โลกาภิวัตน์และการเมืองสมัยโบราณ : ย่ำเยือนเรือนสมเด็จพระนารายณ์ (3)
Monday, April 30th, 2007(ขอเชิญอ่าน ตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2 ก่อน ถ้ายังไม่เคยอ่าน) กว่าเราจะออกจากพระนารายณ์ราชนิเวศน์ก็เลยเที่ยงวันไปแล้วครึ่งค่อนชั่วโมง ทุกคนจึงตั้งหน้าตั้งตารอโปรแกรมถัดไป คือแวะรับประทานอาหารเที่ยง กันอย่างใจจดใจจ่อ ร้านที่เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ พาไปชื่อร้านมัดหมี่ ร้านอาหารพื้นเมืองมีชื่อของที่นี่ จานที่ผู้เขียนประทับใจที่สุดคือ ‘ปลาส้มฟัก’ (ส้ม แปลว่า เปรี้ยว) เสิร์ฟมาในจานเป็นแท่งๆ เหมือนหมูยอ แต่รสชาติดีกว่า ปลาส้มฟักถือเป็น ‘ของดี’ ของเมืองลพบุรี ทำจากปลาตะเพียนหมักเกลือ กระเทียมบด และข้าวสุก หรือพูดง่ายๆ ว่าเป็น “แหนมปลา” นั่นเอง เป็นของฝากน่าซื้อติดมือกลับบ้าน ระหว่างทานอาหารอร่อยๆ ผู้เขียนก็นั่งทบทวนความจำ จดบันทึกเกร็ดความรู้ที่อาจารย์ปรีดีเล่าให้ฟังตอนพาชมพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระนารายณ์ไปพลางๆ เพราะอาจารย์เล่าเรื่องสนุกมาก ทำให้นิทรรศการในพิพิธภัณฑ์ดูน่าเบื่อน้อยกว่าความเป็นจริง เพราะนอกจากจะจัดแสดงของไม่ดีแล้ว ของหลายชิ้นก็ยังไม่มีป้ายบอก แถมป้ายส่วนใหญ่ก็ไม่มีภาษาอังกฤษกำกับด้วย ไม่คิดถึงแขกชาวต่างชาติเสียเลย เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยบางประการเกี่ยวกับของแสดงที่อาจารย์เล่าให้ฟัง: ตู้พระธรรมลายเทวดาหน้าฝรั่ง เป็นหลักฐานอีกชิ้นหนึ่งที่แสดงว่าการผสมปนเปทางวัฒนธรรมเกิดขึ้นมาช้านานแล้ว ที่เรารู้ว่าเทวดาองค์นี้เป็นฝรั่งก็เพราะถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าผมเป็นหลอดๆ เหมือนชาวยุโรปที่นิยมใส่วิกในสมัยนั้น ‘ตุ๊กตาเจ้าพราหมณ์’ เป็นของเล่นเด็กสมัยโบราณทำจากดินเผา ส่วนใหญ่ปั้นเป็นเด็กผมจุกหน้าตาจิ้มลิ้ม ตอนนี้หลายตัวที่พบเหลือแต่หัว เพราะตัวของตุ๊กตาชนิดนี้จะบอบบางมาก จึงแตกหักและหายง่าย [...]



