Archive for October, 2006

ว่าด้วยเรื่อง geek, nerd, และ dork + แนะนำหนัง

Sunday, October 29th, 2006

ไหนๆ ก็ประกาศว่า “เป็น geek ที่ภูมิใจในความเป็น geek ของตัวเอง” ไปแล้วในหนังสือเรื่อง Bhutan: A Sketchbook วันนี้ก็ขออธิบายความหมายของคำนี้เพิ่มเติมยาวๆ หน่อย รวมทั้งคำอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่ใครจะเข้าใจผิดว่าเป็น “กิ๊ก” กับใคร เพราะเมืองไทยตอนนี้ก็เห็นมี geek เยอะพอสมควร รวมทั้งผู้อ่านบล็อกนี้หลายคนด้วย (เป็นใครบ้างก็คงรู้ตัวกันเอาเองนะคะ ) แต่ศัพท์คำนี้ก็ยังไม่มีในภาษาไทย ที่ใกล้เคียงที่สุดอาจเป็น “แฟนพันธุ์แท้” แต่คำนี้ก็ตรงความหมายประมาณ 80% เท่านั้น เพราะความสนใจของ geek สมัยใหม่ส่วนใหญ่จะอยู่ในขอบเขตของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นหลัก “ศาสตราจารย์สติเฟื่อง” อย่าง ดร. สลัมพ์ ในการ์ตูนญี่ปุ่น และโอตากุ (otaku คือแฟนพันธุ์แท้การ์ตูนญี่ปุ่น) ส่วนใหญ่จึงน่าจะเป็น geek แต่แชมป์แฟนพันธุ์แท้ประวัติศาสตร์อยุธยา พระเครื่อง หรือศูนย์การค้า น่าจะเข้าข่าย nerd มากกว่า ไม่ใช่ geek ยกเว้นในกรณีที่พวกเขาหมกมุ่นกับความสนใจมากจนถึงขนาดไม่สนใจสุขภาพ คนรอบตัว หรือสิ่งอื่นใดในชีวิต การเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งของเทคโนโลยีสมัยใหม่ [...]

สามประโยคและสองพฤติกรรมอันตรายที่กัดกร่อนสังคมไทยที่สุด (2)

Thursday, October 26th, 2006

[อ่านตอนแรกของบทความนี้ได้ที่นี่] สามประโยคอันตรายที่กำลังกัดกร่อนสังคมไทย (“ใครๆ เขาก็ทำกัน” “ช่าง(หัว)มัน” และ “คนดีไม่ควรเปลืองตัว”) คงไม่เป็นอันตรายมากเท่าไหร่ หากคนไทยเราไม่มี “นิสัยอันตราย” สองอย่าง ที่เปรียบเสมือน “พาหะ” เพาะเชื้อประโยคอันตรายทั้งสามให้ลุกลาม สองนิสัยที่ว่าคือ นิสัยปากว่าตาขยิบ (double standard) และนิสัยมักง่าย ซึ่งนับวันดูเหมือนจะแพร่หลายมากขึ้น และเลวร้ายกว่าสมัยผู้เขียนยังเด็ก ในเมืองไทย นิสัยสองอย่างนี้ดูเหมือนจะสงวนไว้สำหรับชนชั้นสูง และชนชั้นกลางเท่านั้น อาจเป็นเพราะคนที่ปากว่าตาขยิบนั้นต้องรู้ก่อนว่าหลักการ กฎเกณฑ์ หรือมาตรฐานที่กำลัง “เลือกปฏิบัติ” อยู่นั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร และคนที่มักง่ายต้องมีโอกาส ทรัพยากร หรือพูดรวมๆ ว่าทางเลือกในการดำรงชีวิตหลายๆ ทางเสียก่อน ถึงจะสามารถ “เลือก” ทางที่มักง่ายได้ (เช่น ใครที่ได้เงินเดือนสูงๆ แต่ไม่มีเส้นก็ต้องทนทำงานหนักเพื่อไต่เต้าบันไดอาชีพ แต่คนที่มีเส้นใหญ่ก็สามารถเลือกทำตัว “มักง่าย” ด้วยการกินเงินเดือนสูงๆ โดยไม่ต้องทำงาน) คนจนต้องใช้เวลาและพลังงานทั้งหมดไปกับการทำมาหากินเพื่อเอาชีวิตรอดไปวันต่อวัน ไม่มีเวลาว่างจะมาเรียนหลักการหรือกฎเกณฑ์ต่างๆ ในสังคม นอกเหนือจากที่เกี่ยวข้องกับปากท้องของพวกเขาโดยตรง และแน่นอน พวกเขาไม่มีทางเลือกมากนักในการดำรงชีวิต คนจนจึงไม่มีนิสัย “มักง่าย” เพราะมักง่ายไม่ได้ ใครมักง่ายก็แปลว่ายอมอดตาย ไม่ได้หมายความว่าคนจนไม่มีนิสัยไม่ดีอะไรเลย [...]

