Archive for June, 2007

จงต่อกรกับความไม่เท่าเทียมอันร้ายกาจ – สุนทรพจน์ของบิล เกตส์

Thursday, June 28th, 2007

[UPDATE 8/2011: สุนทรพจน์ชิ้นนี้และของอีก 9 คน รวมเล่มในหนังสือชื่อ วิชาสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน พิมพ์โดย สนพ.โอเพ่นบุ๊คส์ ] [ยังไม่มีเวลาเขียนบล็อกยาวๆ แต่ชอบสุนทรพจน์ของบิล เกตส์ ที่ฮาร์วา์ร์ดมากๆ เพราะไม่ได้ยินใครพูดถึง "noblesse oblige" ของอภิสิทธิ์ชนมานานแล้ว เมื่อวานเลยมานั่งแปลขึ้นบล็อก อ้อ สำหรับท่านใดที่สนใจจะดูรูปถ่ายสวยๆ จากสังขละบุรีอีก ขอเชิญรับชมได้ที่บล็อกของต้น เพื่อนที่ไปด้วยกัน (ต้นมีกล้องดีกว่า และฝีมือถ่ายรูปดีกว่าผู้เขียนหลายสิบเท่า ฝีมือของต้นได้รับการตีพิมพ์ไปแล้วส่วนหนึ่งในหนังสือเรื่อง "ภูฏาน อารยธรรมแห่งสุดท้าย" ...ขออภัยสำหรับโฆษณา(ไม่ค่อย)แฝง )] อนึ่ง ท่านใดที่สนใจอ่านสุนทรพจน์วันรับปริญญาที่ ‘เจ๋ง’ แบบนี้อีก ขอเชิญอ่านสุนทรพจน์ของ Steve Jobs ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และสุนทรพจน์ของ David Foster Wallace ที่มหาวิทยาลัยเคนยอน ที่ผู้เขียนเคยแปลลงบล็อกนี้ไปแล้ว จงต่อกรกับความไม่เท่าเทียมอันร้ายกาจ สุนทรพจน์ของ บิล เกตส์ กล่าวในวันรับปริญญา มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด วันที่ 7 มิถุนายน 2007 [...]

รัฐอยู่ที่ไหนในเศรษฐกิจพอเพียง

Monday, June 25th, 2007

กำลังเก็บรวบรวมบทความและข้อคิดต่างๆ เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงเมื่อโอกาสอำนวย เมื่อไรโอกาสอำนวยกว่านี้ (แปลว่า: สุดสัปดาห์ไม่ต้องทำงาน) จะเริ่มเขียนชุดบทความเรื่องนี้ทันที ชอบบทความเรื่องที่เอามาแปะของ อ.นิธิ และทำให้คิดต่อไปว่า ในอนาคตถ้าหาก “รัฐไทย” ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจพอเพียงตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (ในหมวดว่าด้วยแนวนโยบายแห่งรัฐ) ขึ้นมาจริงๆ บ้านเมืองเรามีแนวโน้มว่าจะ “เละ” กว่าถ้ารัฐไม่ทำอะไรเลยหรือเปล่า? ในฐานะนักการเงินที่รำคาญกับความโบราณและความไร้ประสิทธิภาพของรัฐไทยมานมนาน และรำคาญกับ ‘ผู้รู้’ หลายคนที่ตีความเศรษฐกิจพอเพียงแบบ “มักง่าย” โดยไม่พยายามนำไปเชื่อมโยงกับแนวคิดสากลอย่าง “การพัฒนาที่ยั่งยืน” ผู้เขียนคิดว่าคำตอบคือ “ใช่” แน่ๆ แต่เนื่องจากกลไกรัฐเป็นกลไกสำคัญในการสร้างตาข่ายสังคมให้กับผู้ยากไร้ที่สุดในประเทศ ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากหวังว่ารัฐบาลในอนาคตจะฉลาดขึ้นกว่ารัฐบาลยุึคก่อนๆ และไม่ดำเนินนโยบายแบบ ‘quick fix’ หรือ ‘แดกด่วน’ เหมือนรัฐบาลไทยรักไทย เพราะการสร้างตาข่ายสังคมที่ยั่งยืน ใช้การได้ และไม่เป็นภาระเกินควรต่อคนธรรมดาผู้เสียภาษี (หรือที่สำคัญกว่าคือ ลูกหลานในอนาคตผู้เสียภาษี) นั้น เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ใ้ช้ความคิด และคิดแบบบูรณาการ (เหมือนปฏิรูปการศึกษา) ไม่ใช่เรื่อง marketing ที่คิดแบบสุกเอาเผากินเพื่อไปล่อหลอกขอคะแนนเสียงแล้วก็จบ หรือไม่ก็มุ่งแต่จะตอบสนองความต้องการเร่งด่วนหรือฟุ้งเฟ้อของคน โดยผลักและซ่อนปัญหาทางการคลังให้รัฐบาลหน้าจัดการ และผลักปัญหาทางสังคมให้เป็นภาระของลูกหลานในอนาคต อีกเหตุผลหนึ่งที่ชอบบทความนี้คือ ดูเหมือนอาจารย์จะเริ่ม “ถอดเสื้อเหลือง” ของเศรษฐกิจพอเพียงแล้ว [...]

