Archive for November, 2006

แนะนำ Flash Animation & Game สนุกๆ

Friday, November 24th, 2006

ผู้เขียนกำลังจะเดินทางไปเชียงใหม่ 5 วัน กลับมาวันพุธหน้า ตอนแรกกะจะโพสต์เรื่องเหล้า แต่ข้อมูลยังหาได้ไม่ครบ ครั้นจะโพสต์เรื่องอื่น ก็ยังไม่มีอะไรสมบูรณ์พอที่จะอยากโพสต์ ก็เลยขอโพสต์ Flash animation สนุกๆ 2 เรื่อง ที่น้องชายแนะนำ แถม Flash game ที่ชอบมากๆ อีกหนึ่งเกม เป็นการขัดตาทัพไปก่อนแล้วกันนะคะ อาทิตย์หน้าเจอกันใหม่ ไฟล์ทั้งหมดเป็น swf (Flash) ถ้าคลิ้กแล้วไม่โหลด แสดงว่าอาจต้องไปดาวน์โหลด Flash Player มาลงเครื่องก่อน ดูจบแล้วก็เซฟเก็บไว้ในเครื่องได้ตามสบาย Flash animation เรื่องแรกชื่อ Animator vs. Animation II มีขนาดถึง 4 MB เลยอาจต้องใช้เวลาโหลดนานเล็กน้อย แต่รับรองว่าสนุกสนานคุ้มค่ากับการรอคอย ใครชอบโค้ด Flash animation เวลาว่างคงรู้สึก “อิน” กว่าผู้เขียนหลายเท่า การ์ตูนเรื่องนี้เขียนโดยนาย Alan Becker อายุ 17 ปีเท่านั้น [...]

English translation of “The Culture of Poverty?”

Saturday, November 18th, 2006

After many months of on-and-off work, I’ve finally managed to translate Prof. Dr. Nidhi Eoseewong’s The Culture of Poverty? book from Thai into English. A collection of “Cultural Review” column he wrote for the now-defunct Trendy Man magazine, this book is one of my most favorite works in Prof. Dr. Nidhi’s repertoire, and one that [...]

ร่วมต่อต้านการเซ็นเซอร์บนอินเทอร์เน็ต / จดหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีไอซีที

Friday, November 17th, 2006

[UPDATE 22 พ.ย. 49: เพิ่มลิ้งก์ลงชื่อสนับสนุน ของ FACT] ยิ่งนานวัน(เดือน)ผ่านไป วิสัยทัศน์แบบ “โบราณเต่าล้านปี” ของรัฐบาลชุดนี้ก็ดูเหมือนจะเผยออกมาเรื่อยๆ สมกับฉายา “รัฐบาลผู้เฒ่า” ที่นักข่าวตั้งให้ ตั้งแ่ต่ออกนโยบายห้ามโฆษณาเหล้า ทั้งๆ ที่ปัญหาของประเทศไทยจริงๆ แล้วคือชาวบ้านที่กินเหล้าสีเหล้าขาวดีกรีสูงๆ ที่ไม่ได้ซื้อเหล้าเพราะโฆษณาอยู่แล้ว แถมยังห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีกินเหล้า (แต่คงอายุขั้นต่ำในการเลือกตั้งไว้ี่ที่ 18 ปี อย่างนี้แสดงว่ารัฐบาลมองว่าเด็กอายุ 18 มีวุฒิภาวะพอที่จะเลือก ส.ส. ได้ แต่กินเหล้าอย่างมีสติไม่ได้?!?) แทนที่จะประกาศขึ้นภาษีเหล้าสีเหล้าขาว เพราะมันไม่มีตรรกะอยู่แล้วที่เหล้าดีกรีต่ำๆ เช่น เบียร์นอก ซึ่งต้องกินหลายขวดมากก่อนจะเมาแอ๋จนเป็นอันตรายต่อชีวิต จะถูกเก็บภาษีแพงหูฉี่ ในขณะที่เหล้าดีกรีสูงๆ ทั้งหลาย (25+) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคเรื้อรัง อุบัติเหตุร้ายแรง ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ฯลฯ จะถูกเก็บภาษีต่ำจนน่าตกใจ (2%) ทำให้มีราคาถูกแสนถูก ประเภท 3 ขวด 100 คนมีรายได้ต่ำขนาดไหนก็ซื้อได้ จะบอกว่ารัฐบาลไม่ควรเก็บภาษีเหล้าสีเหล้าขาวแพงๆ เพราะ “เป็นเหล้าคนไทย” [...]

