Archive for March, 2006

กลโกงเลือกตั้ง / ใช้ปากกากรอกบัตรเลือกตั้ง อย่าใช้ตรายาง!

Friday, March 31st, 2006

น้องที่ทำงานเก่า forward รูปข้างซ้ายนี้มาให้ (คลิ้กที่รูปเพื่อขยาย หรือดาวน์โหลดเป็น แบบ PDF ที่ง่ายต่อการปริ้นท์ [PDF 1.7MB, 4 หน้า] – ขอบคุณคุณ Thomas W. ที่ส่งมาให้) อธิบายวิธีโกงเลือกตั้งสมัยใหม่ที่ใช้สารเคมี “เปลี่ยน” กากบาทบนบัตรให้เป็นช่องอื่นที่เราไม่ได้เลือก อย่างแนบเนียนไม่มีทางจับได้ แม้ไม่แน่ใจว่านักการเมืองขี้โกงจะทำขนาดนี้เลยหรือ แต่ก็มั่นใจว่าเขาทำได้ และดูเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นที่สุด ว่าทำไมการเลือกตั้งครั้งนี้ถึงมีการเปลี่ยนวิธีลงคะแนนจากปากกามาเป็นตรายาง ไม่มีประเทศไหนในโลกเขาทำแบบนี้ ถ้า กกต. อยากช่วยให้มีการโกงน้อยลง ก็ควรใช้วิธีอื่นที่โกงยากขึ้น เช่น ใช้บัตรเจาะรู ไม่ใช่ไปเลือกวิธีที่จะช่วยให้นักการเมืองโกงเลือกตั้งง่ายกว่าเดิม (แต่จะว่าไป ใช้บัตรเจาะรูก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก เพราะหนึ่งในวิธีโกงเลือกตั้งที่แพร่หลายที่สุดคือ ซื้อตัวกรรมการประจำหน่วยลงคะแนน ให้พวกนั้นกาบัตรเลือกตั้งที่ตั้งใจพิมพ์มาเกินจำนวนผู้มีสิทธิ ถ้าใช้ปากกากากบาทเหมือนเดิม กากบาทบนบัตรเลือกตั้งที่กรรมการกาจะเป็นรอยเรียบๆ กาเร็วๆ กาไม่เต็มช่อง ลายมือเหมือนกันเป็นร้อยๆ ใบ แตกต่างจากบัตรที่ประชาชนกา ซึ่งส่วนใหญ่จะมีรอยขรุขระ (เพราะพื้นโต๊ะ) และเห็นชัดว่าตั้งใจกามากๆ ถ้าเปลี่ยนไปใช้บัตรเจาะรู เราอาจมองไม่เห็นข้อแตกต่างระหว่างบัตรโกงกับบัตรจริงอีกต่อไป) แต่ก็อย่างว่า จะไปหวังอะไรมากกับกกต. ชุดนี้ ที่มีคนเห็นกรรมการไปกินข้าวกับพรรครัฐบาลเป็นกิจวัตร และเป็นชุดเดียวกับที่ให้ใบแดงในการเลือกตั้งเมื่อปี [...]

ทางตันของระบอบเลือกตั้ง

Friday, March 31st, 2006

โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์ จากคอลัมน์กระแสทัศน์ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2549 “เราไม่ได้พบทางตันเพราะประชาธิปไตย แต่เราพบทางตันเพราะเราไม่เป็นประชาธิปไตยต่างหาก เรายังติดอยู่แค่ระบอบเลือกตั้ง ซึ่งบัดนี้นำสังคมของเราไปสู่ทางตันแล้ว” จุดยืนของพรรคไทยรักไทยซึ่งใช้เป็นธงของการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้คือประชาธิปไตย ฟังดูตลกและไร้ความจริงใจอย่างน่าเศร้า (แก่ประเทศไทยนะครับ) ก็พรรคที่ไม่เคยสนับสนุนประชาชนระดับรากหญ้าให้มีส่วนร่วมทางการเมืองเลย ไม่ว่าจะในลักษณะเขียนกฎหมายเอง หรือลักษณะประท้วง (อันเป็นการสื่อสารทางสังคมอย่างเดียวที่ชาวบ้านมีในมือ) เป็นพรรคการเมืองที่ไม่เคยสะท้อนความต้องการและความคิดของประชาชน เพราะพรรคคิดให้เองหมด เป็นพรรคที่นั่งเป็นประธานการฆ่าตัดตอนกว่า 2,000 ศพ, การสังหารหมู่ที่กรือเซะ, สะบ้าย้อย และตากใบ รวมทั้งการอุ้มฆ่าอีกเป็นร้อยศพทั่วประเทศ เป็นพรรคที่มัดเศรษฐกิจและอนาคตของชาติไว้กับตลาดและทุนของมหาอำนาจอย่างไม่มีทางดิ้นหลุด โดยไม่เคยถามประชาชนสักคำเดียว และเป็นพรรคที่เปิดให้ทุนทั้งภายในและต่างประเทศรุกเข้ามาแย่งชิงทรัพยากรจากมือประชาชนอย่างไม่อั้น นับตั้งแต่ความหลากหลายทางชีวภาพไปจนถึงคลื่นโทรคมนาคมทุกประเภท พรรณนาความเป็นปฏิปักษ์กับประชาธิปไตยของพรรค ทรท. ไปสามวันสามคืนก็ไม่หมด แต่ด้วยจังหวะอันพิลึกพิลั่นทางการเมืองในช่วงนี้ พรรคนี้แหละครับที่เลือกประชาธิปไตยเป็นจุดยืนสำหรับการหาเสียงเลือกตั้ง

