Archive for June, 2006
Wednesday, June 28th, 2006
เพื่อน forward link หนึ่งมาให้อ่าน จากเว็บไซด์ของมีชัย ฤชุพันธุ์ นักกฎหมายผู้เชี่ยวชาญที่เปิดให้คนเข้าเว็บเขียนไปถามได้ คำตอบข้อนี้แกเปรียบเปรยได้ดีจริงๆ จนอดคิดไม่ได้ว่า คุณมีชัยอาจชอบเพลง “สมภารเซ้งโบสถ์” เหมือนผู้เขียน นี่แหละหนา พระท่านถึงสอนว่าเวลาดูอะไรให้ดูที่สาระ อย่าไปยึดติดกับรูปแบบ เพียงอย่างเดียว ประชาธิปไตยก็เหมือนกัน. คำถาม กราบเรียนท่านอาจารย์ พรรค ก. ส่งคนลงเลือกตั้ง และกระทำการเพื่อให้มีรัฐสภาครบองค์ประกอบเพื่อให้มีรัฐบาล ส่วน พรรค ข. นอกจากไม่ส่งคนลงเลือกตั้ง ยังรณรงค์เพื่อไม่ให้สภาเปิดประชุมเลือกนายกฯ และตั้งรัฐบาลได้ โดยความคิดเห็นส่วนตัว ท่านอาจารย์เห็นว่าพรรคใด เป็นภัยต่อระบอบประชาธิปไตย ครับ กราบขอบพระคุณ ส.บางม่วง คำตอบ เรียน ส.บางม่วง ถ้าถามเพียงเท่านี้ คำตอบก็ต้องบอกว่า พรรค ข.สิ ที่จะเป็นภัยต่อระบอบประชาธิปไตยอย่างยิ่ง เหมือนถามว่า พระองค์หนึ่งซึ่งกำลังอยากจะเป็นเจ้าอาวาส เช้าขึ้นก็ออกบิณฑบาตรทุกเช้า แล้วมีชาวบ้านคนหนึ่งคอยเอาก้อนดินปาขับไล่ แถมยังชักชวนชาวบ้านให้ต่อต้านไม่ให้มีการเลือกเจ้าอาวาส แล้วถามว่าใครควรถูกประนาม คำตอบก็ต้องเป็นของธรรมดาที่จะต้องบอกว่าชาวบ้านคนนั้นแหละที่ควรต้องถูกประนาม แต่ถ้าไปถามชาวบ้านคนนั้นสักหน่อยว่าทำไมถึงทำอย่างนั้น และได้รับคำตอบว่า ก็พระองค์นั้นน่ะพอบิณฑบาตรเสร็จก็เอาของที่ได้มาไปขายต่อ ของอะไรดีมีค่าในวัด ก็แอบเอาออกไปขาย [...]
Posted in Thai Politics | 9 Comments »
Wednesday, June 28th, 2006
เพิ่งอ่านบทความในประชาไท เกี่ยวกับ “ฮีโร่ในดวงใจ” สามคนของผู้เขียน เลยขอแปะมาให้อ่านโดยทั่วกัน สำหรับคำถามที่ตั้งในบทความว่า ‘สังคมไทยล้าหลังกว่ากาล’ หรือไม่นั้น เมื่อดูสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้แล้ว ส่วนตัวคงต้องตอบว่า “มาก” อย่างไม่มีข้อสงสัย เมื่อไหร่หนอ ที่เราจะเลิกบูชาคนดีแบบกราบไหว้เหมือนพระพุืทธรูป แล้วหันมาบูชาคนดีด้วยการทำดีอย่างเขา บ้าง? ปรีดี-กุหลาบ-พุทธทาสภิกขุ : สามัญชนที่หล่นหายในการตัดต่อความทรงจำ วันที่ 24 มิถุนายน 2549 สถาบันปรีดี พนมยงค์ จัดงานปาฐกถาปรีดี พนมยงค์ ขึ้นพร้อมมีการอภิปรายหัวข้อ ‘ปรีดี พนมยงค์ กุหลาบ สายประดิษฐ์ พุทธทาสภิกขุ บุคคลสำคัญของโลก’ ซึ่งผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย สุชาติ สวัสดิ์ศรี ชมัยภร แสงกระจ่าง สันติสุข โสภณศิริ พระดุษฎี เมธังกุโร ดำเนินรายการโดย ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นพูด นอกจากการยกย่องในความยิ่งใหญ่แห่งความเป็นสามัญชนและการอภิปรายถึงลักษณะร่วมกันของบุคคลซึ่งเกิดร่วมยุคสมัยแล้ว สิ่งหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ การหล่นหายไปของแนวคิด และตัวตนของคนสามัญ 3 คน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปรีดี [...]
