Archive for September, 2007

ขอเชิญร่วมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือประชาชนชาวพม่า

Saturday, September 29th, 2007

ขอเชิญทุกท่านร่วมบริจาคเงินผ่าน Give to Burma เว็บไซต์ เพื่อเป็นทุนในการช่วยเหลือพระสงฆ์และประชาชนชาวพม่าผู้กำลังยืนหยัดประ้ท้วงรัฐบาลเผด็จการทหาร เจ้าของเว็บนี้เป็นชาวพม่าสองคนที่ปัจจุบันพำนักอยู่ในประเทศไทย ผู้ก่อตั้งกลุ่ม Youth Solidarity of Burma เมื่อไม่นานมานี้เพื่อหาทางช่วยเหลือประชาชนผู้เดือดร้อน ลิ้งก์บนเ็ว็บ Give to Burma จะเป็นการบริจาคเงินผ่าน PayPal (ถ้าไม่มีแอคเค้าท์ ก็เท่ากับเป็นการบริจาคเงินด้วยบัตรเครดิต) แต่ท่านใดที่อยากโอนเงินให้กับผู้นำกลุ่ม Youth Solidarity of Burma โดยตรง ก็สามารถโอนเงินเข้าบัญชีดังต่อไปนี้: ชื่อบัญชี: Ms Su Su Myat เลขที่บัญชี: 531-0433-56-9 ธนาคาร: ธนาคารกรุงเทพ สาขากาดสวนแก้ว 21 ถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง เชียงใหม่ 50200 โทร: 0532254657 SWIFT CODE: BKKBTHBK

Blood money: why ASEAN can but probably won’t stop the brutal massacre in Myanmar

Friday, September 28th, 2007

(Picture from Ko Htike’s blog) I’m still enraged by how most governments are reacting (or not reacting) on the brutal massacre that’s going on in Myanmar (and I think the half-hearted sanctions like denying visas to the junta are just as bad as silence – I can imagine the junta leaders chuckle and say “alrighty [...]

Shame on the Burmese junta, shame on the Thai government

Thursday, September 27th, 2007

I’m back to posting in English again briefly since I really want to communicate this to the world :/ Today’s Bangkok Post editorial is a good summary of what I feel right now about the Thai government’s deafening and morally repugnant silence over the massacre that’s going on in Thailand’s next-door neighbor, so I’d suggest [...]

รัฐบาลทหารพม่าโหดร้าย รัฐบาลทหารไทยก็ไร้ยางอาย

Thursday, September 27th, 2007

All that is necessary for the triumph of evil is that good men do nothing. – Edmund Burke เพื่อนส่งลิ้งก์ข่าวนี้มาให้อ่าน อ่านแล้วก็ทนไม่ได้ ขอระบายความในใจไว้ตรงนี้ เพราะตอนนี้รู้สึกแย่มากๆ ที่รัฐบาลทหารพม่ากำลังทำร้ายพระและประชาชนของประเทศตัวเองอย่างเหี้ยมโหด แต่รัฐบาลไทยกลับวางเฉย แถม ประธาน คมช. ก็ยังให้ข่าวที่ “ส่อสันดานเผด็จการ” แบบน่าเกลียดมากๆ มิคสัญญีที่กำลังเกิดขึ้นครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่เป็น “กิจการภายใน” ของพม่า แต่เป็นการเรียกร้องประชาธิปไตยโดยสันติของพระและประชาชน ที่วิญญูชนทุกคนทั่วโลกที่เชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยควรร่วมกันสนับสนุน และรัฐบาลทั่วโลกในประเทศที่อ้างว่าตัวเองเป็น “ประชาธิปไตย” ก็ควรเลิก “ปากว่าตาขยิบ” ได้แล้ว โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มอาเซียน เช่น ไทย และสิงคโปร์ ที่ “หากิน” อย่างไร้ยางอายและไร้มนุษยธรรมกับทรัพยากรธรรมชาติของพม่าในทางที่ทำให้รัฐบาลทหารร่ำรวยอยู่กลุ่มเดียว แต่ประชาชนตาดำๆ ถูกทหารกดขี่ข่มเหงตลอดมา ความเห็นของผู้เขียนที่มีต่อข่าว แสดงเป็นฟอนต์สีฟ้าในข้อความข้างล่างนี้ ตอนนี้กำลังแปลข่าวนี้เป็นภาษาอังกฤษอยู่ เมื่อแปลเสร็จแล้วจะโพสลงบล็อกนี้ด้วย …… [...]