ตกลงผู้ชุมนุมต่อต้านนายกฯ มีกี่คนกันแน่? (3)

Thursday, March 30th, 2006

ผ่านพ้นไปอีกครั้งสำหรับการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่จัดบริเวณหน้าห้างสยาม พารากอน เมื่อเย็นวันที่ 29 มีนาคม 2549 เพราะผู้เขียนไปร่วมชุมนุม และตอนนี้ใช้ Google Earth ค่อนข้างคล่องแล้ว เลยพยายามประเมินตัวเลขผู้ชุมนุม แบบ “วิทยาศาสตร์” มาฝากกันเช่นเคย (อ่านผลการประเมินตัวเลขผู้ชุมนุม ครั้งแรก และครั้งที่สอง ได้ที่นี่) สำหรับการชุมนุมครั้งนี้ ตัวเลขที่พันธมิตรฯ อ้าง และที่สื่อต่างๆ ประเมิน ยังแตกต่างกันมากเช่นเคย แม้จะรู้ว่าบางฝ่ายต้องการอ้างตัวเลขแบบ “เว่อร์ๆ” เข้าไว้ เพื่อปลุกใจคน ในขณะที่บางฝ่ายต้องการ “กด” ตัวเลขให้ต่ำ เพื่อโน้มน้าวให้คนเชื่อว่าประชาชนที่ไปร่วมชุมนุมน้อยลงเรื่อยๆ ก็อดรำคาญไม่ได้ เพราะตัวเลขมันต่างกันมากจริงๆ เช่น ไทยโพสต์ลงว่าคนเป็นแสน กรุงเทพธุรกิจบอกว่าห้าหมื่น ในขณะที่สุวิทย์ วัดหนู ประกาศบนเวทีพันธมิตรฯ ตอนใกล้ๆ 2 ทุ่ม ว่าหางแถวตอนนี้อยู่ชิดลมแล้ว คนทั้งหมดประมาณสามแสน เว่อร์ซะไม่มี รู้สึกโล่งใจที่พันธมิตรฯ ประกาศหยุดการชุมนุมหน้าห้างสยาม พารากอน วิถีชีวิตของคนแถวนั้นจะได้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ววัน เพราะถ้ามองว่า หนึ่งในเป้าหมายของการชุมนุมที่นี่คือ ชักชวนให้ [...]

อารยะขัดขืน: ทางออกสุดท้ายของประชาชน?