บางภาพประทับใจจากทริปเยือนถิ่นมอญ เมืองสังขละบุรี

Saturday, June 16th, 2007

งานประจำเริ่มเข้าสู่ช่วง “นรกแตก” อีกรอบแล้ว ทั้งงานหลวงงานราษฎร์ ระหว่างนี้ขอแบ่งปันภาพถ่ายบางภาพที่ผู้เขียนถ่ายมาจากการเยือนถิ่นมอญ ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ 9-10 มิถุนายนที่ผ่านมา (ไปกับคณะที่นำโดยอาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิิริ ทริปนี้จัดโดยมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์) กว่าจะมีเวลามาเีขียนเล่ายาวๆ เหมือนเที่ยวเมืองลพบุรี คงต้องรออีกนานหลายสัปดาห์พอสมควร ยังไม่นับเรื่อง “อยากเขียน” ที่ยังไม่ได้เขียน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง หนังดีที่คุณอาจไม่เคยดู ฯลฯ ดูีรูปทั้งหมดจากทริปนี้ได้ที่ Flickr Set หน้านี้ วัดวังก์วิเวการาม (เก่า) หรือ “วัดใต้น้ำ” หนึ่งใน “Unseen Thailand” ที่ ททท. พยายามโปรโมท ในหน้าน้ำหลาก น้ำจะ่ท่วมถึงเกือบยอดหน้าบันเหนือประตูทางเข้าวัด (ทางขวาบนของรูป) เครื่องมือจับปลาแบบใหม่ในแม่น้ำซองกาเรีย เกิดขึ้นหลังเขื่อนเขาแหลมสร้างเสร็จ จับได้แต่ปลาซิวปลาสร้อยเท่านั้น

มาช้าดีกว่าไม่มา – ความเห็นเกี่ยวกับคำสั่งอายัดทรัพย์ทักษิณ

Tuesday, June 12th, 2007

ขอบันทึกความเห็นสั้นๆ เกี่ยวกับคำสั่งของ คตส. ที่ให้อายัดทรัพย์ทักษิณและภรรยา เมื่อวานนี้ เพราะเรื่องนี้เป็น “ซีรี่ส์ยาว” ที่พูดอะไรมากไม่ได้ ต้องรอดูกันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งคดีต่างๆ เข้าสู่กระบวนการศาล และศาลมีคำวินิจฉัยในที่สุด (ทั้งหมดนี้คงกินเวลาหลายเดือน) คตส. น่าจะออกคำสั่งให้อายัดทรัพย์ตั้งแต่ัวันแรกที่ได้รับแต่งตั้งโดยคณะรัฐประหารแล้ว เพราะลำพังข้อมูลสาธารณะที่ปรากฎหลังจากการขายหุ้นชินคอร์ป ก็มีความชัดเจนมาก (อย่างน้อยก็ในสายตาของผู้เขียนและนักการเงินอีกจำนวนมาก) ว่าทักษิณน่าจะทำผิดตามกฎหมายหลายฉบับ รวมทั้ง พ.ร.บ. ป.ป.ง. และ ป.ป.ช. ที่มีอยู่เิดิม ซึ่งหลายความผิดเป็นเหตุให้อายัดได้ เช่น ข้อมูลมากมายบ่งชี้ว่า ทักษิณน่าจะ “ซุกหุ้น” ภาคสองแน่ๆ และกระบวนการซุกหุ้นที่ทักษิณใช้ ก็มีการทำนิติกรรมอำพราง หลบเลี่ยงภาษี (เพราะใครจะอยากจ่ายภาษีถ้าไม่ได้ขายของให้ลูกจริงๆ แต่ “ฝาก” ของไว้เฉยๆ?) และส่่อให้เห็นว่าน่าจะมีส่วนหนึ่ง (อย่างน้อยก็ที่อยู่ในบริษัท Win Mark) เป็น “เงินสกปรก” ที่ได้จากการเก็งกำไรค่าเงินบาทตั้งแต่สมัยวิกฤติเศรษฐกิจด้วย แต่อย่างไรก็ตาม การที่ คตส. ไม่สั่งอายัดตั้งแต่แรก อาจเป็นเพราะมองว่าข้อมูลสาธารณะอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะนำไปสู่คำพิพากษาในชั้นศาล ดังนั้นจึงต้องใช้เวลาหลายเดือนในการสืบพยานและรวบรวมหลักฐานต่างๆ ให้แน่นหนาก่อน (อ่านรายละเอียดเรื่องซุกหุ้นได้ในหนังสือ 25 คำถาม [...]