SHIN [กับเรื่อง] คาหนังคาเขา (25 คำถาม ภาค 2) ออกแล้ว

Tuesday, November 14th, 2006

ขอใช้พื้นที่นี้ประชาสัมพันธ์หนังสือใหม่ ให้เพื่อนสองคนหน่อยนะคะ: หนังสือเรื่อง SHIN [กับเรื่อง] คาหนังคาเขา ของ “ม้านอก” และ “เด็กนอกกรอบ” ผู้เขียน 25 คำถาม: เบื้องหลังดีลเทคโอเวอร์ชินคอร์ป ออกแล้ว จัดพิมพ์โดยโอเพ่นบุ๊คส์เจ้าเก่า ราคา 165 บาท สามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่นี่ และตามร้านหนังสือทั่วไปตั้งแต่สุดสัปดาห์นี้เป็นต้นไป เพื่อนฝากมาบอกว่า เล่มนี้นับเป็น “ตอนต่อ” ของหนังสือเรื่อง 25 คำถามฯ โดยผู้เขียนทั้งสองได้ update ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับดีลชินคอร์ปให้เป็นปัจจุบัน แถมด้วยข้อสังเกตและวิจารณ์การทำงานของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ ก.ล.ต. ฯลฯ อำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบดีลนี้ของ คตส. ตลอดจนข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท วินมาร์ค (Win Mark Limited) บริษัทที่น่าสงสัยว่าเป็น “โต้โผ” ในการซุกหุ้นของตระกูลชินวัตร ขอขอบคุณล่วงหน้าที่อุดหนุน

Nicola Tesla อัจฉริยะที่โลกลืม ผู้คิดค้นศตวรรษที่ยี่สิบ

Monday, November 13th, 2006

เพิ่งไปดูหนังเรื่อง The Prestige มาเมื่อสุดสัปดาห์ืที่ผ่านมา สนุกดี แม้จะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่ผู้กำกับ (Christopher Nolan) ยังทำหนังได้ไม่ “เจ๋ง” เท่ากับหนังเรื่อง Memento ของเขาก่อนหน้านี้ (ซึ่งเป็นหนึ่งในหนังที่ผู้เขียนชอบที่สุด ดูแล้วดูอีกได้ไม่เืบื่อ) แต่อย่างน้อยก็ชอบเรื่อง The Prestige มากกว่าเรื่อง Batman Begins ที่ Nolan เป็นผู้กำกับเหมือนกัน (จริงๆ แล้ว คิดว่าถ้า 20 นาทีแรกของ Batman Begins ไม่ยืดยาวขนาดนั้น หนังจะสนุกกว่านั้นมาก) เห็น นิโคลา เทสลา นักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะยอดอาภัพ กลายเป็นตัวประกอบในหนังเรื่อง The Prestige เลยคิดว่าจะแปลเรื่องราวของเขามาเล่าสู่กันฟังในบล็อกนี้ดีกว่า เพราะเทสลาเป็นหนึ่งใน “อัจฉริยะที่โลกลืม” ที่มีประวัติน่าสนใจมาก เคยอ่านเรื่องของเขาสมัยเรียนหนังสือ ตอนแรกคิดว่าอาจเข้าข่าย “คนชายขอบ” สำหรับคอลัมน์ในโอเพ่นออนไลน์ได้ แต่ตัดสินใจไปแล้วว่าคอลัมน์นั้นอีก 4-5 คนจะเป็นใคร เลยเอาเรื่องเทสลามาแปะในนี้ก่อน วันหลังอาจเขียนบทแนะนำลงคอลัมน์ไปอีกรอบ …… แปลจาก [...]