Tuesday, March 28th, 2006

พรุ่งนี้ผู้เขียนจะไปร่วมชุมนุมที่หน้าห้างสยาม พารากอนกับเขาด้วย แม้ว่าจะเห็นใจคนที่ทำงาน และเรียนหนังสือแถวนั้น ก็เข้าใจกลุ่มพันธมิตรฯ เหมือนกันว่าจะต้องหาวิธีเพิ่มแรงกดดันต่อตัวนายกฯ โดยไม่ออกนอกหลักการ “อารยะขัดขืน” และหาพื้นที่ใหม่ๆ ในการเปิดเวที “แฉ” นายกฯ เพราะทีวีทุกช่อง ยกเว้น ASTV และ Nation Channel ยังไม่ยอมถ่ายทอดให้คนทางบ้านเห็นว่า บรรดานักวิชาการ อดีตรัฐมนตรี อดีตทูต นักการเมือง แพทย์ NGO ตัวแทนชาวบ้าน นักคิด กวี และอีกหลายสิบอาชีพที่ขึ้นเวทีปราศรัยนั้น เขาพูดอะไรกันบ้าง ใครที่ไม่อยากไปร่วมชุมนุม พยายามหลีกเลี่ยงการใช้รถใช้ถนนไป 2-3 วันนะ เพราะท่าทางรถจะติดครึ่งค่อนเมืองทีเดียว การชุมนุมครั้งนี้มีแนวโน้มจะเป็นพฤติกรรม “อารยะขัดขืน” ขนานแท้ เพราะจะทำให้หลายๆ คนรู้สึกเดือดร้อน ถึงขนาดอาจมีการแจ้งจับแกนนำและผู้ร่วมชุมนุมด้วย (ในข้อหาละเมิดกฎจราจร และก่อความไม่สงบละมัง) ใครที่อยากบ่นว่ารำคาญการชุมนุมเพราะทำให้รถติด ขอแนะนำให้อ่าน บทความของคุณ bact’ แล้วคุณอาจเปลี่ยนใจ (หรืออย่างน้อยก็เข้าใจผู้ชุมนุมมากขึ้น) ตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าจะไม่มี “มือที่สาม” เข้ามาก่อความวุ่นวาย และหวังว่าสนธิและจำลอง แกนนำหลักสองคน จะไม่ [...]

อันตรายของมายาคติ “ความขัดแย้งระหว่างชนชั้น”

Monday, March 27th, 2006

(ดัดแปลงชื่อบทความนี้จากวาทะของ Edward Said ด้วยความเคารพนับถือ) ตอนนี้มีนักวิชาการ นักคิด และผู้สังเกตการณ์มากมายนับไม่ถ้วน รวมทั้งสื่อต่างๆ มองว่าความขัดแย้งระหว่างกลุ่มผู้ต่อต้านนายกฯ ทักษิณ และกลุ่มผู้สนับสนุน (ซึ่งถูกอุปโลกน์ให้เป็น “ม็อบกู้ชาติ” และ “ม็อบจตุจักร” ไปแล้ว เนื่องจากฝ่ายหนึ่งประกาศกู้ชาติอยู่หน้าทำเนียบรัฐบาล ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งประกาศปักหลักสนับสนุนนายกฯ อยู่ที่สวนจตุจักร ทั้งๆ ที่ลักษณะสงบสันติของทั้งสองฝ่ายนั้น คือลักษณะของ “ผู้ชุมนุม” หรือ “ผู้ประท้วง” (protesters) มากกว่า ไม่ใช่ “ม็อบ”) นั้น ลึกๆ แล้วเป็นความขัดแย้งระหว่างชนชั้นกลาง กับชนชั้นล่างผู้ยากไร้ และความขัดแย้งระหว่างชนชั้นนี้เป็น “บทพิสูจน์” อีกหนึ่งบท ว่าทฤษฎี “สองนคราประชาธิปไตย” (คนชนบทเลือกรัฐบาล คนเมืองล้มรัฐบาล) เป็น “ความจริง” ของสังคมการเมืองไทย ในฐานะสมาชิกชนชั้นกลางคนหนึ่งที่มีโอกาสพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ร่วมชุมนุมเรียกร้องให้นายกฯ ลาออก มาไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง และทำงานในวงการที่มีผลประโยชน์ไปในทางเดียวกับนายกฯ คนนี้ที่สุด (คือได้ประโยชน์จากการอยู่ในอำนาจของทักษิณ) คือธุรกิจหลักทรัพย์ ผู้เขียนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับความคิดแบบ “เหมาโหล” อย่างนี้ ไม่ใช่เพราะคิดว่าทฤษฎีนี้ไม่จริง [...]

