Archive for July, 2006

วันไหนพม่า เวียดนามเข้าสู่ประชาธิปไตย ศรีธนญชัยไทยจะพ่ายแพ้

Saturday, July 22nd, 2006

อ่า่นบทความของคุณสุทธิชัย หยุ่น เมื่อวันก่อนแล้วก็ทำให้นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้โพสต์ตอนที่สองของเรื่อง สามประโยคและสองพฤติกรรมอันตรายที่กัดกร่อนสังคมไทยที่สุด ที่โพสต์ตอนแรกไปตั้งแต่ต้นปี เฮ่อ ชุมนุม “กู้ชาติ” นี่ทำให้สมาธิกระเจิงไปหลายเดือน ก็จะพยายามโพสต์ตอนที่สองในเร็ววันแล้วกันนะคะ คงต้องปรับปรุงเนื้อหาบางตอนก่อน เพราะตอนนี้สถานการณ์ทางการเมืองให้ประเด็นตัวอย่างที่ดีกว่าเดิม ระหว่างนี้ขอเชิญอ่านบทความของคุณสุทธิชัยไปก่อน เพราะประเด็นเรื่อง “ลีลา” และ “ฟอร์ม” ของคนไทยนี่ ตรงใจจริงๆ ทำให้นึกถึงกลอนของโอมาร์ คัยยัม ที่ว่า ผู้ไม่รู้และไม่รู้ว่าเขาไม่รู้คือคนเขลา จงหลีกเลี่ยงเขา ผู้ไม่รู้และรู้ว่าเขาไม่รู้คือเด็ก จงสอนเขา ผู้รู้และไม่รู้ว่าเขารู้คือคนหลับ จงปลุกเขา ผู้รู้และรู้ว่าเขารู้คือนักปราชญ์ จงตามเขา. (He who knows not, and knows not that he knows not, is a fool. Shun him. He who knows not, and knows that he knows [...]

เด็กเอ๋ย “เด็กชิน”

Friday, July 21st, 2006

[เพื่อน fwd เมล์มาให้ ตอนหลัีงทราบว่าแต่งโดย "คุณทิวา" แห่งถนนนักเขียนพันทิป อ่านเบื้องหลังการลบกระทู้ได้ที่นี่ - ขอขอบคุณ คุณ anonymous ที่เข้ามาโพสต์ลิ้งก์ค่ะ] เด็กเอ๋ย “เด็กชิน” ต้องมีหน้าที่สิบอย่างด้วยกัน หนึ่งนับถือ “ตระกูลหนา” สองรักษา “ความเลว” มั่น สามเชื่อ “โคตรเหง้าพจมาน” สี่วาจานั้นต้อง “สร้างความร้าวฉาน” ห้ายึดมั่น “ข้างข้างคูคู” หกเป็นผู้รู้ “รักคนพาล” เจ็ดต้อง “อิจฉาเข้าสันดาน” ต้องมานะบากบั่น “ข่มขู่คนค้าน” แปดรู้จัก “โกงสะบัด” เก้า “ตระบัดสัตย์” ตลอดกาล น้ำใจ “นักกินเมืองล้างผลาญ” ให้เหมาะแก่กาลสมัย “ชาติทักษิณา” สิบทำตนให้ “ไร้ประโยชน์ ล้อบาปบุญคุณโทษ เร่งขายชาติศาสนา” เด็กสมัย “ชาติทักษิณา” จะเป็นเด็กที่พา “ชาติล่มจมเอย” เด็กเอ๋ย “เด็กชิน” ต้องมีหน้าที่สิบอย่างด้วยกัน เด็กเอ๋ย “เด็กชิน” ต้องมีหน้าที่สิบอย่างด้วยกัน…