เหตุผลที่พรรคเดโมแครตได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกา

Friday, November 10th, 2006

ขอร่วมแสดงความยินดีกับชัยชนะของพรรคเดโมแครตอเมริกัน ที่สามารถยึดเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฏรกลับคืนไปจากพรรครีพับลิกันของประธานาธิบดี จอร์จ บุช ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี และแถมยังสามารถครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาด้วย หลังจากที่นายจอร์จ อัลเลน ผู้สมัครรัฐเวอร์จิเนียจากพรรคริพับลิกัน ประกาศยอมรับความพ่ายแพ้เมื่อเช้าวันนี้เอง ผลการเลือกตั้งทำให้พรรคเดโมแครตมี 49 ที่นั่ง เท่ากันกับพรรครีพับลิกันในสภาสูง แต่วุฒิสมาชิกที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองอีก 2 คน ประกาศว่าจะโหวตตามเดโมแครต เลยทำให้พรรคเดโมแครตกุมเสียงข้างมากในวุฒิสภา 51-49 ที่นั่ง ตอนนี้เพื่อนๆ ของผู้เขียนหลายคนในอเมริกาก็กำลังเฉลิมฉลองชัยชนะกันอย่างสนุกสนาน (อืม… เพิ่งนึกออกว่าเราไม่ค่อยมีเพื่อนสังกัดพรรครีพับลิกันเลยแฮะ ) แม้บางคนจะบ่นว่า ส.ส. เดโมแครตหลายคน “เปลี่ยนจุดยืน” ค่อนไปทางรีพับลิกันในการหาเสียง (เช่น ประกาศไม่เห็นด้วยกับการทำแท้ง ไม่เห็นด้วยกับการจดทะเบียนสมรสของเกย์ ฯลฯ) แต่เรื่องนี้ก็พูดยาก เพราะถ้า “ซ้าย” เกินไป (บนไม้บรรทัดของการเมืองอเมริกัน ซึ่ง “กลาง” มากกว่า “ซ้าย” ของไทยเยอะ) ก็อาจทำให้ไม่สามารถเอาชนะพรรครีพับลิกันในรัฐ “เคร่งศาสนา” ทั้งหลายที่เป็นที่มั่นสำคัญของรีพับลิกัน โดยเฉพาะรัฐในภาคตะวันตก-กลาง (midwest) ของประเทศได้ สื่อและผู้เชี่ยวชาญทุกสถาบันมีความเห็นค่อนข้างตรงกันว่า ชัยชนะของเดโมแครตในครั้งนี้มีสาเหตุหลักมาจากความไม่พอใจของชาวอเมริกัน [...]