MV ไอ้หน้าเหลี่ยม โดย ผู้จัดกวน

Sunday, March 26th, 2006

เพิ่งเซฟ music video สุดฮาเรื่องใหม่เอี่ยมของผู้จัดกวน เป็นลำตัดเรื่อง “ไอ้หน้าเหลี่ยม” เสร็จ เลย upload มาไว้ในบล็อกนี้ เพื่อเผื่อแผ่เสียงหัวเราะ (หรือร้องไห้ แล้วแต่กรณี) พร้อมทั้งเชิญชวนให้ทุกท่าน burn CD หรือส่งเป็นอีเมล์ต่อให้คนรู้จัก แม้ว่าผู้เขียนจะไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาในเพลงนี้ทั้งหมด หรือคิดว่ามันเป็นจริงทั้งหมด เพลงนี้สรุปประเด็นสำคัญๆ ที่ทำให้คนออกมาต่อต้านนายกฯ ได้เยี่ยมมาก ดีจนสามารถใช้เป็น “จุดเริ่มต้น” ในการสนทนาเรื่องนายกฯ ได้เลย โดยเฉพาะสำหรับคนที่อาจจะยังไม่รู้ข้อมูล (เพราะมัวแต่่ไปขุดคุ้ยและตีแผ่ประวัติของแกนนำพันธมิตร 5 คนอยู่) หรือลืมไปว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานั้น “ข้อครหา” ที่สังคมตั้งต่อทักษิณ ชินวัตร (ซึ่งส่วนใหญ่รัฐบาลไม่เคยตอบ) นั้น มีอะไรบ้าง “กฏหมายถ้ามันมีช่องโหว่ มันก็เอาหัวโผล่ออกไปทำการค้า พอเรื่องปูดมันก็จ้างทนาย แต่มันลืมมอบหมายให้พูดเรื่องจรรยา” …ชอบท่อนนี้จริงๆ เลย คลิ้กที่ลิ้งก์ข้างล่างนี้เพื่อดาวน์โหลดได้เลย ถ้าคุณยังชอบทักษิณอยู่ ด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ พยายามเปิดใจให้กว้างขณะรับชม MV นี้ แยก “เนื้อ” ออกจาก “น้ำ” [...]

ตกลงผู้ชุมนุมต่อต้านนายกฯ มีกี่คนกันแน่? (2)

Sunday, March 26th, 2006

เนื่องจากสื่อต่างๆ ยังรายงานตัวเลขผู้ชุมนุมต่อต้านนายกฯ ต่างกันราวฟ้าดิน (ไม่ต้องพูดถึงสนธิ ลิ้มทองกุล และแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยคนอื่นๆ ที่พูดตัวเลขผู้ชุมนุมทีไร ต้องเอาสามหรือสี่หารทุกที) เลยต้องสวมวิญญาณนักข่าวอิสระ และแฟนพันธุ์แท้ของ Google Earth ประเมินตัวเลขผู้ชุมนุมต่อไป ถือว่าบทความนี้เป็นตอนต่อจาก บทความแรก ก็แล้วกัน สรุปตัวเลขผู้ชุมนุมต่อต้านนายกฯ ระหว่างวันที่ 21 – 26 มีนาคม 2549: หน้าห้าง ดิ เอ็มโพเรี่ยม ระหว่างเวลา 13:00 – 14:00 น. วันที่ 26 มีนาคม: ประมาณ 9,800 คน (ถ้าแกนนำไม่ประกาศสลายการชุมนุมตรงหน้าเซ็นทรัล เวิร์ลด์ ด้วยเหตุผลอะไรไม่ทราบ คนน่าจะมากกว่านี้เยอะ เพราะขบวนที่เดินมาจากสนามศุภฯ ก็อย่างต่ำ 15,000 คนแล้ว) สะพานมัฆวาฬ วันที่ 25 มีนาคม: ประมาณ 96,200 คน (ณ เวลา 21:00 [...]

เปิดใจคนทำงานใน war room ของทรท.