พุทธเหมือนกัน?

Monday, September 24th, 2007

กันยายน 2550 (ยังไม่จบ) : พระสงฆ์พม่ากว่า 10,000 รูปเดินขบวนเรียกร้องประชาธิปไตย เป็นการท้าทายอำนาจเผด็จการทหารพม่าครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 20 ปี มิถุนายน 2550 : พระสงฆ์ไทยเดินขบวนไปยังหน้าทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยคณะรัฐประหาร บรรจุศาสนาพุทธเป็น “ศาสนาประจำชาติ” ในรัฐธรรมนูญ

ล่องคลื่นโลกาภิวัตน์ 1: The World is Round ออกแล้ว

Tuesday, September 18th, 2007

[ก่อนอื่น ขอแจ้งให้ทราบว่ารูปถ่ายที่ไปเก็บขยะที่เกาะลันตา (ซึ่งผู้เขียนลงท้ายไม่ได้เก็บ เพราะไปไม่ทันเก็บ แต่ได้ความประทับใจดีๆ มาแทน) สามารถรับชมได้ที่ Flickr set หน้านี้ ในอีกไม่กี่วันจะเรียบเรียงเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟัง ] ขอใช้พื้นที่บล็อกโฆษณาหนังสือตัวเอง (อีกแล้ว): “ล่องคลื่นโลกาภิวัตน์ 1: The World is Round” หนังสือที่รวบรวม 20 ตอนแรกจากคอลัมน์ “ล่องคลื่นโลกาภิวัตน์” ที่เขียนลง นสพ. ประชาชาติธุรกิจทุกสองสัปดาห์ ตอนนี้ออกแล้วนะคะ สำนักพิมพ์โอเพ่นบุ๊คส์เจ้าเก่าจัดพิมพ์ หนังสือเล่มนี้หนา 184 หน้า ราคาปก 165 บาท ลดเหลือ 140 บาท ถ้าสั่งซื้อออนไลน์ คาดว่าภายในไม่เกิน 2 สัปดาห์ จะวางขายในร้านหนังสือทั่วไป เช่นเคย ขอน้อมรับคำวิจารณ์ ประณาม ถาม ด่า ฯลฯ เกี่ยวกับเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ไว้ ณ ที่นี้ ขอขอบคุณทุกท่านล่วงหน้าที่อุดหนุน และทุกท่านที่ไม่อุดหนุนแต่ติดตามอ่านคอลัมน์นี้มาตลอด หรือไม่อ่านแต่คอยให้กำลังใจผู้เขียนอยู่ห่างๆ [...]

มาช้าดีกว่าไม่มา เทค 2 – ความเห็นเกี่ยวกับรายงาน ‘ซุกหุ้นภาค 2’ ของ คตส.

Saturday, September 15th, 2007

สืบเนื่องจากที่เคยโพสความเห็น เกี่ยวกับคำสั่งอายัดทรัพย์ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว ของ คตส. ในบล็อกนี้เมื่อเดือนที่แล้ว ในที่สุด คตส. ก็เปิดเผยหลักฐานเจ๋งๆ เกี่ยวกับ “คดีซุกหุ้นภาค 2” ของทักษิณออกมาให้สาธารณชนรับทราบเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2550 ที่ผ่านมา ดาวน์โหลดไฟล์สรุปผลรายงาน [PDF format, 18 หน้า] ที่ผู้เขียนรวบรวมมาจากเว็บมติชนได้ที่นี่ ในฐานะนักการเงิน ผู้เขียนคิดว่าหลักฐานที่ คตส. สืบเสาะและรวบรวมมาได้นั้น “มีน้ำหนัก” เพียงพอที่ศาลจะพิพากษาว่าทักษิณมีความผิดโทษฐานซุกหุ้นได้ ขอสรุปความเห็นของตัวเองไว้สั้นๆ ในรูปแบบคำถาม-ความเห็นดังต่อไปนี้ ถาม: หลักฐานชิ้นใดที่ยืนยัน “ความเป็นเจ้าของ” หุ้นชินคอร์ปของทักษิณได้แน่นหนาที่สุด? ความเห็นของผู้เขียน: คตส. เปิดเผยหลักฐานสองชิ้นที่ “มัด” ได้แน่นมาก ชิ้นแรกคือ หลักฐานคำขอเปิดบัญชีธนาคารยูบีเอส เอจี ซึ่งระบุว่า ผู้มีอำนาจลงนามแทนแอมเพิลริชฯ จากปี 2542 ถึงกรกฏาคม 2548 คือ Dr. T. [...]