เสื้อแห่งความสุข

Wednesday, November 8th, 2006

เสื้อแห่งความสุข [MP3, 3.20MB] ลานนา คัมมินส์ เกิดเป็นพระราชาอยากได้ก็ได้อย่างใจ อยากมีแต่สุขไม่ทุกข์ใจแต่หาไม่เจอซักที ให้โหรช่วยทำนายโหรบอกให้ทำอย่างนี้ ก็ใส่เสื้อของผู้วิเศษที่เค้าไม่มีความทุกข์ใดๆ ทหารของพระราชาออกตามหาแทบพลิกแผ่นดิน ไม่พบไม่เจอไม่ได้ยินคนที่ไม่มีทุกข์ใจ เสาะหานับแรมปีผู้วิเศษคนนั้นอยู่ไหน ไม่ว่าจะหญิงจะชายก็ล้วนแต่มีความทุกข์ทุกคน หาเท่าไรหาไม่เจอเสื้อแห่งความสุขนั้นอยู่ไหน จะค้นจะหาเท่าไรก็ยังไม่พบไม่เจอสักที หาเท่าไรหาไม่เจอคนๆ นั้นเค้าอยู่ที่ใด คนที่ไม่เคยทุกข์ใจไม่มี ก่อนตะวันจะลับปลายนาที่หน้ากระท่อมหลังหนึ่ง แว่วเสียงถ้อยคำพร่ำรำพึงขอบคุณชีวิตแสนดี เมื่อหิวก็แค่มีกินเมื่อหลับก็นอนฝันดี แค่นี้ก็มีความสุขวันนี้ไม่มีความทุกข์ใดๆ ทหารของพระราชาเสาะหามาทั้งแผ่นดิน เพิ่งพบเพิ่งเจอเพิ่งได้ยินคนที่ไม่มีทุกข์ใจ เหล่าทหารของพระราชาจึงกระแทกประตูเข้าไป ได้พบเพียงชายยากไร้ไม่มีแม้เสื้อติดกายสักตัว หาเท่าไรหาไม่เจอเสื้อแห่งความสุขนั้นอยู่ไหน จะค้นจะหาเท่าไรก็ยังไม่พบไม่เจอสักที หาเท่าไรหาไม่เจอความสุขนั้นมันอยู่ที่ใด ลืมว่ามันอยู่ที่ใจตรองให้ดี

ความสบายของคนกรุง vs. ความเดือดร้อนของคนชนบท

Sunday, November 5th, 2006

วันนี้เป็นวันลอยกระทง คนกรุงเทพฯ นับล้านคงไปลอยกระทงตามริมแม่น้ำต่างๆ และดูการละเล่น แสงสว่างจากพลุเพลิงดอกไม้ไฟที่บดบังแสงจันทร์วันเพ็ญ เหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา แต่จะมีคนกรุงเทพฯ กี่คนที่รู้ว่า ปีนี้เราฉลองวันลอยกระทงได้ เพราะพี่น้องชาวไทยอีกกว่า 3 ล้านคน ใน 15 จังหวัดภาคกลาง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรผู้ยากไร้ ต้องประสบภัยพิบัติจากน้ำท่วมอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทั้งจากพายุ “ช้างสาร” และจากการเสียสละ ยอม(โดยไม่มีทางเลือก)ให้กรมชลประทานผันน้ำท่วมเข้าทุ่งนาตัวเอง แลกกับเงินค่าชดเชยเพียง 230-1,000 บาทต่อไร่ ทั้งๆ ที่ข้าวนาปรังออกรวงจนเก็บเกี่ยวได้แล้ว ถ้าน้ำไม่ท่วมนาข้าวเสียก่อน ทั้งหมดเพียงเพื่อให้กรุงเทพฯ แห้ง ให้คนกรุงเทพฯ ไม่ต้องทนลำบากแม้กระทั่งน้ำท่วมสูงเท่าตาตุ่ม จะบอกว่ากรุงเทพฯ น้ำไม่ค่อยท่วมปีนี้เพราะฝนตกไม่หนักเท่าปีก่อนๆ ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะชาวบ้านหลายจังหวัดพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เคยประสบความเดือดร้อนจากอุทกภัยรุนแรงขนาดนี้มาก่อน ทั้งๆ ที่จากรายงานสรุปสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงวันที่ 30 ต.ค. 2549 ก็เห็นชัดว่าปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาปีนี้ ไม่สูงเท่ากับปี 2538 และ 2545 ซึ่งเกิดปัญหาน้ำท่วมครั้งใหญ่เหมือนกัน: ผู้เขียนจำได้ว่าปีก่อนๆ ที่ฝนตกหนักกว่านี้ น้ำก็ท่วมภาคกลางเหมือนกัน แต่ชาวบ้านไม่เดือดร้อนขนาดนี้เพราะรัฐบาลไม่ปกป้องกรุงเทพฯ ขนาดนี้ ยอมให้น้ำกระจายไปทั่วที่ราบลุ่มในภาคกลาง ระดับน้ำโดยเฉลี่ยก็เลยไม่สูงมากนัก