หนังสือเรื่องนอมินีออกแล้ว + งานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ (อีกที)

Sunday, October 22nd, 2006

หนังสือเรื่อง “นอมินี” วางแผงแล้วนะคะ ช่วงนี้หาซื้อได้ที่บูธโอเพ่นบุ๊คส์ P09 งานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ หรือสั่งซื้อออนไลน์ ได้ที่นี่ เล่มนี้รวบรวมรายงานวิจัยของผู้เขียนเรื่อง “การใช้ตัวแทนถือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” และของ ดร. เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ เรื่อง “การประกอบกิจการของบริษัทต่างชาติในประเทศไทย” ที่นำเสนอในงานสัมมนาวิชาการเรื่อง “สู่ความชัดเจนในระเบียบธรรมาภิบาล: ประเด็นสืบเนื่องจากกรณีการขายหุ้นชิน คอร์ปอเรชั่น” ที่ผ่านไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โอเพ่นกรุณาจัดหน้าให้อ่านง่าย รูปเล่มสวยงามกว่า “สมุดปกขาว” ของ TDRI เยอะ (ดาวน์โหลดรายงานและ presentation ทั้งสองฉบับได้ที่หน้านี้ ของบล็อก) ไปงานหนังสือแทบทุกวัน ซื้อหนังสือมาแล้วยี่สิบกว่าเล่ม (เฮ่อ) ขอแนะนำหนังสือ “น่าอ่าน” บางเล่มจากรอบนี้ที่กำลังทยอยอ่านอย่างทุลักทุเล: บุชกับทักษิณ โดย เกษียร เตชะพีระ สนพ. คบไฟ (บูธ M34) การเมืองไทยสมัยพระนารายณ์ โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์ สนพ. มติชน (บูธ V05) ประวัติศาสตร์ศิลปะประเทศใกล้เคียง และ [...]

หนังสือภูฏาน (อีกเล่ม) ออกแล้ว + งานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ

Wednesday, October 18th, 2006

ก่อนอื่น ขอแจ้งข่าวเล็กน้อยว่าผู้เขียนจะไปเที่ยวงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 11 ที่ศูนย์สิริกิติ์ วันพรุ่งนี้ และวันศุกร์ (19 & 20 ต.ค. 2549) ตั้งแต่บ่าย ช่วงเวลาประมาณ 6 โมงเย็นถึง 3 ทุ่ม ของทั้งสองวัน (คือหลังจากเดินซื้อหนังสือจนเมื่อยและตังค์หมดแล้ว) จะไปปักหลักอยู่ที่บูธ W16 (ของสำนักพิมพ์เบลูก้า แต่สำนักพิมพ์ระหว่างบรรทัดมาอยู่ด้วย) ถ้าใครอยากแวะมาทักทาย เชิญนะคะ คิดว่าวันสุดสัปดาห์หน้า (28-29 ต.ค.) ก็จะไปเหมือนกัน ไป “ตามเก็บ” หนังสือใหม่หลายเล่มที่ตอนนี้ยังไม่ออก หนังสือเรื่องภูฏานอีกเล่มของผู้เขียนออกแล้ว ชื่อ Bhutan: A Sketchbook / บันทึกสนุกๆ จากภูฏาน คราวนี้เป็นภูฏานแบบ “เบาๆ” ไม่ใช่ “หนักๆ” แบบที่พิมพ์โดยโอเพ่นบุ๊คส์ ใครที่อ่านบล็อกนี้เป็นประจำอาจงงว่าคนเขียนทำอะไร “เบาๆ” เป็นด้วยเหรอ… ขอเชิญพิสูจน์นะคะ เล่มนี้สำนักพิมพ์ระหว่างบรรทัดกรุณาจัดพิมพ์ ราคาปก 135 บาท ซื้อในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติลดเหลือ [...]