ข้อคิดจากประสบการณ์ปฏิบัติธรรมครั้งแรก

Tuesday, July 18th, 2006

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเพิ่งกลับมาจากการปฏิบัติธรรมครั้งแรกในชีวิต กับพระอาจารย์ชยสาโร ที่อาคารบ้านบุญ บริเวณบ้านไร่ทอสี อ. ปากช่อง นครราชสีมา ไปนอนค้างบ้านรุ่นพี่คนหนึ่งที่มีบ้านอยู่ในนั้น กับเพื่อนๆ พี่ๆ อีกสามคน กลับมาแล้วผู้เขียนก็ยังนั่งสมาธิไม่เป็น แถมอาการเจ็บเข่าก็กำเริบเสิบสานไปสองวันจากการเดินจงกรมแบบคนโง่ คือไม่คิดถึงสังขารตัวเอง แต่การเดินทางเที่ยวนี้ต้องนับว่าเป็นกำไรชีวิต เพราะได้ข้อคิดกลับมาพอสมควร โดยเฉพาะที่จดบันทึกมาจากธรรมเทศนาของพระอาจารย์ เลยขอเล่าสู่กันฟังในบล็อกวันนี้ เพราะท่านชยสาโรเทศน์เก่งมาก ใช้ภาษาง่ายๆ แต่ลึกซึ้ง สมกับเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อชา สุภัทโท พระนักปฏิบัติผู้ล่วงลับไปแล้ว อ่านจบแล้วใครอยากแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ขอเชิญคอมเม้นท์ ผู้เขียนอยากฟังนะคะ เพราะตั้งใจจะไปอีก …… การปฏิบัติธรรมครั้งนี้จัดโดย “กลุ่มร่มโพธิ์” มีคนไปประมาณ 150 คน สังเกตคนส่วนใหญ่ที่ไปเป็นผู้หญิงอายุประมาณ 35-50 ปี ไม่ได้เป็นคนรุ่นพ่อรุ่นแม่เราอย่างที่คิดไว้ตอนแรก เห็นมีหนุ่มสาวไปกับพ่อหรือแม่หลายคู่ ดูน่ารักดี การปฏิบัติธรรมครั้งนี้จัดสามคืนสองวันครึ่ง คือตั้งแต่เย็นวันพฤหัส ถึงเช้าวันอาทิตย์ ทุกคนต้องถือศีลแปด ต้องสำรวมกาย วาจา ใจ แปลว่าห้ามคุยกัน แต่อนุญาตให้เอาสมุดไปจดได้ ผู้เขียนคิดว่าเป็นช่วงเวลาที่พอเหมาะสำหรับตัวเอง เพราะถ้าไม่ให้พูดกับใครนานกว่า 5 วัน และไม่ให้เขียนอะไรเลยด้วย (เหมือนกับกฎเกณฑ์อันเคร่งครัดของสถานปฏิบัติธรรมบางแห่ง [...]

The unspoken truths: putting Thaksin’s letter to Bush in context

Wednesday, July 12th, 2006

Although I’m still quite busy with work – doing some freelance work, plus working on a book – I can’t help taking time off to write this after reading the letter our caretaker Prime Minister Thaksin Shinawatra, head of Thai Rak Thai party (TRT), wrote to US President George W. Bush last month to “reassure” [...]

ความคิดเรื่อยเปื่อยในวันไร้ตรรกะ

Sunday, July 9th, 2006

วันนี้ตอนแรกตั้งใจจะเขียนเรื่องการเมืองอีกรอบ แต่พลังวันนี้ไม่ค่อยมี แถมช่วงนี้ฟุ้งซ่านหลายเรื่อง รวบรวมสมาธิไม่ค่อยได้ เลยจะเขียนเรื่อยเปื่อยเท่าที่ใจจะมีแรงไล่จับความคิดที่วิ่งชนกันอยู่ในหัวให้ออกมาเป็นตัวหนังสือ ขออภัยหากตรรกะของผู้เขียนวันนี้หดหาย เขียนแต่ละเรื่องไม่เกี่ยวกันเลย …ไม่แน่ใจว่าระหว่าง มาตรา 3, มาตรา 7, และมาตรา 8 อะไรจะ “เห็นผล” ก่อนกัน การเมืองช่วงนี้เดาทิศทางยากจริงๆ คงเพราะเรื่องมันเลยเถิดเกินจุดที่เกี่ยวกับเหตุผลตรรกะไปเสียจนกู่ไม่กลับแล้ว คงต้องขึ้นอยู่กับระดับของ “กระแส” ที่แต่ละฝ่าย “กระพือ” เท่านั้น เฮ่อ …คอลัมน์ใหม่รายเดือนของผู้เขียน ชื่อ “ล่องคลื่นโลกาภิวัตน์” ที่เขียนลงประชาชาติธุรกิจ ประเดิมตอนแรก ไปเมื่อวันพุธที่แล้ว เสียดายที่หนังสือพิมพ์ทำบางคำตกหล่นไป ถ้าอยากอ่านฉบับเต็มๆ เชิญได้ที่ โอเพ่นออนไลน์ ในอนาคตสำเนาบทความที่ลงคอลัมน์นี้ในประชาชาติทั้งหมดก็จะอยู่ตรงนี้ด้วย …ส่งต้นฉบับหนังสือเรื่องภูฏานให้ทางสำนักพิมพ์แล้ว หนากว่าหกตอนแรกที่ลงในบล็อกนี้ประมาณสองเท่า พิมพ์เสร็จเมื่อไหร่จะแจ้งให้ทราบที่นี่ทันที ขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านและคอมเม้นท์ แม้ว่าคอมเม้นท์ประมาณ 90% หลังวันที่ 9 มิถุนายน (วันที่คนไทยได้ยลโฉมมกุฎราชกุมารภูฏาน ที่เสด็จเยือนเมืองไทยอย่างเป็นทางการ) จะไม่ได้เกี่ยวอะไรกันเลยกับสิ่งที่เขียน แค่มากรี๊ดเจ้าชาย เพราะเข้าบล็อกนี้มาโดยบังเอิญจากการเสิร์ชคำว่า “ภูฏาน” ในกูเกิ้ล …ขอปิดท้ายด้วยบางตอนจากบทความของพี่โญ บก. โอเพ่น [...]