Friday, March 24th, 2006

มีเพื่อน forward มาให้ น่าสนใจดี นัยว่าเป็นหนึ่งในกระทู้เว็บพันทิป (pantip.com) ที่ถูกลบเร็วที่สุด เป็นบทสัมภาษณ์หนึ่งในผู้ที่ทำงานเป็น “กองเชลียร์” รัฐบาล เคยมีคนเล่าให้ฟังว่าพวกนี้ทั้งหมดมีหลายร้อยคน ทำหน้าที่ส่ง SMS ไปยังทีวีช่องต่างๆ โทรฯ เข้าไปชมรัฐบาลตามวิทยุคลื่นต่างๆ และโพสต์ชมรัฐบาลในเว็บดังต่างๆ แ่น่นอน คนที่ชื่นชอบนายกฯ จริงๆ ไม่มีใครจ้างมานั้นมีอยู่เยอะ แต่ถ้าใครเคยสงสัยว่า ทำไมหลายๆ คนที่โพสต์เชียร์ จึงใช้ข้อความคล้ายกันเหลือเกิน บทสัมภาษณ์นี้อาจเป็นคำตอบหนึ่ง แต่ก็อย่างว่า เห็นข้อความต่อต้านนายกฯ หลายโพสต์ก็มีสไตล์คล้ายกันเหมือนกัน ไม่แน่ อาจเป็นกองเชลียร์ตรงข้ามของสนธิหรือจำลองก็ไ้ด้ จริงๆ แล้ว การจะเช็คว่า “กองเชลียร์รับจ้าง” แบบนี้มีจริงหรือไม่ในอินเตอร์เน็ต ทำได้ไม่ยาก เพียงแค่เว็บมาสเตอร์ยอมโพสต์ IP address ของคนโพสต์ทุกคน เพื่อแสดงให้เห็นว่าแต่ละคนที่โพสต์นั้นเป็นคนๆ เดียวกันหรือไม่ เพราะ server ต่างๆ ปกติบันทึก IP address ไว้ในเครื่องอยู่แล้ว เปิดใจ 1 ใน “วอร์รูมเชลียร์” ถึงไม่อยากทำ [...]

เว้นวรรค | เราเป็นคนไม่ใช่ควาย | คำเตือนจากใจของชายคนหนึ่ง

Thursday, March 23rd, 2006

เว้นวรรค [MP3, 3.71MB] คำร้อง – ทำนอง ยืนยง โอภากุล (แอ๊ด คาราบาว) ๑๔ มีนาคม ๒๕๔๙ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้เพิ่มพูนผลเพื่อประชา ป้องกันมนุษย์การเมืองวันหน้า แสวงหาประโยชน์ใส่ตน หนังสือยังมีเว้นวรรค ความรักเว้นวรรคกันได้ ความชังเพิ่มขึ้นมากมาย แก้ได้ด้วยการเว้นวรรค เสียสละแล้วค่อยพิสูจน์ ความจริงคงต้องประจักษ์ ถ้าประชาชนยังรัก สักวันจะต้องกลับมา ลดทอนอุณหภูมิ ของความรุนแรง ทุกหัวระแหง เขม่งเกียวจ้องตา ผีเมืองกระซิบ ลางร้ายจะมา เลือดและน้ำตา คนไทยจะไหลโลมดิน เดือนพฤษภาทมิฬ ฉันยินเสียงปืนกึกก้อง สาดใส่พ่อแม่พี่น้อง อยู่บนสะพานผ่านฟ้า ความกลัววิ่งมาจับใจ ความตายถูกแบกหามมา บอกตัวเองว่าขออำลา หลีกเร้นจากความรุนแรง ถอยกันคนละก้าว เพื่อก้าวต่อไป ประชาธิปไตยจะได้เข้มแข็ง เพื่อแผ่นดินไทย ทำไมต้องจ่ายแพง ลดความรุนแรง สง่างามด้วยการเว้นวรรค เว้นวรรค เว้นวรรค เว้นวรรค เว้นวรรค เว้นวรรค เว้นวรรค เว้นวรรค [...]

