Archive for July, 2007

จตุคามรามเทพ รุ่นรวยไม่มีเหตุผล (ของแท้)

Monday, July 30th, 2007

[ท่าทางน่าจะ 'แรง' กว่ารุ่นโอลิโออุเสียอีก ] จตุคามรามเทพ รุ่นพิเศษ “รวยไม่มีเหตุผล” รุ่นนี้ใครมีไว้จะร่ำรวยแบบหาเหตุผลที่มาที่ไปไม่ได้ แม้คตส. ปปช. และดีเอสไอ ก็หืดจับ รุ่นนี้คณะผู้จัดสร้างยืนยันว่าเป็นรวยไม่มีเหตุผลของแท้ ไม่ใช่รุ่นที่สร้างแอบอ้างก่อนหน้า ให้สังเกตที่องค์จตุคามหน้าต้องเป็นสี่เหลี่ยม สัญลักษณ์แห่งความรวยแบบหาที่มาที่ไปของเงินไม่ได้ มวลสารศักดิ์สิทธิ์ ผงดินจากที่ดินรัชดาฯ กล้ายางพาราทั้ง ๕ ผงเถ้าใบสลากหวยบนดิน ๒ ตัว ๓ ตัว เหล่ามวลสารศักดิ์สิทธิ์จากสนามบินสุวรรณภูมิ อาทิเช่น ทรายขี้เป็ด โคลนเลน แอสฟัลติกแท็กซี่เวย์ หลังคาผ้าใบ สายไฟ CTX9000 King Power ฯลฯ อิฐโบราณเปื้อนเลือดจากมัสยิดกรือเซะ น้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์จากแม่น้ำตากใบ ผงกรวด หิน ปูน บ้านเอื้ออาทร ดินปืนใหญ่อัตตาจร มวลสารแอร์พอร์ตลิงค์ พลังงานแสงอาทิตย์โซล่าโฮม บัตรเติมเงิน 1-2-call รุ่นปรับส่วนแบ่งรายได้ สรรพสามิตโทรศัพท์มือถือ ๒ พันชีวิตฆ่าตัดตอนยาเสพติด เศษชิ้นส่วนรถ-เรือดับเพลิง มวลสารศักดิ์สิทธิ์องค์กรอิสระ อาทิเช่น ศาลรัฐธรรมนูญ [...]

หัวใจสี่ห้อง กับสมองสองซีก

Monday, July 23rd, 2007

[เพิ่งอ่านหนังสือสนุกเรื่อง A Whole New Mind ของ Daniel Pink จบไป กะว่าจะเขียนแนะนำลงคอลัมน์ Dog-Ear ในเซคชั่น D-Life (ประชาชาติธุรกิจสุดสัปดาห์ : "Dog-Ear" คือชื่อคอลัมน์รายปักษ์ใหม่เอี่ยมของผู้เขียน เชิญอ่านตอนแรกและติดตามตอนต่อๆ ไป ได้จากหน้า Writings ของบล็อกนี้ ...ขออภัยสำหรับโฆษณา(ไม่ค่อย)แฝงอีกแล้ว...) เลยได้แรงบันดาลใจมาเขียน ‘กลอนเปล่า’ บทแรกในชีวิต เป็นงานพักสมองจากงานราษฎร์งานหลวงทั้งหลาย อ่านรู้เรื่องไม่รู้เรื่อง งงไม่งง ไร้สาระหรือเว่อร์เกินไปอย่างไร ขอเชิญทุกท่านติชม ด่าทอ ฟอร์เวิร์ด ใส่ทำนองเพลง ฯลฯ ได้ตามอัธยาศัย ] หมายเหตุ: ข้อมูลเกี่ยวกับสมองสองซีกทั้งหมด อ้างอิงจากหนังสือเรื่อง A Whole New Mind – เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสมองมนุษย์ที่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว หัวใจสี่ห้อง กับสมองสองซีก 1. สมองซีกซ้ายควบคุมซีกขวาของร่างกาย สมองซีกขวาควบคุมซีกซ้าย สมองซีกขวาสั่งให้เราหันหน้าจากขวาไปซ้าย สมองซีกซ้ายสั่งให้เราหันหน้าจากซ้ายไปขวา เพราะสมองซีกขวาเป็น ‘ศิลปิน’ [...]