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจในการจัดสรรทุนในระบบเศรษฐกิจไทย ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์

Thursday, September 13th, 2007

เพิ่งไป present บทความเรื่อง “การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจในการจัดสรรทุนในระบบเศรษฐกิจไทย ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์” ร่วมกับ อ.กิตติชัย แซ่ลี้ ที่งานสัมมนาวิชาการของคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปี 2550 ขอเชิญดาวน์โหลดเปเปอร์และ presentation เป็น PDF format ได้ที่นี่ค่ะ: บทความ [85 หน้า] presentation [37 หน้า] บทความที่โพสให้ดาวน์โหลดในนี้เป็นฉบับ “ร่างสุดท้าย” (final draft) ก่อนส่งไปพิมพ์เป็นรูปเล่มสวยงามโดยสำนักพิมพ์ openbooks จึงยังมีคำผิดและเลขกราฟบางอันผิดพลาดอยู่ แต่ที่เลือกโพสเวอร์ชั่นนี้ในบล็อกเพราะกราฟและตารางต่างๆ น่าจะอ่านง่ายกว่าฉบับจริง เพราะฉบับจริงปีนี้ทำเป็น pocketbook สวยงาม กราฟจึงเป็นขาวดำและถูกย่อลงเหลือเล็กมาก ถ้าท่านใดสนใจจะดาวน์โหลดฉบับจริงของบทความ เชิญดาวน์โหลด PDF ได้จาก เว็บไซต์ของคณะ (ไฟล์ชื่อ “sym50_book_part4.pdf” ขนาด 9.8 MB) เว็บนี้มีบทความของอาจารย์ท่านอื่นๆ ที่ present ในงานเดียวกัน และไฟล์ presentation ในรูป MS [...]

มือถือ สันดาน การงาน และความสุข

Friday, September 7th, 2007

เมื่อสองวันก่อนเพื่อนสองคนอุตส่าห์ไปซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่มาให้ตามที่ฝากซื้อ เพราะผู้เขียนใช้มือถือเครื่องเก่าแบบไม่บันยะบันยังจนตัวอักษรหลายตัวลอกเลือนไปจากแป้น ตัวเครื่องมีรอยขีดข่วนเต็มไปหมด เวลาคุยจะสายหลุดเป็นระยะๆ (อันนี้ไม่รู้ว่าเป็นปัญหาของเครื่องหรือเปล่า) ล็อคแป้นใช้การไม่ได้ ส่ง SMS ที่มีแต่ความว่างเปล่าไปหาผู้คนทุกสัปดาห์โดยอัตโนมัติ (ผู้เขียนก็ชอบดีแทคมากอยู่ แต่ไม่ได้มากขนาดจะอยากแถมรายได้ให้เดือนละยี่สิบกว่าบาท) มิหนำซ้ำชื่อยี่ห้อ Sony Ericsson บนหัวเครื่องก็หายไปหมดจนไม่รู้แล้วว่ายี่ห้ออะไร (ที่จริง ก่อนที่ตัวอักษรจะหายหมด มันหายไปเหลือ –ny Ericss– ก็เลยเอามือขูด ny กับ ss ออก เพื่อจะได้เรียกโทรศัพท์ตัวเองเป็นชื่อฝรั่งว่า “Eric” ทำเอาคนรอบข้างหมั่นไส้ไปหลายวัน) จริงๆ ไม่เคยคิดอยากจะเปลี่ยนโทรศัพท์ เพราะคิดว่ามันยัง “ใช้ได้” อยู่ ถึงแม้ว่าจะอยู่ในสภาพกะรุ่งกะริ่งมาก แต่เห็นใจเพื่อนๆ ที่ต้องทนรำคาญกับ SMS ว่างเปล่าของผู้เขียนอยู่เรื่อย เลยบอกเพื่อนที่อุตส่าห์จะซื้อให้ว่า ขอเป็น Sony Ericsson (เพราะคุ้นกับหน้าตา ฯลฯ แล้ว) รุ่นไหนก็ได้ที่แพงไม่เกิน 2,000 บาท เพราะไม่ค่อยใช้ฟังก์ชั่นใหม่ๆ ของมือถือ กล้องก็ไม่ได้ใช้ แถมเจ้าเครื่องที่คนอื่นว่าพังแต่ผู้เขียนว่าใช้ได้นี้ก็ซื้อมาในราคาโปรโมชั่น 3,900 บาทเมื่อสองปีก่อน ตอนนี้น่าจะถูกกว่าเดิมเยอะแล้ว [...]