ทักษิณช่วยคนรากหญ้าจริงหรือ? & เหตุผลในการต่อต้านของชนชั้นกลาง

Wednesday, March 22nd, 2006

เห็นคุณปริเยศ บล็อกเกอร์โปรดคนหนึ่งที่หายหน้าหายตาไปนาน โผล่มาโพสต์คอมเม้นท์ที่แสดงความคิดอันเฉียบคมเช่นเคยที่ บล็อกคุณสหายสิกขา เกี่ยวกับ “ทักษิโนมิคส์” ก็อยากเผยแพร่ให้อ่านโดยทั่วกัน “บทความ” ที่เอามาแปะนี้ตัดต่อจากคอมเม้นท์ของคุณปริเยศ โดยคัดเอาความเห็นโต้ตอบ (ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน) ของคุณสหายสิกขาออกเพื่อความต่อเนื่องของข้อมูล ต้องขออภัยคุณสหายสิกขามา ณ ที่นี้ อ่านข้อคิดของคุณปริเยศจบแล้วก็ยิ่งทำให้เชื่อว่า ตราบใดที่สมาชิกชนชั้นกลางยังไม่พยายามทำความเข้าใจ และเห็นอกเห็นใจคนจนในชนบท (เช่น มองเห็นว่าเขาไม่ได้โง่ แต่รับเงินซื้อเสียงเพราะยากจน และไปเลือกคนให้เพียงเพราะต้องการตอบแทนบุญคุณ) เพียงพอที่จะช่วย “เป็นปากเป็นเสียง” ให้พวกเขา โดยเรียกร้องและตรวจตราให้รัฐบาลดำเนินนโยบายช่วยเหลือคนจนอย่างจริงจัง มีประสิทธิผล และยั่งยืน ตลอดจนมอบอำนาจให้กับคนชนบทในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติในชุมชนของเขา ปรากฎการณ์ “คนชนบทเลือกรัฐบาล คนกรุงไล่รัฐบาล” ก็คงจะยังเป็น “ความจริงอันน่าหดหู่” ของเมืองไทยไปอีกนาน เพราะพฤติกรรมการ “ขายเสียง” ของคนชนบทนั้น ลึกๆ แล้วไม่ใช่ความผิดของพวกเขา เท่ากับเป็นความผิดของพวกเราชนชั้นกลาง ที่นิ่งดูดายต่อความเดือดร้อนของคนส่วนใหญ่ในประเทศ ปล่อยให้เขาตกอยู่ในวังวน “โง่-จน-เจ็บ” และมี “ค่า” ต่อนักการเมืองในฐานะเพียง “ฐานเสียง” ทีจะ “หว่านเงินก่อนแล้วหลอกแดกทีหลัง” (ในวลีฮิตของงิ้วธรรมศาสตร์) เท่านั้น. ทักษิณช่วยคนรากหญ้าจริงหรือ? ขอรบกวนให้หลายท่านวิสัชนาให้ผมหน่อยเถอะ ว่าทักษิณช่วยคนรากหญ้าจริงๆ [...]

“คุณทักษิณ ออกไปเถอะครับ”

Tuesday, March 21st, 2006

คุณทักษิณ ออกไปเถอะครับ แล้วอย่ากลับมาอีกเลย โดย วสิษฐ เดชกุญชร ผมก็เป็นคนหนึ่งนะครับ ที่อยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และไม่อยากเห็นคุณทักษิณกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก เหตุผลของผมไม่จำเป็นจะต้องเหมือนของคนอื่น จะมีคุณสนธิ ลิ้มทองกุล หรือไม่มี และจะมี พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หรือไม่มี ผมก็อยากให้คุณทักษิณพ้นตำแหน่ง และไม่อยากให้คุณทักษิณกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสองครั้งที่แล้ว ผมไม่ได้ลงคะแนนเสียงให้พรรคไทยรักไทยด้วยเหตุผลง่ายๆ คือผมไม่รู้จักและยังไม่เชื่อถือหัวหน้าพรรค (คือคุณทักษิณ) ที่จริงตอนที่ผมยังอยู่ในราชการตำรวจนั้น คุณทักษิณก็ยังเป็นตำรวจอยู่ นับได้ว่าเป็นเพื่อนร่วมงานกันโดยปริยาย แต่หน้าที่ของเรามิได้เกี่ยวข้องกันโดยตรง ผมจึงไม่มีโอกาสที่จะได้รู้จักคุณทักษิณจริงๆ เพราะไม่รู้จักและยังไม่เชื่อถือ เมื่อคุณจำลอง ศรีเมือง หัวหน้าพรรคพลังธรรมบอกผมว่า จะเชิญคุณทักษิณไปเป็นหัวหน้าพรรคแทนคุณจำลอง ผม (ซึ่งเป็นที่ปรึกษาพรรคพลังธรรมอยู่) จึงถามคุณจำลองว่า แน่ใจแล้วหรือ คุณจำลองบอกว่าแน่ใจ และพรรณนาสรรพคุณหลายประการของคุณทักษิณให้ผมฟัง แต่ผมก็ไม่ยังไม่ปลงใจเชื่อ พอคุณทักษิณขึ้นไปเป็นหัวหน้าพรรคพลังธรรม ผมจึงลาออกจากการเป็นที่ปรึกษาพรรค