อันตราย! ใน พ.ร.บ. ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

Wednesday, July 18th, 2007

จดหมายเปิดผนึกจาก คปส และ FACT ถึง พลเมืองไทย ว่าด้วยการบังคับใช้ พ.ร.บ. ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่ 19 กรกฎาคม เป็นต้นไป วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2550 คือวันที่พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา ซึ่ง พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นกฎหมายฉบับแรกที่ถูกผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ภายหลังจากการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 ทั้งนี้ หลังการประกาศใช้ พระราชบัญญัติดังกล่าวมีผลบังคับใช้จริงภายใน 30 วัน ดังนั้น ในวันพรุ่งนี้คือวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 เป็นวันที่กฎหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ต่อพลเมืองไทยทุกคน โดยเฉพาะปัจเจกบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ความเกี่ยวข้องกับการใช้คอมพิวเตอร์ในทุกมิติ อีกทั้งกระทรวงไอซีทีกำลังดำเนินการผลักดัน กฎกระทรวงซึ่งเป็นกฎหมายประกอบ พ.ร.บ. ความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 จำนวน 3 ฉบับ คือ * [...]

โจทย์ที่แท้จริงของการลงประชามติและทางเลือก

Wednesday, July 18th, 2007

โจทย์ที่แท้จริงของการลงประชามติและทางเลือก โดย ธงชัย วินิจจะกูล ลิ้งก์ในบทความเพิ่มเติมโดยเจ้าของบล็อก 1. เดินไปไหน? คนส่วนใหญ่คงกำลังเบื่อการเมืองจนสุดจะทน และคงอยากไปให้พ้นความขัดแย้งที่น่าอึดอัดเสียที โฆษณาอื้อฉาวของ สสร. เป็นการหากินกับความเบื่อหน่ายของประชาชน คือ พยายามสื่อสารว่า “รับซะจะได้เดินหน้าสู่ภาวะปกติ (คือ มีการเลือกตั้ง) ซะที” แม้แต่ปรมาจารย์ทางรัฐศาสตร์ยังบอกว่าจะลงมติรับรัฐธรรมนูญของ คมช. ทั้งๆ ที่เห็นว่าเนื้อหาถอยหลัง แต่เพราะอยากไปให้พ้นความน่าอึดอัด อยากเดินหน้าซะที ปัญหามีอยู่ว่า จะเดินไปทางไหน? การลงมติรับจะไปพ้นความขัดแย้งที่น่าอึดอัดได้จริงหรือ? หลายคนเคยต้อนรับการรัฐประหาร 19 กันยา เพราะเชื่อว่าจะได้พ้นไปจากความตึงเครียดของวิกฤตการเมืองเสียที กว่าปีที่ผ่านมา คงประจักษ์แล้วว่า ความขัดแย้งตึงเครียดมิได้หมดไป อาจแย่กว่าเดิมด้วยซ้ำ ข้อที่ว่าต้องการเดินหน้านั้นก็มีปัญหาว่า เรากำลังหันหน้าไปถูกทางหรือเปล่า หรือกำลังหันกลับไปหายุคทหารครองเมือง เพราะหากเรากำลังหันหลังให้ประชาธิปไตยอยู่ ยิ่งเดินหน้าคือยิ่งผิดทาง สิ่งที่ควรทำอันดับแรกคือ หันหน้าให้ถูกทางเสียก่อน 2. จำยอมถอยหลัง? ความเสียหายใหญ่หลวงนับจาก 19 กันยาปีก่อน ไม่ได้อยู่ที่ความหน่อมแน้มของรัฐบาล แต่การรัฐประหารและกฎหมายต่างๆ ที่พยายามสถาปนาระบอบทหารนั่นแหละคือความเสียหายที่สุด คนที่หวังว่ารัฐประหารจะเป็นการกดปุ่มเริ่มประชาธิปไตยกันใหม่นั้น คงเห็นอยู่ตำตาว่า ประชาธิปไตยกำลังผลิบาน หรือการเมืองไทยกลับถอยกรูดสู่ยุคทหารครองเมืองกันแน่ พ.ร.บ. [...]