ขอเชิญรวมตัวกันแสดงพลังต่อต้านการเซ็นเซอร์ของรัฐ 13.00 น. เสาร์ 9 มิ.ย. นี้ ที่พันทิพพลาซ่า

Friday, June 8th, 2007

Freedom Against Censorship Thailand กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย (Freedom Against Censorship Thailand หรือ FACT) ประกาศเคลื่อนไหวต่อต้านการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ต ณ ศูนย์การค้าพันทิพ พลาซ่า ถนนเพชรบุรี เวลา 13.00 น. วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน 2550 มีที่ไหนที่จะปลดปล่อยอินเทอร์เน็ตได้ดีเท่ากับศูนย์คอมพิวเตอร์ชั้นนำของประเทศ! FACT จะแจกจ่ายฟรีซีดีที่เต็มไปด้วยโปรแกรมหลบเลี่ยงการปิดกั้น พร็อกซี่เซิร์ฟเวอร์นินิรนาม (anonymous proxy servers) แ ละรายชื่อเว็บไซต์ที่ถูกกระทรวงไอซีทีปิดกั้น (บล็อกลิสต์) “เอาชนะกองเซ็นเซอร์ เปิดบล็อกไอซีที!” ดูว่ารัฐไม่อยากให้คุณรู้อะไรบ้าง! อารยะแข็งขืนครั้งนี้ของ FACT ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายภายใต้ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์หรือไม่? เราจะถูกตำรวจจับหรือเปล่า …หรือเราแค่จะสนุกกันกับการเสริมสร้างจิตสำนึกของสาธารณะให้รับรู้เรื่องนี้มากขึ้น? (คุณไม่รู้หรอก จนกว่าคุณจะมาดูด้วยตาของคุณเอง!) เราแจกซีดีฟรี! เสื้อยืด! โปสเตอร์! สติ๊กเกอร์! มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประชาธิปไตยเดินได้! “ถ้าคุณต้องการเสรีภาพ คุณก็ต้องทำตัวให้เป็นอิสระเสรีก่อน…” หวังว่าเราจะเจอกัน! ไม่ประนีประนอม! [...]