Posted in Thai Culture, Thai Politics | 1 Comment »
Sunday, June 25th, 2006
(หากท่านใดไม่เคยอ่านบทความชุดนี้ ขอเชิญอ่าน ตอนที่ 1 ตอนที่ 2 ตอนที่ 3 ตอนที่ 4 และ ตอนที่ 5 ก่อน) ทิมพู: ชีวิตไม่รีบร้อนของคนเมืองภูฏาน คิวรถติดยาวเป็นกิโล รอช่วงพัก ของช่างทำถนน แม้ว่าภูฏานจะยังไม่มีรถมากถึงขนาดติดเป็นตังเมทุกวัน ชาวกรุงเทพฯ ที่หวังว่าจะได้ “ซิ่ง” รับลมชมวิวแบบเต็มสปีดในภูฏานอาจต้องพกความผิดหวังกลับบ้าน เพราะนอกจากถนนหนทางส่วนใหญ่จะคดเคี้ยวอันตรายจนต้องขับไม่เกิน 50-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้ว บางครั้งรัฐบาลภูฏานยังประกาศปิดถนนบางช่วง 3-5 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อขยายเลนหรือซ่อมแซมผิวถนนที่เจอทั้งแดด ลม ฝน หิมะ ตลอดจนรถสิบล้อที่วิ่งส่งสินค้าระหว่างเมืองอย่างไม่หยุดหย่อน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการเครื่องอุปโภคบริโภคของคนเมือง ที่ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ ตามอัตราความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 7-8 เปอร์เซ็นต์ต่อปี สินค้าอุปโภคบริโภคส่วนใหญ่บรรทุกรถสิบล้อมาจากอินเดียทางชายแดนตอนใต้ ของที่แพงหน่อยนำเข้าจากเมืองไทยโดยเครื่องบินของสายการบิน ดรุ๊กแอร์ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ขนมขบเคี้ยว เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน ฯลฯ แม้กระทั่งวีซีดีและดีวีดีเถื่อนตอนนี้ก็เริ่มมีให้เห็นแล้วในทิมพู เมืองหลวงของภูฏาน ขายทั้งหนังเทศและหนังไทย ร้านขายดีวีดีเถื่อน เมืองทิมพู [...]
Posted in Travel | 42 Comments »
Wednesday, June 21st, 2006
“ภูฏาน อารยธรรมแห่งสุดท้าย” หนังสือของผู้เขียนที่รวบรวมบทความที่เคยลงบล็อกนี้ไปแล้วหกตอน (ตอนที่ 1 ตอนที่ 2 ตอนที่ 3 ตอนที่ 4 ตอนที่ 5 และ ตอนที่ 6) บวกเนื้อหาเพิ่มเติม และอีกสี่ตอนใหม่ พร้อมภาพประกอบสี่ีสีสวยงาม 16 หน้าเต็ม วางแผงแล้วนะคะ จัดพิมพ์โดยโอเพ่นบุ๊คเจ้าเก่า ราคา 190 บาท สามารถ สั่งซื้อออนไลน์ได้ที่นี่ บุมทัง: เสน่ห์ของชนบทภูฏาน “…พอรถผ่านโค้งหน้า จะมีที่เหมาะสำหรับการยิงกระต่ายและเก็บดอกไม้อีกจุดแล้วนะครับ ท่านใดที่อยากแวะกรุณาเตรียมตัวให้พร้อม” เสียงเพม่าดังทำลายความเงียบที่ปกคลุมรถเรามากว่าสองชั่วโมงแล้ว ทุกคนถ้าไม่กำลังดื่มด่ำกับวิวสองข้างทาง ก็หลับเอาแรง หรือไม่ก็ต่อสู้กับอาการเมารถตู้ที่วิ่งโคลงเคลงและตีวงเลี้ยวแทบทุกสิบวินาที “ยิงกระต่าย” และ “เก็บดอกไม้” เป็นโค้ดสุภาพของเพม่าที่มีความหมายเดียวกันกับ “ไปทุ่ง” ในภาษาไทย คำแรกใช้สำหรับผู้ชาย คำที่สองสำหรับผู้หญิง แต่ถึงแม้จะเป็นแค่โค้ด ดอกไม้ป่าอันแสนสวยของภูฏานทำให้พวกเราหลายคนอดไม่ได้ที่จะเก็บดอกไม้จริงๆ ติดไม้ติดมือขึ้นรถมาแทบทุกครั้งหลังเสร็จกิจ ต้นศรีตรังบนหลังคาบ้าน แม้จะรู้สึกผิดที่ทำลายธรรมชาติอันงดงาม แต่ด้วยตัณหาของนักท่องเที่ยวที่ไม่แน่ใจว่าจะมีโอกาสกลับมาเยือนภูฏานอีกเมื่อไหร่ ก็อดอยากจะนำเศษเสี้ยวของธรรมชาตินั้นติดตัวมากับเราด้วยไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อเพม่าบอกว่า ดอกไม้ป่าหลายชนิดที่เราเห็นนั้นเป็นพันธุ์หายาก เช่น [...]