The Colors of Thailand

Sunday, July 15th, 2007

[คลิ้กที่รูปเพื่อดูรูปขยาย] โมเสค (หรือคอลลาจ?) รูปข้างบนสร้างจากรูปต้นแบบที่ไปถ่ายมาวันนี้ จากตลาดโรงเกลือ จังหวัดสระแก้ว สุดชายแดนไทย-เขมร (สนุกมาก ต้องเก็บรายละเอียดไว้เล่าวันหลัง ระหว่างนี้ขอเชิญชมรูปที่ไปถ่ายมาไปพลางๆ ก่อน): ทดลองทำโมเสคแบบไฮเทคเล่นๆ จากรูปถ่ายกว่า 300 รูปของผู้เขียนที่เลือกจากรูปที่เซฟไว้ใน Flickr.com โดยใช้ Mosaickr.com – เว็บบริการสร้างรูปโมเสคจาก Flickr โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย แต่ถ้าจะดาวน์โหลดรูปที่มีความละเอียดสูง (high-resolution) แบบที่เอามาแปะวันนี้ จะต้องจ่ายเงิน €0.99 โดยใช้ PayPal รูปออกมาดูงงๆ แต่คิดว่าสีก็สวยดีเหมือนกัน แถมพอเพ่งนานๆ จนเริ่มปวดตา ก็ดูเหมือนจะกลายเป็นรูปสามมิติได้ เลยเอามาแบ่งปันกันดูในนี้ เผื่อใครจะสนใจทำโมเสคจาก Flickr.com เล่นบ้าง (อย่างน้อยก็ก่อนที่บล็อกนี้จะกลับเข้าสู่บรรยากาศมาคุของการเมืองปัจจุบัน… เฮ้อ)

หงิกมีปัญหา

Thursday, July 12th, 2007

หงิกมีปัญหา ขับรถ มีราคา แต่ปัญญา มันคงน้อย โดนปาด ขูดเป็นรอย ต้องตามต่อย บ้าป่ะ โบกโบก ลงมาคุย ลงมาลุย กันไหมวะ เตะต่อย เลือดกระจาย ไม่หนำใจ เขาว่ะ มันขาดคนคอยป้อนยา มาโดนคนด่าก็แค้นใจ โอ๊ะ โอ น่ากลัวเหลือเกิน เบ็นซ์พุ่งไปบนฟุตบาท อ้างออกมาว่าผีทำ ….. หงิกมีปัญหา หาหา มันอย่างบ้าเลยเธอ ระวังอย่าเผลอๆๆ มันจะทับเราตาย มีการศึกษา หนา หนา ไม่ได้ช่วยอะไร คนจนปวดใจ ใย ใย ก็ต้องแพ้เส้นใหญ่ทั้งปี อ่ะ ออกข่าว ด่าคนจน ว่าเป็นคน ศึกษาน้อย ไอ้คน ที่มันถ่อย ไล่เตะต่อย อ่ะใครหว่า คนจน ผิดอะไร หรือเพราะไร้ การศึกษา คนรวย เรียนมาดี ทำตัวงี้ แย่ว่ะ [...]

บ้านเมือง ‘เดินได้’ ด้วยรัฐธรรมนูญ ‘ล้าหลัง’ ?

Wednesday, July 11th, 2007

เพิ่งพูดถึงตรรกะพิสดารของพรรคประชาธิปัตย์ไปเมื่อสองวันก่อน เช้านี้ตื่นมาอ่านข่าวก็เห็นตรรกะประหลาดพิสดารยิ่งกว่านั้นอีก แถมคนพูดก็เป็น ‘ผู้ใหญ่’ ในบ้านเมืองเสียอีก จึงขอบันทึกความเห็นของตัวเองสั้นๆ ไว้ในบล็อกนี้ จากข่าวประชาไท (ตัวหนาในเนื้อข่าว เน้นโดยผู้เขียน): “ศาสตราจารย์เสน่ห์ จามริก ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แสดงความเห็นเกี่ยวกับการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ว่า โดยส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาหลายอย่างที่บัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งกำลังจะมีการลงประชามติในเร็วๆ นี้ เพราะมองว่าเป็นการทำให้ประชาธิปไตยไทยถอยหลังไปจากเดิม รวมทั้งมีความล้าหลังกว่ารัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 …อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงการลงประชามติ ก็จะไปลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เนื่องจากเห็นว่าเป็นแนวทางที่ดีที่สุดแล้วที่จะทำให้ประเทศชาติและการเมืองไทยสามารถก้าวเดินต่อไปได้ ซึ่งดีกว่าการที่จะเอาแต่เคลื่อนไหวคัดค้าน โดยไม่ช่วยให้สามารถก้าวเดินไปทางไหนได้เลย นอกจากการสร้างให้เกิดความขัดแย้ง” ตรรกะนี้พิสดารเพราะ: น่าสงสัยว่ารัฐธรรมนูญที่ ‘ล้าหลัง’ กว่ารัฐธรรมนูญปี 2540 จะสามารถทำให้ประเทศชาติและการเมืองไทย ‘ก้าวเดิน’ ต่อไปได้อย่างไร?? หรืออาจารย์เสน่ห์กำลังมองว่า ความก้าวหน้าของประเทศชาติไม่เกี่ยวอะไรเลยกับความก้าวหน้าของรัฐธรรมนูญ? ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เราจะมัวมาเสียเวลากับการร่างรัฐธรรมนูญกันทำไม? ถ้าหากอาจารย์เสน่ห์มองว่าการลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญจะทำให้การเลือกตั้งเกิดได้เร็วขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การปฏิรูปการเมืองครั้งใหม่ (คือใช้กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญที่ประชาชนมีส่วนร่วมจริงๆ) ได้เร็วกว่าเดิม เรามีอะไรเป็นหลักประกันว่าการปฏิรูปการเมืองจะเกิดขึ้นจริง ในเมื่อทหารและทุกฝ่ายที่ได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ (ซึ่งก็คือทุกฝ่ายยกเว้นประชาชน โดยเฉพาะประชาชนผู้อยู่ห่างไกลจากศูนย์อำนาจ) ย่อมอ้างถึงมติรับร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้เป็น ‘ตรายืนยันความชอบธรรม’ ว่า ในเมื่อรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบของประชาชนแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องมีการปฏิรูปการเมืองอีกรอบหนึ่ง? นอกจากนั้น [...]

