Archive for February, 2007

หลักการ 90/10 : สติและอุเบกขาฉบับชาวบ้าน

Tuesday, February 27th, 2007

เพื่อน forward mail เรื่อง “90/10 Principle” มาให้อ่าน อ่านแล้วก็รู้สึกว่าน่าจะมีประโยชน์สำหรับมนุษย์เงินเดือนทั่วไปที่ใช้ชีวิตคนเมืองแบบเครียดๆ แนวคิดดูไม่ต่างจากคำสอนเรื่องการใช้ “สติ” และ “อุเบกขา” ในศาสนาพุทธเท่าไรนัก แต่อาจเข้าใจง่ายกว่าสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับแนวคิดของพุทธ ก็เลยถือวิสาสะเรียกเอาเองว่า “สติและอุเบกขาฉบับชาวบ้าน” และแปลมาให้อ่านโดยทั่วกัน [To my FN313 students if you are reading this: good luck in the midterms this week! Do your best, but don’t stress too much. This article might help you ] หลักการ 90/10 แปลจาก “Discover the 90/10 Principle” โดย [...]

เงินกับการเมือง : มะเร็งร้ายประชาธิปไตยที่ต้องเร่งรักษา

Sunday, February 25th, 2007

ยังยุ่งมากๆ ช่วงนี้ จนไ่่ม่มีเวลาอัพบล็อก ขอยกยอดไปสัปดาห์หน้า เผอิญวันนี้ได้อ่านบทความดีมากชิ้นหนึ่งเกี่ยวกับบทบาทของ “เงิน” ในระบบการเมืองไทย และข้อเสนอการปฏิรูประบบ เขียนโดยคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จึงขอก็อปปี้จากเว็บกรุงเทพธุรกิจมาเผยแพร่ให้อ่านโดยทั่วกัน เพราะต้องยอมรับว่า “เงิน” ส่วนที่มีความหมายและมีนัยยะสำคัญจริงๆ ในระบบพรรคการเมืองไทย ไม่ใช่เงินส่วนที่ไป “ซื้อเสียง” โดยตรงจากประชาชน (ซึ่งชนชั้นกลางส่วนมากมักมองว่าแสดงถึง “ความโง่” ของคนขายเสียง ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วมีอะไรๆ มากกว่านั้นอีกมาก และควรมองจากมุมมองของวัฒนธรรมอุปถัมภ์ของท้องถิ่น มากกว่ามุมมองแบบอภิสิทธิ์ชนของคนกรุง) แต่เป็นเงินที่คุณอภิสิทธิ์เรียกว่า “ค่าใช้จ่ายของนักการเมืองที่ไม่ใช่กิจกรรมการเมืองโดยตรง” ซึ่งถ้าใช้ภาษามาร์เก็ตติ้งสมัยใหม่ก็คงต้องเรียกว่า “below-the-line” ซึ่งเป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ เพราะเราต้องมองว่า การใช้เงินของพรรคการเมือง ก็ไม่ต่างจากการใช้เงินของคนในสาขาอาชีพต่างๆ – สิ่งที่ขึ้นชื่อว่า “ถูกกฎหมาย” อาจนำไปสู่ผลกระทบที่ร้ายแรงกว้างขวาง บั่นทอนประเทศกว่าสิ่งที่ “ผิดกฎหมาย” ตรงๆ หลายเท่า กฎหมายที่ดีในด้านนี้ จึงไม่ใช่กฎหมายที่ “ห้าม” ใช้เงิน หรือจำกัดเพดานการใช้เงินไว้ต่ำเกินเหตุ ไม่สอดคล้องกับความจริงอย่างที่เป็นมา ยุคที่การโฆษณาประชาสัมพันธ์เป็นองค์ประกอบสำคัญของกิจกรรมทุกชนิด หากเป็นกฎหมายที่เอื้อให้ “เงินนอกระบบ” เข้ามาอยู่ “ในระบบ” [...]