ความประทับใจจากการเป็น ‘อาจารย์’ ครั้งแรกในชีวิต

Wednesday, June 6th, 2007

ระหว่างเดือนมกราคมถึงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ผู้เขียนได้รับเกียรติจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้เป็นอาจารย์พิเศษหนึ่งเทอม ไปสอนวิชา International Corporate Finance ให้กับนักศึกษาโครงการ Bachelors of Economics, International Program (ปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ) ร่วมกับคุณกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ความที่คุณกรณ์งานยุ่งมาก ทั้งเทอมจึงมีเวลามาบรรยายเพียงสี่ครั้ง วันไหนคุณกรณ์มาสอนจึงเป็นวันที่ผู้เขียนออกแบบให้เป็นการพูดคุยกันเรื่อง “กรณีศึกษา” เกี่ยวกับหัวข้อต่างๆ ที่เรียนในห้อง ไม่ใช่เป็นวันเลคเชอร์ธรรมดา เพื่อให้นักศึกษามีโอกาสได้รับข้อคิดจากประสบการณ์ของคุณกรณ์ในฐานะที่เคยเป็นนักการเงินมืออาชีพในยุค ‘มนุษย์ทองคำ’ ของภาคการเงินไทยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะไม่ว่าทฤษฎีไหนๆ ในสาขาธุรกิจหรือการเงิน ก็ไม่มีทางสู้ประสบการณ์จริงได้ เพราะระบบตลาด โดยเฉพาะตลาดการเงิน ไม่เคยทำงานอย่าง ‘สมบูรณ์แบบ’ ตามทฤษฎี ซึ่งบอกว่าผลลัพธ์ในตลาดมาจากการตัดสินใจอย่าง ‘มีเหตุผล’ ของผู้เล่นทุกคน ที่ตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่ ‘เท่าเทียมกัน’ ในเมื่อตลาดในโลกแห่งความเป็นจริงไม่ตรงตามสมมุติฐานข้อหลักๆ ของทฤษฎี ทฤษฎีจะมีประโยชน์ในชีวิตจริงได้อย่างไร? วิชานี้เป็นวิชาเลือก นักศึกษาในห้องประมาณ 60% เป็นนิสิตปีสี่ ส่วนที่เหลือเป็นนิสิตปีสาม ต่อไปนี้เป็นบันทึกความประทับใจบางประการจากการเป็น ‘อาจารย์’ ครั้งแรกในชีวิต [ท่านใดที่สนใจ สามารถดาวน์โหลดเอกสารประกอบการเลคเชอร์ทุกครั้ง และเอกสารอื่นๆ ได้ที่ [...]

ความฉ้อฉลในการลงประชามติ

Tuesday, June 5th, 2007

แถลงการณ์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน – เรื่องความฉ้อฉลในการลงประชามติ ในขณะที่การลงประชามติเพื่อรับรองร่างรัฐธรรมนูญยังไม่เริ่มขึ้น กลับมีพฤติกรรมของกลุ่มผู้ยึดอำนาจที่จะทำให้ประชามติเพื่อรับรองร่างรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถสะท้อนความเห็นของประชาชนได้อย่างสุจริตเสียแล้ว เพราะกลุ่มผู้ยึดอำนาจได้ใช้สื่อของรัฐ โดยเฉพาะสถานีวิทยุในสังกัดกองทัพและโทรทัศน์บางช่อง โฆษณาชวนเชื่อด้วยความอันเป็นเท็จเพื่อหลอกลวงประชาชนในการลงประชามติให้รับร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ ความอันเป็นเท็จสองประการที่มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนใคร่ขอชี้แจงความจริงแก่พี่น้องประชาชนก็คือ ๑. สถานีวิทยุในสังกัดกองทัพได้ออกอากาศเพลงเชิญชวนให้ประชาชนออกเสียงรับรองร่างรัฐธรรมนูญ ว่าเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสฉลองพระชนมายุ ๘๐ พรรษา แท้จริงแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงระมัดระวังมิได้แสดงพระราชมติในเรื่องการรับรองรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด ฉะนั้น ไม่ว่าพี่น้องประชาชนจะออกเสียงในการลงประชามติไปในทางหนึ่งทางใด ก็ไม่ได้กระทบต่อพระมหากษัตริย์ทั้งสิ้น การกล่าวความอันเป็นเท็จเช่นนี้คือการนำเอาสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาพัวพันทางการเมืองอย่างเปิดเผย หากประชาชนเกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นพระราชประสงค์จริง ย่อมนำความเสื่อมเสียมาแก่สถาบันพระมหากษัตริย์และวิถีทางของประชาธิปไตยอย่างมาก ๒. โฆษกโทรทัศน์บางช่อง และผู้มีบทบาทในสภาร่างรัฐธรรมนูญก็ตาม สภานิติบัญญัติแห่งชาติก็ตาม มักกล่าวเสมอว่า หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้รับการรับรองในการลงประชามติ จะทำให้ไม่มีการเลือกตั้ง แท้จริงแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.๒๕๔๙ ได้กำหนดชัดเจนว่า หากประชาชนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ คมช. มีหน้าที่เลือกรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่ง มาแก้ไขปรับปรุงแล้วประกาศใช้ภายใน ๓๐ วันหลังวันลงประชามติ รัฐธรรมนูญที่เคยใช้มาทั้งหมด (ไม่นับรัฐธรรมนูญและธรรมนูญของคณะรัฐประหารชุดต่างๆ) ล้วนย่อมมีฝ่ายนิติบัญญัติที่มาจากการเลือกตั้งทั้งสิ้น ฉะนั้นถึงอย่างไรจะใช้รัฐธรรมนูญนั้นๆ ก็ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จริงอยู่ คมช.อาจเลือกรัฐธรรมนูญฉบับที่ล้าหลังกว่าร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ หรืออาจแก้รัฐธรรมนูญบางฉบับให้ตรงตามความต้องการอันไม่ชอบธรรมของตน และอาจมีบทเฉพาะกาลที่ผัดผ่อนการเลือกตั้งออกไปให้เนิ่นนาน แต่ไม่ควรลืมด้วยว่าคมช.ไม่อาจเลือกและแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ในสุญญากาศ หากต้องกระทำท่ามกลางกระแสสังคมที่ตื่นตัวขึ้นมาตัดสินใจเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญของตนแล้ว จึงเป็นหน้าที่ของประชาชนที่จะกดดันโดยสงบให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับซึ่งตนพอใจที่สุด [...]