แม้วอาขยาน + อัลบั้มออกใหม่ + Humility?

Wednesday, July 11th, 2007

[ขอนิดนึง ไม่ได้โพสแซวมานานแล้ว ขออภัยทุกท่านที่ยังรักอดีตนาย ก. อยู่ แต่ฟอร์เวิร์ดเมล์สามอันนี้สนุกจริงๆ แถมยังช่วยเตือนความจำด้วยว่านาย ก. เคยทำอะไรไว้บ้าง ] แม้วอาขยาน ก โกงเงินประเทศ ข ขอพระราชทานอนุญาตทีหลัง ค เครื่องบินไทยคู่ฟ้า ฆ โฆษกพูดปด ง งุบงิบขายหุ้น จ จนหมดประเทศ ช ชั่วทั้งสภา ซ ซีทีเอ็กซ์ โคตรแพง ฌ ฌาปนกิจนาย ก เร็วๆ ฎ ฎีกาไม่โปร่งใส ฏ ปฏิปักษ์แผ่นดิน ฐ ฐานเสียงคืออีสาน ฒ เฒ่า สู้เพื่อ ในหลวง ฑ มณเฑียร (มหาชน) ณ ณรงค์ใจกล้า ด ดาวพุธแสลงใจ ต ต่างชาติฉันรัก ถ ถลุงเงินคลัง ท ไทยลักไทยครองเมือง [...]

เอกสารประกอบการบรรยาย ณ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

Monday, July 9th, 2007

เพิ่งกลับมาจากการไปบรรยายที่มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน เชียงใหม่ ในหัวข้อ ทางรอดของทุนนิยม : ทางเลือกสังคม สู่กระบวนทัศน์ใหม่แห่งการร่วมมือกัน กลับมาถึงบ้านก็เห็นข่าวน่ารำคาญทันที – พรรคประชาธิปัตย์ประกาศสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พอนักข่าวถามว่าทำแบบนี้เพราะอยากเอาใจ คมช. หรือเปล่า คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับตอบด้วยตรรกะประหลาดพิสดารว่า “ถ้าเราอยากเอาใจ คมช. จริง ก็แปลว่าเราต้องไม่เห็นชอบกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะได้ให้อำนาจ คมช. เลือกรัฐธรรมนูญฉบับใดก็ได้ในอดีตมาปรับแก้(ตามที่ระบุในรัฐธรรมนูญชั่วคราว)” (แปลแบบลวกๆ มาจากเนื้อข่าวภาษาอังกฤษว่า “If we wanted to please the Council for National Security we would reject the draft so it could pick a charter of its own choosing.”) ตรรกะนี้ประหลาดพิสดารมากเพราะถ้าพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนประชาธิปไตยจริงๆ ก็ต้องยืนกรานตามที่เคยเรียกร้องให้ คมช. บอกมาเดี๋ยวนี้เลยว่า ถ้าประชาชนโหวต [...]