เหตุการณ์ระเบิดภาคใต้ 25 จุด / แนะนำสื่อทางเลือก

Monday, February 19th, 2007

เมื่อวานตอนเย็น ขณะที่กำลังฉลองตรุษจีนกับครอบครัวและเพื่อนพ่อแม่อยู่ดีๆ (ด้วยการเีถียงกันใหญ่โตจนดูเหมือนทะเลาะกันแต่กำลัง “อิน” เรื่องผลการตัดสินของศาลฎีกา ในกรณี ช.การช่าง ซึ่งผู้เขียนคิดว่าศาลตัดสิน “เกินเลยฐานความผิด” ไปมากๆ และกำลังจะส่งผลเสียมากมายต่อภาคธุรกิจในอนาคต…. เอาไว้เดี๋ยวจะเรียบเรียงประเด็นมาเล่า) โทรศัพท์มือถือของหลายๆ คนก็ปรากฏ SMS ขึ้นมารายงานว่าจังหวัดชายแดนภาคใต้ถูกวางระเบิดกว่า 25 จุด บรรยากาศก็เลยเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ พวกเราทุกคนหันไปจ้องทีวีตาไม่กระพริบ ดูตัวเลขคนตายและคนบาดเจ็บค่อยๆ ขยับขึ้น จาก 3… 4… 6… ท่ามกลางเีสียงเนือยๆ ของผู้ประกาศข่าวที่ใช้คำศัพท์ที่ทำให้รู้สึกสะท้อนใจไม่น้อย เช่น “ที่อำเภอนี้ยังไม่มีคนตาย…” “ตอนนี้มีคนบาดเจ็บสาหัส 1 คน นอนพะงาบๆ อยู่…” ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้บาดเจ็บ และญาติพี่น้องของผู้ตายจากวินาศกรรมอันโหดเหี้ยมในครั้งนี้ รู้สึกเจ็บใจที่ตัวเองทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าคำ่ว่า “เสียใจ” …แต่อย่างน้อย ก็ขอถือโอกาสนี้ประชาสัมพันธ์ “สื่อทางเลือก” 3 แห่ง ที่ตัวเองพยายามเข้าไปอ่านบ่อยๆ เพื่อพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะ “สื่อทางเลือก” เหล่านี้ นำเสนอข่าวสถานการณ์ในภาคใต้อย่างตรงไปตรงมา และครบถ้วนทุกแง่มุมมากกว่า “สื่อกระแสหลัก” หลายเท่า:

The Power of Nightmares – สารคดีที่คุณต้องดู

Tuesday, February 13th, 2007

เพิ่งดาวน์โหลด(ฟรี)และดูสารคดีเรื่อง “The Power of Nightmares” ของ BBC จบไป เลยต้องรีบมาบอกเล่าเก้าสิบในบล็อกนี้โดยเร็ว (ถึงจะดูช้าไป 2 ปี แต่คิดว่าท่านผู้อ่านหลายคนคงไม่รู้จักเหมือนกัน) เพราะนี่คือหนึ่งในสารคดียอดเยี่ยมที่คิดว่าทุกคน “ต้องดู” ให้ได้ เพราะสารคดีเรื่องนี้เหมือนกับยาเม็ดแดงในหนังเรื่อง The Matrix – มันจะทำให้คุณตื่นขึ้นจากโลกมายาของฝ่าย “ขวาจัด” ในอเมริกา หรือที่เรียกว่า “นีโอคอน” (ย่อจาก neo-conservatives) ซึ่งกำลังยึดครองพื้นที่สื่อกระแสหลักได้มากจนทำให้เราเคลิบเคลิ้มไปกับพรรณนาโวหารอย่างไม่ทันคิด และคิดไม่ถึง เพราะสารคดีเรื่องนี้จะทำให้คุณแยกแยะระหว่าง “ความจริง” และ “ความลวง” ได้ดีขึ้น และเข้าใจความเป็นไปและผลกระทบของโครงสร้างอำนาจในโลกปัจจุบันได้กระจ่างขึ้นกว่าเดิม เพราะสารคดีเรื่องนี้จะทำให้คุณตระหนักว่า พื้นที่ “ตรงกลาง” บนไม้บรรทัดความคิด ระหว่างฝ่ายซ้ายจัดและขวาจัด กำลังหดหายไปเรื่อยๆ อย่างน่าใจหาย เพราะการต่อสู้กันระหว่างแนวคิด “ขวาจัด” สองกลุ่ม คือกลุ่มนีโอคอนในอเมริกา และกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงที่นำโดยบิน ลาเดน กำลังบังคับให้ทุกคน “เลือกข้าง” โดยไม่ตั้งใจ และโดยไม่รู้ตัว กลุ่มคนส่วนน้อยสองกลุ่ม ที่ยึดมั่นถือมั่นว่าตัวเองเท่านั้นคือฝ่าย “ถูก” [...]