Thank You For Democracy

Tuesday, October 17th, 2006

[เพื่อน forward เพลงสนุกๆ จาก podcast ของ Mr. Brown บล็อกเกอร์ที่ดังที่สุด (และตลกที่สุด) ของสิงคโปร์มาให้ฟัง ขอแนะนำpodcast อีกตอน จากบล็อกเีดียวกัน และุถ้าสนใจบล็อกของคนสิงคโปร์ที่ตลกมากๆ อีกแห่งหนึ่ง เชิญทดลองอ่านTalkingcock.com - โดยเฉพาะตอนนี้ ตลกมากๆ เพราะเสียดสีนิสัยช่างควบคุมของรัฐบาลสิงคโปร์ได้ดีจริงๆ อืม... เขียนเรื่องนี้ทำให้อดคิดถึงเืพื่อนๆ ชาวสิงคโปร์ไม่ได้ โดยเฉพาะเื่พื่อนสนิทที่แนะนำให้อ่านบล็อกพวกนี้ วันหลังจะเขียนเล่าดีกว่า เพราะคนไทยแบบยุ่งวุ่นวาย ชินกับความโกลาหลอย่างเรา เวลาไปไหนกับเพื่อนสิงคโปร์เจ้าระเบียบ เถรตรง เคารพกฎหมายทีไีร ไม่วายเจอเรื่องขำๆ ด้วยกันทุกที] จะโพสต์เรื่องมหกรรมหนังสือแห่งชาติ ที่เริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้ถึง 29 ต.ค. ในวันสองวันนี้ คาดว่าตัวเองจะใช้เวลาส่วนใหญ่เีทียวไปเทียวมาระหว่างบูธสำนักพิมพ์โอเพ่น กับสำนักพิมพ์ระหว่างบรรทัด ตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค. ทราบเวลาแน่นอนเมื่อไหร่จะโพสต์แจ้งที่นี่ทันที Thank You For Democracy [MP3, 2.56MB] คำร้อง – ทำนอง Mr. Brown [...]

ขอแสดงความยินดีกับ โมฮัมหมัด ยุนุส และธนาคารกรามีน เจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพประจำปี 2549 :)

Friday, October 13th, 2006

เพื่อนคนหนึ่งส่งสายมาบอกว่า โมฮัมหมัด ยุนุส ผู้ก่อตั้ง Grameen Bank “ธนาคารเพื่อผู้ยากไร้” ที่เคยเขียนถึงในคอลัมน์ “คนชายขอบ” เมื่อปลายปีที่แล้ว เพิ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปีนี้ ร่วมกับ Grameen Bank ในฐานะนักการเงิน/นาย(นาง?)ธนาคารที่ชื่นชมยุนุสและ Grameen Bank มาหลายปี และได้มีโอกาสไปฟังเขาบรรยายตอนมาเมืองไทยปีที่แล้ว ก็ขอปรบมือดังๆ ให้กับคณะกรรมการผู้ตัดสิน เพราะยูนุสเหมาะสมกับรางวัลนี้ด้วยประการทั้งปวง และสมควรจะได้รับรางวัลนี้มานานแล้ว หวังว่าข่าวการได้รับรางวัลของยูนุสในครั้งนี้ จะเป็นแรงกระตุ้นให้สื่อต่างๆ ในเมืองไทย ตลอดจนสถาบันการเงินและรัฐบาล หันมาเอาจริงกับการโปรโมท และลงมือใช้แนวคิด microcredit (เงินกู้ไร้หลักประกันสำหรับคนจน บางแห่งเรียกว่า “microfinance” ซึ่งมีความหมายกว้างกว่าเล็กน้อย เพราะครอบคลุมผลิตภัณฑ์ทางการเงินชนิดอื่นๆ ที่ขายให้กับผู้ยากไร้ นอกเหนือจากเงินกู้) ในเมืองไทยอย่างจริงจัง และเป็นรูปธรรมเสียที เพราะธนาคารหลายแห่งที่ปล่อยกู้แบบ microcredit ตามแนวคิดของยูนุสนั้นได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถ ช่วยคนจนได้อย่างแท้จริง และมี ผลกำไรจากการทำธุรกิจ ไม่ใช่ปล่อยกู้เป็นการกุศลเฉยๆ (ที่มีกำไรก็เพราะคนจนสามารถชำระดอกเบี้ยเงินกู้และเงินต้นได้จริง ไม่ได้กลายเป็นหนี้เสีย) microcredit ที่แท้จริงไม่เหมือนกับโครงการปล่อยกู้เพื่อคนจนส่วนใหญ่ของรัฐบาลที่แล้ว ที่มุ่งเน้นการให้คนจนได้ “เข้าถึง” แหล่งเงินกู้เพียงอย่างเดียว แต่ไม่ได้จัดโครงสร้าง วิธีการติดตาม [...]