Posted in Travel | 20 Comments »
Tuesday, June 13th, 2006
“ภูฏาน อารยธรรมแห่งสุดท้าย” หนังสือของผู้เขียนที่รวบรวมบทความที่เคยลงบล็อกนี้ไปแล้วหกตอน (ตอนที่ 1 ตอนที่ 2 ตอนที่ 3 ตอนที่ 4 ตอนที่ 5 และ ตอนที่ 6) บวกเนื้อหาเพิ่มเติม และอีกสี่ตอนใหม่ พร้อมภาพประกอบสี่ีสีสวยงาม 16 หน้าเต็ม วางแผงแล้วนะคะ จัดพิมพ์โดยโอเพ่นบุ๊คเจ้าเก่า ราคา 190 บาท สามารถ สั่งซื้อออนไลน์ได้ที่นี่ ความย้อนแย้งที่ไม่ขัดแย้ง : พุทธและไสยในชีวิตประจำวัน เสียงระฆังภาวนาหมุนบนแกนไม้ดังครืดคราดๆ และแสงแวววาวของร่มกาสาวพัสตร์สีทองที่ประดับยอดหลังคา เป็นสัญญาณบอกว่าเราได้มาถึงวัดอีกแห่งแล้ว ดูวัดมากๆ เข้าก็ชักเกิดอาการ “เบลอ” จำผิดจำถูก สงสัยสมองจะถูกฤทธิ์เหล้าขาวภูฏานที่เรียกว่า อะรา เล่นงานให้ฟั่นเฟือน แต่เจ้าอะรานี่ก็อร่อยไม่ใช่เล่น ทำจากข้าวสาลีหมัก ตอกไข่ใส่ก่อนกิน ทั้งฉุนทั้งคาวแต่รสชาติออกหวานอมเปรี้ยว ไกด์ชอบคะยั้นคะยอให้เราดื่ม บอกว่ามาภูฏานต้องปาร์ตี้ ถ้าไม่ปาร์ตี้ก็ยังไม่รู้จักภูฏานจริง หยุดคิดเรื่องเหล้าได้แล้ว จิตใต้สำนึกเตือน นี่เขตวัดนะ สำรวมตัวหน่อย ดูซิ ขนาดพระตัวน้อยๆ ยังมีวินัย [...]
Posted in Buddhism, Travel | 27 Comments »
Monday, June 12th, 2006
Since Thailand has been, and will be, a surreal ‘island of calm’ until the celebrations of His Majesty’s 60 years on the throne are well and truly over (around June 15), I think this might be a good time to recommend a few good papers to non-Thai readers (or even Thais who are hardcore readers [...]