Paper calculator / วิธีคิดเลขด้วยเส้น

Thursday, February 8th, 2007

This is simply awesome (Thanks to Suksit.com) Apparently, it’s a not-so-efficient version of Napier’s Bones, a cool kind of abacus I came across years ago in a small math-based toy store in Boston, but didn’t have enough money to buy it. This video reminds me of cool instructions on how to manually find a square [...]

ผ่านพบได้ผูกพัน : ความประทับใจจากเมืองตรัง (2)

Sunday, February 4th, 2007

(ขอเชิญอ่าน ตอนที่ 1 ก่อน ถ้ายังไม่เคยอ่าน) โกเกี้ย โกเกี้ยเดินนำหน้าฉิว ขณะพาเที่ยวภูเขาของตัวเอง “ยุ้ยรู้มั้ย โกเกี้ยเป็นคนขี้เกียจค่ะ โกเกี้ยทำงานแค่วันละสิบนาทีเอง” ภายในห้านาทีแรกที่รู้จักกัน โกเกี้ยก็เอ่ยประโยคนี้ขึ้นมา ทำเอาอึ้งไปพักใหญ่ๆ เพราะคำว่าคะขาฟังดูขัดกันเหลือเกินกับหน้าตาท่าทางของโกเกี้ย (เพราะโกเกี้ยไม่ใช่เกย์แน่ๆ เรื่องนี้คอนเฟิร์มสองวันให้หลัง หลังจากที่ฟังโกเกี้ยสาธยายสเป็คผู้หญิงฝรั่งให้ฟังอย่างละเอียดลออ ด้วยสายตาหยาดเยิ้มและรอยยิ้มกรุ้มกริ่มอันน่าหมั่นไส้เป็นอย่างยิ่ง) ความคิดแรกที่แว่บเข้ามาในหัวคือ นี่เป็นการอวดรวยแบบคนขี้โม้ที่มักจะชอบอวดแบบอ้อมๆ แกล้งถ่อมตัวเพื่อล่อให้คนอื่นเอ่ยปากชม ตัวเองจะได้ไม่ต้องเอ่ยปากเอง เช่น บอกว่าเก้าอี้ตัวนี้ไม่กี่ตังค์ แล้วก็หยุดรอให้คนอื่นถามว่าราคาเท่าไหร่ ซื้อที่ไหนเหรอ หรือบอกว่าลูกเรียนหนังสืออยู่อเมริกา ทิ้งช่วงให้คนถามต่อว่า อยู่โรงเรียนไหนล่ะ เป็นสัญญาณให้เจ้าตัวโม้ชื่อโรงเรียนลูกได้อย่างสุภาพแนบเนียน ตามธรรมเนียมไทยที่ดี คือจะคุย จะโม้ จะโกงขนาดไหนไม่ว่า ขอแค่อย่าโฉ่งฉ่างเป็นพอ เหตุที่ทำให้รู้สึกว่าโกเกี้ยแกล้งพูด คือตอนที่ได้ยินประโยคนี้ โกเกี้ยกำลังขับรถพาผู้เขียนเที่ยวหมู่บ้านที่ตัวเองเป็นเจ้าของ หมู่บ้านนี้มีเนื้อที่หลายร้อยไร่ ครอบครัวของโกเกี้ยซื้อที่ดินจากชาวบ้านเมื่อหลายสิบปีก่อน สมัยที่หมู่บ้านจัดสรรยังเป็นเรื่องใหม่ในเมืองไทย พัฒนาดูแลอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันมีลูกบ้านหลายร้อยครัวเรือน ส่วนใหญ่อยู่กันจริงๆ ไม่ใช่ซื้อที่ตั้งแต่บ้านยังสร้างไม่เสร็จ ไว้เก็งกำไรขายคนอื่นต่อเหมือนกับคนกรุงเทพฯ จำนวนมาก

บทวิจารณ์หนัง “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” (ภาคพิสดาร)