สู้กับประชานิยมจอมปลอม

Monday, October 9th, 2006

ยังไม่มี “แรง” เขียนอะไรใหม่ๆ ขึ้นบล็อก เพราะปั่นรายงานอยู่ เลยขอแปะบทความน่าอ่านชิ้นใหม่ของ อ. นิธิ เอียวศรีวงศ์ ที่เพิ่งตีพิมพ์ลงมติชน มาให้ทุกท่านอ่าน เป็นการขัดตาทัพไปก่อนนะคะ (ตัวหนาเน้นโดยผู้เขียน) จะโพสต์บทความใหม่เร็วๆ นี้ พร้อมทั้งแจ้งแผนการไปเที่ยวงานหนังสือในสัปดาห์หน้าของผู้เขียน เผื่อผู้ือ่านท่านใดอยากแวะเวียนมาพูดคุย (หรือเมตตาเอาหนังสือมาให้นักเขียนที่กำลังเห่อหนังสือตัวเองเซ็น) สู้กับประชานิยมจอมปลอม โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์ นโยบายของคุณทักษิณ ชินวัตร ที่เรียกกันว่า “ประชานิยม” นั้น ประกอบด้วยด้านต่างๆ คือ ก.หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่เด่นที่สุดของด้านนี้คือโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ถ้าถือความพอใจของผู้รับบริการเป็นตัววัด ก็ต้องถือว่าประสบความสำเร็จในขั้นหนึ่ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ซ่อนปัญหาไว้ทั้งในปัจจุบันและอนาคตเป็นอันมาก ด้วยเหตุผลสองประการที่สำคัญ คือ 1.การบริหารจัดการที่ปรับปรุงไม่ทันกับปัญหาที่เกิดขึ้น นับตั้งแต่ปัญหาด้านบุคลากร, การส่งต่อ, งบประมาณ, ฯลฯ 2.ความสำเร็จของโครงการอยู่ที่ฐานคือสังคมที่มีสุขภาพ แม้ว่ารัฐบาลไทยรักไทยเข้าใจประเด็นนี้ในภายหลัง แต่ก็สร้างสังคมสุขภาพได้เพียงการรำไม้พลองในหมู่บ้าน เพราะสังคมสุขภาพไม่อาจเกิดขึ้นได้ท่ามกลางบริโภคนิยมที่รัฐบาลช่วยเร่งเร้า ในทางอ้อม, ไม่อาจเกิดขึ้นได้ในสังคมที่เปิดให้สร้างมลภาวะและวางระบบที่เอื้อต่อการสร้างมลภาวะ, ในสังคมที่ไม่ส่งเสริมการเรียนรู้, ในสังคมที่อำนาจมีแหล่งกำเนิดที่มาจากเส้นสาย ไม่ใช่ความชอบธรรม ฯลฯ หมายความว่าสุขภาพจะได้รับการประกันถ้วนหน้าจริงในทางปฏิบัติ [...]