Posted in Thai Culture, Thai Politics | 8 Comments »
Saturday, June 10th, 2006
เห็นคลื่นมหาชนเรือนแสนที่ร่วมใจกันใส่เสื้อเหลือง ไปร่วมถวายพระพรหน้าลานพระบรมรูปทรงม้าเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยเฉพาะคนเฒ่าคนแก่ที่รอนแรมมาจากต่างจังหวัดเพื่อมาจับจองที่ตั้งแต่หัวค่ำ ก็รู้สึกตื้นตันใจจนจุกคอขึ้นมา แต่พอความตื้นตันผ่านพ้นไป ความกังวลใจก็เข้ามาแทนที่ เมื่อไหร่หนอ ที่คนไทยทั้งมวลจะสามารถร่วมใจกันสร้าง “การเมืองภาคประชาชน” ที่แข็งแกร่งพอที่จะต่อกรกับรัฐบาลอำนาจนิยมได้ โดยไม่ต้องหวนคืนไปใช้วิธีสิ้นคิดแบบ “รวมตัวไปขอ” ให้ระคายเบื้องพระยุคลบาท ทุกครั้งที่บ้านเมืองเกิดวิกฤติ และเมื่อไหร่หนอ คนไทยบางคนจึงจะเลิกตีความพระราชดำรัสแบบผิดๆ ถูกๆ เสียที อย่างเช่นล่าสุด ตอนหนึ่งของพระราชดำรัส ว่า “…จิตใจที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาดีและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทุกคนทุกฝ่าย ทำให้ข้าพเจ้าเห็นแล้วมีกำลังใจมากขึ้น นึกถึงคุณธรรมซึ่งเป็นที่ตั้งของความรักความสามัคคีที่ทำให้คนไทยเราสามารถร่วมมือร่วมใจกันและรักษาและพัฒนาชาติบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อกันไป…” ในหลวงตรัสสอนชัดเจนว่า คุณธรรมเป็นที่ตั้งของความรักความสามัคคี
Posted in Musings, Thai Culture | 4 Comments »
Saturday, June 10th, 2006
นอกจาก indie rock (ซึ่งถ้าแปลเป็นไทย ก็อาจเรียกว่า “เพลงร็อคแบบแนวๆ” ละมัง) หนึ่งในประเภทของเพลงที่ผู้เขียนชอบฟังมากที่สุดคือ folk-country และ folk-rock ซึ่งเปรียบเสมือน “แนวเพลงเพื่อชีวิต” ของฝรั่ง เลือก 15 เพลงแนวนี้ที่ชอบมากๆ มาฝาก คลิ้กข้างล่างเพื่อฟังทั้งหมด หรือเพลงใดเพลงหนึ่งก็ได้ บางเพลงในนี้อาจเข้าข่าย alt-country (ย่อมาจาก alternative-country) ด้วยซ้ำ เพราะไม่ใช่สไตล์เพลงร็อคแบบ “กระแสหลัก” เท่าไหร่ รู้สึกว่า folk-country กับ folk-rock เหมือนกันตรงเนื้อหาของเพลง ที่สืบทอดงานเพลงแบบ folk และ country ดั้งเดิม คือเน้นการเล่าเรื่องราวของชีวิตคนธรรมดา ด้วยภาษาและลีลาของกวี ต่างกันแค่แนวดนตรีที่ใช้ประกอบเนื้อเรื่องเท่านั้น แต่ถึงจะมีคำว่า country อยู่ เพลง folk-country สมัยนี้หลายเพลงก็มีเพียงกลิ่นอายของ country แบบดั้งเดิม (ยุค John Denver) เหลืออยู่เท่านั้น (เลยจั่วหัวบล็อกตอนนี้ว่า “สมัยใหม่”) [...]