ความไร้จริยธรรมของนายกฯ มีมานานแล้ว

Monday, March 20th, 2006

รุ่นพี่ forward จดหมายจากศิษย์เ่ก่าอัสสัมชัญฯ คนหนึ่งมาให้ คิดว่าเนื้อหาน่าจะเป็นประโยชน์ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร สมควรเป็นนายกฯ ต่อไปหรือไม่ จึงขอคัดลอกมาลงให้อ่านโดยทั่วกัน โดยสงวนชื่อนามสกุลของผู้เขียนจดหมายไว้ (ในจดหมายฉบับจริงมีการลงนาม) ในฐานะคนหนึ่งที่อยู่ในแวดวงการเงิน และรู้จักนักธุรกิจที่เคยค้าขายกับ พ.ต.ท. ทักษิณ หลายคน ขอยืนยันได้ว่าพฤติกรรมที่ศิษย์เก่าผู้นี้ำนำมา “แฉ” อย่างละเอียดนั้น ไม่ได้ทำให้ผู้เขียนแปลกใจเลยแม้แต่น้อย ต้อง “ออกตัว” ก่อนว่าผู้เขียนไม่เชื่ออย่างที่คนเขียนจดหมายพูด ว่าพวกที่สนับสนุนนายกฯ นั้นมีแต่พวกที่ “ถูกหลอก” มาเท่านั้น – จะบันทึกความเห็นของตัวเองในบล็อกนี้ ในเร็วๆ นี้ สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวอัสสัมชัญฯ และเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ท่านอื่นๆ ที่รักทุกท่าน ผมใช้เวลาพอสมควรในการตัดสินใจว่าจะเขียนจดหมายนี้ถึงทุกๆคนดีหรือไม่ ในใจคิดอยู่ 2 เรื่อง คือ 1. จดหมายที่ผมเขียนนี้จะมีประโยชน์อะไรหรือไม่ จะมีใครเชื่อที่ผมเล่าให้ฟังนี้หรือเปล่า และถึงจะเชื่อ แค่จดหมายฉบับเดียวนี้ จะมีผลกับการตัดสินใจของทุกท่านหรือไม่ในวันเลือกตั้ง 2 เม.ย 49 [...]

ความเห็นเกี่ยวกับ “ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับ ทักษิณ ชินวัตร และ ชินคอร์ป”

Saturday, March 18th, 2006

มีเพื่อนส่งลิ้งก์หนึ่งมาให้อ่าน เป็นบทความชื่อ “ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับ ทักษิณ ชินวัตร และ ชินคอร์ป” สามารถดาวน์โหลดได้จาก บล็อกชื่อ Thai For Thai หรืออ่านออนไลน์ได้จาก หน้านี้ของบล็อกสาระสนเท่ห์ บทความนี้มีเนื้อหาน่าสนใจ เพราะสะท้อนจุดยืนที่มองว่า การขายหุ้นชินของนายกฯ นั้น ไม่มีอะไรผิดกฎหมายหรือชอบมาพากล ซึ่งเป็นจุดยืนที่อยู่ตรงข้ามกับบทความที่เคยโพสต์บนบล็อกนี้ (ซึ่งตอนนี้รวมเล่มเป็นหนังสือชื่อ “25 คำถาม” แล้ว หาซื้อได้ทั่วไป) บทความทั้งสองนี้ไม่สามารถเทียบกันได้ชัดเจน เพราะเนื้อหาส่วนใหญ่เน้นกันคนละประเด็น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบทความของ Thai For Thai บางตอน มีลักษณะไม่ครบถ้วน และ “ไม่ตรงประเด็น” ในแง่ที่ไม่ได้ไขข้อข้องใจที่เป็นประเด็นหลักจริงๆ ในดีลนี้ แต่กลับไปอธิบายประเด็นรองแทน จึงอยากบันทึกความเห็นคร่าวๆ ของตัวเองไว้ตรงนี้ เพื่อส่งเสริมให้เราทุกคนคุยเรื่องนี้กันอย่าง “ตรงประเด็น” ที่สำคัญจริงๆ มากขึ้น ตัวสีดำคือข้อเขียนที่คัดมาจากบทสรุปของ Thai For Thai ตัวสีน้ำเงินคือความเห็นของตัวเอง ผู้เขียนไม่ขอกล่าวถึงประเด็นสุดท้ายเรื่อง “กรณีไทยคมกับ BOI, FTA, [...]