จะ ‘สมานฉันท์’ กันเพื่ออะไร หากผู้มีอำนาจไร้ความยุติธรรม?

Monday, June 4th, 2007

ชักจะหมดความอดทนขึ้นเืรื่อยๆ แล้ว จนไม่มีอารมณ์จะเรียบเรียงความคิดออกมาเป็นตัวอักษร… ขอแปะข่าวน่าหดหู่บางเรื่องมาแบ่งปันทุกท่าน ที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลนี้ดูเหมือนจะกำัลังใช้วิธี ‘มักง่าย’ ในทำนองเดียวกันกับรัฐบาลชุดที่แล้ว ในการแก้ปัญหาภาคใต้ คือพยายามใช้เงินมาแก้ปัญหาที่แก้ด้วยเงินไม่ได้ (ยังไม่นับว่าความที่มันเป็น ‘งบลับ’ ก็แปลว่าสามารถเอาไปใช้ทำอย่างอื่นได้อีกมากมาย โดยที่ไม่มีใครรู้เห็นหรือตรวจสอบได้) ระหว่างนี้ผู้เขียนขอไปสงบสติอารมณ์ ก่อนที่จะนำข้อคิดจากการสอนหนังสือมาโพสในลำดับต่อไป ทหารกำลังบ้าอำนาจ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้กำลังกลายเป็นมิคสัญญี ประชาชนกำลังเหลืออดขึ้นเรื่อยๆ กับสถานการณ์ที่ใช้ศัพท์ของอ. ส.ศิวรักษ์ เรียกให้เห็นภาพชัดเจนที่สุดว่า ‘อัปรีย์ไป จัญไรมา’ แต่ตลาดหุ้นยังขึ้นเอาๆ ไม่หยุด เพราะสิ่งเดียวที่นักลงทุนแคร์ คือ “เสถียรภาพ” และ “ความแน่นอน” ทางการเมืองเท่านั้น… …แม้ว่ามันจะเป็นเสถียรภาพของเผด็จการ และความแน่นอนของอำนาจที่กดขี่ผู้อื่นใต้ปลายกระบอกปืน ปากก็พยายามสร้างความชอบธรรมด้วยการร้องขอให้คนไทย “สมานฉันท์” ไม่ต่างจากรัฐบาลที่แล้วเลยแม้แต่น้อย อนิจจา ประเทศไทย. จากข่าว‘กลาโหม’ ตั้งงบลับดับไฟใต้ 1.3 หมื่นล.: …สำนักงบประมาณได้โยกงบลงทุนบางส่วนไปเป็นงบลับทางทหาร หรือเพิ่มเข้าไปเป็นงบรายจ่ายประจำของกระทรวงกลาโหม ทำให้งบลงทุนจากเดิมที่เคยตั้งไว้ถึง 25% ของงบประมาณรายจ่ายทั้งหมด ลดเหลือเพียง 24.2% หายไป 0.8% หรือคิดเป็นวงเงินที่ลดลง 13,000 ล้านบาท จึงเป็นที่มาของการตั้งงบประมาณขาดดุลจาก [...]