หนังสือเรื่องภูฎานออกแล้วค่ะ :)

Tuesday, October 3rd, 2006

“ภูฏาน อารยธรรมแห่งสุดท้าย” หนังสือของผู้เขียนที่รวบรวมบทความที่เคยลงบล็อกนี้ไปแล้วหกตอน (ตอนที่ 1 ตอนที่ 2 ตอนที่ 3 ตอนที่ 4 ตอนที่ 5 และ ตอนที่ 6) บวกเนื้อหาเพิ่มเติม และอีกสี่ตอนใหม่ พร้อมภาพประกอบสี่ีสีสวยงาม 16 หน้าเต็ม วางแผงแล้วนะคะ จัดพิมพ์โดยโอเพ่นบุ๊คเจ้าเก่า ราคา 190 บาท สามารถ สั่งซื้อออนไลน์ได้ที่นี่ ขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ให้กำลังใจ คอมเม้นท์ ฯลฯ มาตลอด และขอขอบคุณล่วงหน้าที่อุดหนุนหนังสือค่ะ (ถ้าคิดว่ามันดีำพอ)

ร่วมคัดค้านการปิดเว็บไซด์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

Sunday, October 1st, 2006

เมื่อไหร่หนอ คปค. จะคิดได้เสียทีว่า two wrongs don’t make a right :/ อะไรที่ชอบด้วยกฎหมายก็ทำไป การอาัยัด ยึดทรัพย์ เปิดโปงคอร์รัปชั่นของนักการเมืองล้วนเป็นเรื่องสำคัญทั้งสิ้น แต่นั่นไม่ควรเป็น “ข้ออ้าง” ให้เรายอมให้ คปค. ย่ำยีสิทธิเสรีภาพของคนไทย โดยเฉพาะสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เพราะการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างเสรีเท่านั้น ที่จะช่วยยกระดับวุฒิภาวะของสังคมในการอภิปรายประเด็นสาธารณะ [แถลงการณ์ด้านล่างก็อปปี้จาก โอเพ่นออนไลน์] ผู้เขียนบล็อกนี้ขอร่วมคัดค้านการปิดเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน โดยกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2549 ดังรายละเอียดที่ปรากฏในแถลงการณ์ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ทั้งภาคภาษาไทยและภาคภาษาอังกฤษ ที่นำลงให้อ่านด้านล่างนี้ ท่านผู้อ่านสามารถร่วมลงชื่อคัดค้านการปิดเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนได้ โดยส่งอีเมลไปที่ midnightuniv@gmail.com …………………………… แถลงการณ์คัดค้านการปิดช่องทางการสื่อสารเสรี ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนถูกกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศปิดกั้น แต่ไม่ใช่เว็บไซต์แห่งแรกที่ถูกอำนาจรัฐประหารปิดกั้น หรือพยายามเข้าไปปั่นป่วน ปฏิกิริยาของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนต่อการรัฐประหารก็คือ แม้ไม่เห็นด้วยกับการแก้ปัญหาทางการเมืองอย่างมักง่ายเช่นนี้ แต่ก็เห็นว่าสายเกินกว่าจะแก้ไขอะไรได้ นอกจากช่วยกันผลักดันให้ประเทศกลับสู่เส้นทางพัฒนาประชาธิปไตยโดยเร็ว คปค. อ้างว่าการรัฐประหารครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปการเมือง ซึ่งส่วนหนึ่งประกอบด้วยการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่กระบวนการทั้งร่างรัฐธรรมนูญใหม่และปฏิรูปการเมือง ตามที่ปรากฏในธรรมนูญการปกครองฉบับชั่วคราว กลับเป็นกระบวนการที่ไม่เปิดให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพอย่างบริบูรณ์ อันเป็นเงื่อนไขสำคัญของการปฏิรูปการเมืองที่จะประสบความสำเร็จได้ เพราะการมีส่วนร่วมของประชาชน ไม่ใช่เพียงการถูกเลือกสรรเข้าไปนั่งในองค์กรร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น [...]