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ & เสรี ทัศนศิลป์ บนเวทีกู้ชาติ

Saturday, March 18th, 2006

แกะเนื้อบทกลอนการเมืองชั้นครูอีก 4 เรื่องจากเวทีปราศรัยของกลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยมาฝากกัน ดาวน์โหลดเสียงอ่านของกวีได้โดยคลิ้กลิ้งก์ข้างล่างนี้: การเมือง, ตาเหลี่ยมจัด, หายนะ – บทกวีโดย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ อ่านบนเวทีสนามหลวง วันที่ 7 มีนาคม 2549 [MP3, 5.92MB] จงออกไปนายกฯ – บทกวีโดย เสรี ทัศนศิลป์ อ่านบนเวทีสนามหลวง วันที่ 7 มีนาคม 2549 [MP3, 0.99MB] ตาเหลี่ยมจัด เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เพราะตาเหลี่ยมดักลอบได้ปลาเล็ก เถ้าแก่เส็กตั้งห้างหวังปลาใหญ่ ตาเหลี่ยมจึงเหลี่ยมรอบทิ้งลอบไซ เข้าห้างไปเจรจากากี่นั้ง ตาเหลี่ยมเริ่มยึดครองทั้งหนองน้ำ เข้าครอบงำทำบทกำหนดผัง แจกลูกอมยาหอมซ่อมรั้วพัง ให้ชาวบ้านบนฝั่งพอนั่งสบาย ตาเหลี่ยมไปปิ้งปลาอาจสามารถ เล่นบทบาทเหลี่ยมดีมีความหมาย ส่วนอีกเหลี่ยมตาเหลี่ยมเลี่ยมทองพราย จัดการขายหนองน้ำยกทำเล เซ้งสำเร็จเสร็จแก่เถ้าแก่เส็ก ทั้งปลาเล็กปลาใหญ่ไม่หันเห พวกตาเหลี่ยมเริงร่าร่วมฮาเฮ พวกรู้เล่ห์ร้องลั่นตาเหลี่ยมโกง แบ่งเป็นพวกคนละข้างสองฝั่งฟาก จนเปิดฉากทะเลาะกันลั่นเฉงโฉง ฝ่ายตาเหลี่ยมเหลี่ยมจัดหยัดยืนโรง ปล่อยหนองน้ำลำประโดงไปเป็นเดน ได้หน้าที่ตำแหน่งเข้าแจงจัด ตาเหลี่ยมกลับรวบรัดบรรทัดเถร [...]

ระวังหลุมพรางของคำว่า “เป็นกลาง…” ในยามนี้

Friday, March 17th, 2006

จากคอลัมน์ “กาแฟดำ” โดย สุทธิชัย หยุ่น นสพ. กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 17 มีนาคม 2549: คำว่า “เป็นกลาง” ในภาวะการเมืองสับสนขณะนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่มีจุดยืน, ไม่สนใจว่าความดีความเลวอยู่ตรงไหน, ไม่ตัดสินใจว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ด้วยกับฝ่ายใด เพราะนั่นไม่เรียกว่า “เป็นกลาง”…เขาเรียกว่า “เหลาะแหละ” หรือ “เอาตัวรอด” ใครเรียกร้องให้คุณ “เป็นกลาง” ในยามที่บ้านเมืองต้องการจะหาทางออกจากทางตันเช่นนี้ ต้องถามว่าเขาแปลคำว่า “เป็นกลาง” อย่างไร? เพราะถ้าเขาบอกคุณว่าไม่ว่าทั้งสองฝ่ายหรือสามฝ่ายหรือสี่ฝ่ายในการเผชิญหน้าจะมีจุดยืนอย่างไร คุณก็ไม่สนใจ และไม่ถามไถ่ให้แน่ใจว่าแต่ละฝ่ายเขามีแนวคิดและเหตุผลอย่างไร คุณก็เป็นพลเมืองที่ไม่รับผิดชอบ เพราะคุณไม่กล้าตัดสินใจ, ไม่กล้าวิเคราะห์สถานการณ์อย่างละเอียดรอบคอบ และไม่กล้าตั้งคำถามตรงๆ ไปยังผู้คนที่เกี่ยวข้อง “ความเป็นกลาง” อย่างนี้คือการยอมรับสภาพว่านี่คือความวุ่นวายสับสนที่คุณไม่ต้องการจะทำความเข้าใจ “ความเป็นกลาง” เช่นนี้คือลักษณะของคนเบื่อง่าย, ต้องการให้มีสิ่งมหัศจรรย์เหนือธรรมชาติมาแก้ไขเพื่อตัวเองจะได้ “กลับไปสู่ภาวะปกติอย่างเดิม” ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจากนี้ไป, การเมืองไทยจะ “ไม่เหมือนเดิม” อีกต่อไปแล้ว