Posted in Music | 7 Comments »
Friday, June 9th, 2006
ช่วงนี้การเมืองยังไม่แน่ว่าจะออกหัวออกก้อย โพสต์เรื่องสนุกๆ ไปพลางๆ ก่อนดีกว่า เรื่องนี้เก็บตกมาจากกระทู้พันทิป ตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2 โดยคุณ ภูภู่ภู้ภู๊ภู๋ ฮาดี เลยเอามาฝากกัน แถมได้ความรู้ด้วยว่า การ์ตูนญี่ปุ่นมีความซับซ้อนหลากหลายขนาดไหน หลังๆ มานี้มีเพื่อนแนะนำการ์ตูนเจ๋งๆ ให้อ่านมากมาย ไม่ว่าจะเป็น 20th Century Boys, Silent Service (ยุทธการใ้ต้สมุทร), ฯลฯ เป็นที่ตื่นตาตื่นใจสำหรับ “นักเรียนนอก” (แก่) อย่างเราที่ห่างหายการ์ตูนญี่ปุ่นไปนาน เชื่อว่าท่านผู้อ่านบล็อกนี้ส่วนใหญ่คงคุ้นเคยกับเรื่องเหล่านี้แล้ว ไว้โอกาสเหมาะจะเล่าเรื่อง “การ์ตูนผู้ใหญ่” ของฝรั่งที่ตัวเองชอบมาฝากกันบ้าง เมื่อไหร่หนอ “ผู้ใหญ่” ทั้งหลายจะเลิกมองว่าการ์ตูนเป็น “เรื่องของเด็ก” เสียที…. เชื้อไวรัสจากการ์ตูน ตอนที่ 1 สวัสดีครับ…วันนี้ผมมาแนะนำแนวคิดทางทฤษฎีที่ว่าคนเรานั้นสามารถติดเชื้อไวรัสจากการอ่านการ์ตูนได้ด้วย หลายๆ ท่านคงไม่รู้ แต่หลายๆ ท่านก็คงจะร้อง “อ๋อ” ไปแล้ว จากภาพ ผมขอแบ่งออกเป็น 14 สายพันธุ์ ( [...]
Posted in Book & Comics, Cool Stuff | 37 Comments »
Tuesday, June 6th, 2006
(ขอใช้พื้นที่นี้ประชาสัมพันธ์ให้ siamvolunteer.com หน่อยนะคะ มูลนิธิกระจกเงากำลังต้องการอาสาสมัครอย่างยิ่ง ) เมื่อภัยพิบัติเกิดขึ้น สิ่งที่เราเห็นคือการบริจาค น้ำใจของผู้คนที่เข้าสู่พื้นที่ ความจริงมันก็เป็นภาพที่สวยงาม แต่ใครจะรู้ว่า ขบวนรถมากมายที่วิ่งเข้าวิ่งออกนั้น ทำให้บ้านเรือนที่พังพินาศ และโคลนที่ถล่มจมบ้านของชาวบ้านยังคงเหมือนเดิม นึกถึงภาพคนแก่ที่อาศัยอยู่ลำพังในชนบท ต้องนอนอยู่ที่วัดเพราะไม่สามารถแหวกซากต้นไม้ ขี้โคลนที่อยู่เต็มบ้าน ตู้เตียงที่นอนคว่ำ ไม่มีแม้แต่อุปกรณ์ จอบ เสียม ที่จะไปขุดลากเอาเศษซากเหล่านั้นออกจากบ้าน ภาพของคนหนุ่มสาวที่เป็นตัวแทนอาสาสมัครเข้าไปยืนหัวแถว โดยมีชาวบ้านเดินเข้าแถวรับถุงบริจาคคนละถุงสองถุง แถมคนท้าย ๆ อาจไม่ได้เพราะของมีไม่พอ แล้วก็เอาของที่ได้มาซ้ำ ๆ พวกนั้นไปไว้ตามมุมวัด(ที่นอนชั่วคราว) ผู้บริจาคมีสภาพเป็นผู้ให้ คนรับบริจาคเป็นผู้รับที่อ่อนแอ แล้วชาวบ้านก็ต้องกลับมานั่งคิดอยู่อย่างโดดเดี่ยวว่าจะทำยังไงกับบ้านที่ถูกน้ำกวาดไปตั้งแต่หลังคาบ้าน จนพื้นบ้าน (ไม่เหลืออะไรเลย) หรือบางคนเสาหัก บ้านเอียงเกือบจะเป็นหอคอยเมืองปิซ่า ไร่นา สวนผลไม้ที่ปลูกไว้ กะว่า อีก 3-4 ปีจะเก็บเกี่ยวเอาประโยชน์ ตอนนี้มีแต่โคลน และหนี้สินที่ท่วมตัว เพื่อน ๆ ครับ… อย่ามัวแต่นั่งดูทีวีโศกเศร้ากับความสูญเสียของคนอื่นอยู่เลย หยุดคิดเรื่องจะส่งปลากระป๋อง กับ จัดหาถุงยังชีพ สักนิด แล้วลองเปิดปฏิทินของตนเองว่า พอจะมีเวลาสัก 2-3 [...]
Posted in Musings | 1 Comment »