง กลุ่มเพื่อนของผมติดอยู่ในห้องๆ หนึ่งในย่านใจกลางเมือง ระหว่างที่เกิดการประท้วง ในระหว่างที่พวกเขาคุยกับผม พวกเขาเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่ากำลังเห็นประชาชนถูกทหารยิง ลากตัวออกไป และถูกทุบตีด้วยกระบองเหล็ก เพื่อนๆ ผมบอกว่าพวกเขารู้สึกสิ้นหวังที่เห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา แต่ช่วยอะไรไม่ได้ พวกเขาถามผมซ้ำๆ ซากๆ ว่า ทหารของสหประชาชาติอยู่ไหน? ทหารจากนานาประเทศอยู่ไหน?
Posted in Buddhism, Non-Thai Politics | 6 Comments »