“ทางรอดของทุนนิยม” @ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน 7-8 ก.ค. 50

Thursday, July 5th, 2007

[ขอแปลงบล็อกเป็นพื้นที่โฆษณาสักครู่นะคะ ท่่านผู้อ่านท่านใดอยู่เชียงใหม่หรือจังหวัดใกล้เคียง ขอเชิญมาร่วมพูดคุยกันในการบรรยายของผู้เขียนในหัวข้อ "ทางรอดของทุนนิยม" สุดสัปดาห์ที่ 7-8 กรกฎาคมนี้ ที่มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน กลับมาถึงกรุงเทพฯ คืนวันอาทิตย์จะโพสเอกสารประกอบการบรรยายให้ดาวน์โหลดที่นี่ค่ะ ] (โฆษณาด้านล่างคัดลอกจากเว็บไซต์ ม. เที่ยงคืน): เราเคยตั้งคำถามบ้างไหมว่า ยุคสมัยของเราหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร? ทุนนิยมเสรีที่เป็นธรรมมีหรือไม่? ประชาชนอย่างเราจะมีที่ทางตรงไหนในระบบเศรษฐกิจแห่งความโลภ? เชิญมาค้นหาคำตอบ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน กับชั้นเรียนของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ในหัวข้อ ทางรอดของทุนนิยม : ทางเลือกสังคม สู่กระบวนทัศน์ใหม่แห่งการร่วมมือกัน โดย สฤณี อาชวานันทกุล วันเสาร์ที่ ๗ และวันอาทิตย์ที่ ๘ กรกฎาคม ศกนี้ ระหว่างเวลา ๑๔.๐๐ – ๑๗.๐๐ น ณ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ซอยห้วยแก้ว ๓ (หลังโรงแรมเชียงใหม่ภูคำ) ถนนห้วยแก้ว เชียงใหม่

ครบรอบ 10 ปี วิกฤตเศรษฐกิจ / คิดถึงเฉลียง

Tuesday, July 3rd, 2007

เมื่อวานคิดอยู่่ว่าจะเขียนบทความยาวๆ เรื่องหนึ่งเกี่ยวกับวันครบรอบ 10 ปีวิกฤตเศรษฐกิจดีหรือเปล่า แต่คิดไปคิดมาก็ตัดสินใจว่าอย่าดีกว่า มีคนเขียนไปเยอะแล้ว ทั้งในหน้าหนังสือพิมพ์ ในบล็อก ฯลฯ และ ‘บทเรียน’ ที่เราได้รับจากวิกฤตในครั้งนั้นก็เป็นที่รับรู้กันทั่วไป อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้เขียนยังไม่แน่ใจคือ เราได้ ‘ใช้’ บทเรียนนั้นเต็มที่หรือไม่ หรือฟังบทเรียนนี้แบบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาเท่านั้น เพราะเมื่อดูพฤติกรรมของกลุ่มคนต่อไปนี้ – …ธนาคารที่บางครั้งยังปล่อยสินเชื่อแบบตามใบสั่งหรือตามเส้นสายอยู่ …นักธุรกิจหลายคนที่ยัง ‘หวังรวย’ จากการเก็งกำไรที่ดินหรือหุ้น มากกว่าลงทุนพัฒนาศักยภาพของลูกจ้างและกระบวนการผลิต …ลูกหนี้หลายคนที่ยังตั้งใจเบี้ยวหนี้ธนาคาร ทั้งๆ ที่จ่ายได้ (คนในวงการธนาคารเรียกลูกหนี้ที่จงใจเป็นหนี้เสียแบบนี้ว่า ‘strategic NPL’) …คนทั่วไปหลายคนที่ยังใช้เงินเกินตัว คิดแต่ความสุขจากการบริโภคระยะสั้นมากกว่าคุณภาพชีวิตจากการออมระยะยาว (ถึงแม้จะต้องยอมรับว่ากฎหมายไทยยังไม่รัดกุมพอ ปล่อยให้บริษัทสินเชื่อส่วนบุคคล ‘หลอก’ คนได้ง่ายๆ (แค่ไม่แสดงอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงหรือ effective interest rate ก็สมควรผิดกฎหมายแล้ว) และใช้วิธีการทวงหนี้แบบน่ารังเกียจไม่น้อย) …ทั้งหมดนี้ในบริบทของตลาดเงินตลาดทุนยุคโลกาภิวัตน์ที่เชื่อมกันหมดแล้วทั่วโลก ทำให้นักลงทุนต่างชาติ ‘ถอนเงินร้อน’ ออกได้ในชั่วพริบตาเท่านั้น ผู้เขียนก็แน่ใจไม่ได้ว่าวิกฤตปี 1997 จะไม่หวนคืนมาอีกจริงหรือ นึกย้อนไปคร่าวๆ …เมื่อสิบปีที่แล้ว วันที่ 2 กรกฎาคม [...]