Thursday, February 1st, 2007

** คำเตือน: กรุณาอย่าอ่านหากยังมิได้รับชมภาพยนต์เรื่องนี้ เพราะสปอยเลอร์เพียบ ** ข้าพเจ้าเปนผู้หนึ่งที่ได้มีโอกาสชมอภิมหาภาพยนต์แห่งสยามประเทศ ฉายา “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” แลได้เปนปลื้มอิ่มเอมใจยิ่งนักว่าเ็ปนศิลปะชิ้นเอก ทัศนาอย่างจำเริญเจริญใจตลอดเพลาสามชั่วยาม หาได้มีความเยิ่นเย้อชวนนิทราเฉกเช่น “สุริโยทัย” ไม่ แม้ว่าขาทั้งสองของข้าพเจ้าจะเกิดอาการเหน็บกินมิแ้พ้คราที่ดูเรื่องนั้น แ้ื้ท้จริงแล้วก่อนเข้าโรง จิตใจของข้าพเจ้าประหวั่นปั่นป่วนมิใช่น้อย ด้วยเกรงว่าภาพยนต์ชิ้นนี้จะยกย่องเอกบุรุษชนชั้นนำตามสะไตล์โรแยลลิสม์จนเกินเหตุผลหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ปรากฎ ตลอดจนความเปนไปได้ในโลกแห่งความจริงที่มนุษย์ิิทุกชนชั้นต่างก็เปนปุถุชนด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น มิได้มีอิทธิฤทธิ์อภินิหารปานทวยเทพในสวรรค์ ข้าพเจ้ายินดีที่จะเรียนให้ท่านผู้อ่านทราบอย่างตื่นเต้นฟูมฟาย (แม้ท่านอาจจะมิัพักอยากทราบก็ตาม) ว่า หลังจากดูภาพยนต์เสร็จสิ้นลง ความกังวลข้างต้นของข้าพเ้จ้าก็ทุเลาลงเปนอันมาก เนื่องด้วยครานี้ท่านมุ้ยมิได้ฉายภาพเจ้าเมืององค์ต่างๆ เฉกเช่นเทวดาผู้ปราศโมหะ ฤาเปี่ยมไปด้วยความเดียงสาในทางการเมืองจนปักใจเชื่อว่า “สยาม” นั้นเปนปึกแผ่นดินแดนเดียวกันมาตั้งแต่ยุคจูราสสิก หากอรรถาธิบายโดยภาพเคลื่อนไหวอย่างแจ่มชัดแจ้งใจว่า เจ้าเมืองต่างๆ ล้วนย่อมทำการด้วยประโยชน์โภชผลแห่งเมืองตัวเองเปนที่ตั้ง ซึ่งหมายว่าบางคราต้องจำยอมสวามิภักดิ์ฤาคบค้าสมาคมกับอริศัตรูในอดีตเพื่อรักษาบ้านเมืองในอนาคต (ชะรอยการที่ท่านมุ้ยใช้ลิขิตทางประวัติศาสตร์เหลือคณานับ แลหลักฐานความเปนไปได้ทางธรณีวิทยาในการเขียนสะคริปต์ภาพยนต์ มีบันทึกของวัน วลิต เปนอาทิ จะเปนเหตุผลหนึ่งที่ภาพยนต์เรื่องนี้ฉายเหตุการณ์ในทางสมจริง แลมีเหตุผลดูดีกว่าที่ข้าพเจ้ากริ่งเกรงไว้หะแรกเปนอันมาก) แม้ว่าัตัวเอกบางรายจะสำแดงอภินิหารเกินมนุษย์ธรรมดา เช่นฉากเณรกระโดดถีบคนร้ายกลางสะพาน ซึ่งดูจากน้ำหนักเณรแล้วมิควรเปนไปได้ ฤาฉากมหาเถรขว้างเคียวไปค้ำคอเด็กบุญทิ้งติดต้นไม้ ข้าพเจ้าก็ต้องยอมรับว่าฉากเหล่านั้นไม่เห่ย หากเท่เสียเต็มประดาจนข้าพเจ้าเต็มใจจะ ซัซเปนด์ ดิสบีลีฟ ตลอดเพลาที่นั่งเปนเหน็บอยู่ในโรง (ข้อติเพียงประการเดียวที่ข้าพเจ้ายังติดใจมิรู้ลืมคือ หากท่านยาขอบยังมีชีวิตอยู่แลได้ทัศนาภาพยนต์เรื่องนี้ คงกลัดกลุ้มทรมานใจมิใช่น้อยที่เหนบุเรงนอง ผู้ชนะสิบทิศ ประพฤติตนเยี่ยงคนเสียลิ้นสิ้นลายคาซาโนวาพม่า ชั้นเชิงใดๆ [...]