คำถามถึงอุดมการณ์ของชนชั้นกลาง– เราสิ้นศรัทธาไปตั้งแต่เมื่อใด?

Sunday, September 2nd, 2007

ในห้วงเวลาที่หลายฝ่ายกำลังชื่นชมยินดีกับรัฐธรรมนูญใหม่ถอดด้าม และชนชั้นกลางจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังดีใจว่าจะได้เลือกตั้งเสียที น่าเสียดายที่หลายคนในจำนวนนี้ยัง “สายตาสั้น” เกินกว่าที่จะมองเห็นความขัดแย้งและปัญหาที่จะตามมาทันทีที่เราได้รัฐบาลใหม่ ดังที่อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ สรุปไว้ในข้อเขียนเรื่องการเมืองไทยหลังประชามติ ดังจะยกมาบางตอนดังต่อไปนี้: “…จริงอยู่ผู้ที่ไม่เห็นชอบกับรัฐธรรมนูญค่อนข้างกระจุกตัวอยู่ในภาคอีสานและภาคเหนือตอนบน แต่ในขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ากระจายอยู่อย่างเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ทั่วทั้งประเทศ (ยกเว้นภาคใต้) แม้แต่กรุงเทพฯ ยังมีอยู่ถึง 37% ของผู้ใช้สิทธิ (หากเอาตัวเลขนี้ไปคำนวณจากผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในกรุงเทพฯ ก็ตกประมาณกว่า 1.5 ล้านคน) การกระจุกตัวของกลุ่มประชากรที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ มักถูกอธิบายว่าเป็นพื้นที่ฐานเสียงของพรรค ทรท.หรือของคุณทักษิณ ชินวัตร แต่ย้อนกลับไปดูผลการเลือกตั้งเมื่อ พ.ศ. 2548 พื้นที่ซึ่งพรรค ทรท. ชิงที่นั่งได้ทั่วประเทศมีกว้างขวางกว่านั้นมาก ฉะนั้นคำอธิบายนี้คงถูก แต่ถูกไม่หมด และคงจะมีคำอธิบายจากมุมมองอื่นๆ ได้อีกมาก และหนึ่งในคำอธิบายที่เป็นไปได้ ซึ่งผมเห็นว่าน่าคิดมากก็คือ ภาคอีสานและภาคเหนือตอนบนเป็นพื้นที่ซึ่งประชากรมีรายได้เฉลี่ยต่ำสุด คะแนนเสียงประชามติในครั้งนี้จึงเป็นคะแนนเสียงของคนจนกับของคนไม่จน, ของเกษตรกรรมและอะไรอื่นๆ ที่จัดว่าเป็นนอกระบบ กับเศรษฐกิจในระบบ, ของคนที่รู้สึกตัวว่าถูกทอดทิ้ง กับของคนที่วางเดิมพันไว้กับระบบการเมืองส่วนกลางมากกว่า, และของอะไรอื่นๆ อีกมากที่เป็นความแตกต่างเชิงโครงสร้างของกลุ่มประชากร เพื่อชโลมหูผู้ฟัง เราอาจพูดถึง ‘แตกต่างแต่ไม่แตกแยก’ แต่ผมไม่เคยเห็นความแตกต่างเชิงโครงสร้างอย่างนี้ในสังคมใดว่าไม่ใช่ความแตกแยก ถ้อยคำหวานหูเช่น สมานฉันท์, สามัคคี, ปรองดอง, โซ่ข้อกลาง, ฯลฯ [...]