[UPDATE 28/1] สไลด์คาสต์ (สไลด์+เสียง) ประกอบการบรรยาย “เศรษฐกิจสีเขียว” & “มูลค่าของธรรมชาติ”

สัปดาห์ที่ผ่านมาไปบรรยายสองเรื่องที่คาบเกี่ยวกัน แวะมาแปะ Slidecast (สไลด์ + ไฟล์เสียง) สำหรับท่านผู้ฟังในห้องและท่านอื่นที่อาจสนใจค่ะ

Read the rest of this entry »

Popularity: 1% [?]

หนังสือใหม่: ค่าของความว่างเปล่า (The Value of Nothing)

แวะมาโฆษณาหนังสือใหม่เล่มแรกของเจ้าของบล็อกประจำปี 2012 ค่ะ :) ชื่อ ค่าของความว่างเปล่า ราคา 200 บาท มติชนตีพิมพ์ เล่มนี้แปลจาก The Value of Nothing โดย Raj Patel ซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไปและ โดยตรงออนไลน์จากมติชน

คลิกที่รูปเพื่อขยาย

ค่าของความว่างเปล่า

trailer หนังสือ

คำนำผู้แปล

อนาคตที่ยั่งยืนจะต้องมีตลาด หากแต่เป็นตลาดที่ถูกกำกับให้อยู่ในพื้นที่ของตัวเองอย่างมั่นคง หาไม่แล้วแรงจูงใจ ความหลงใหล และทรัพยากรที่คนไม่กี่คนได้รับจากตลาดจะหักหลังสังคมและดาวเคราะห์ดวงนี้ต่อไป
- ราช ปาเทล

หลังจากศตวรรษที่ 21 เปิดฉากได้ไม่ถึงหนึ่งทศวรรษ โลกก็เผชิญกับความวุ่นวายโกลาหลครั้งใหญ่ เริ่มจากวิกฤติการเงินในอเมริกาซึ่งฉุดเศรษฐกิจโลกทั้งใบไปหายใจรวยรินอยู่ปากเหว ยังไม่นับปัญหาระดับโลกอีกมากมายที่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ออกมาเตือนว่าเข้าขั้น “วิกฤติ” แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ความหลากหลายทางชีวภาพหดหาย น้ำใต้ดินเหือดแห้ง พลังงานฟอสซิลร่อยหรอ ฯลฯ

ต่อหน้าปัญหาเหล่านี้คนมักจะแบ่งออกเป็นสองค่ายตรงข้าม ฝ่ายหนึ่งก่นด่าระบบทุนนิยมตลาดเสรีอย่างรุนแรงว่าเป็น “ตัวการ” ที่ก่อให้เกิดปัญหาทั้งมวล และดังนั้นจึงต้องโละทิ้ง หาระบบใหม่ที่ยั่งยืนกว่า อีกฝ่ายก่นด่ารัฐบาลว่าเชื่องช้าบวกคอร์รัปชั่น ไม่มีทางแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที สู้ปล่อยให้ตลาดเสรีใช้กำไรสร้างแรงจูงใจให้รับมือกับปัญหาไม่ได้ ยิ่งธุรกิจเป็นตัวการเท่าใด ธุรกิจยิ่งต้องมองเห็นอนาคตอันมืดมน คิดค้นนวัตกรรมและใช้กลไกตลาดในการแก้ปัญหาเท่านั้น
Read the rest of this entry »

Popularity: 1% [?]

สวัสดี “ปีสิ้นโลก” & สรุปสิ่งที่ได้ทำ-ทำไม่สำเร็จ ปี 2011

ลาทีปีกระต่ายเมาหมัด ปีหน้าก็เข้าสู่ปีที่เขาว่ากันว่าจะ “สิ้นโลก” แล้ว แต่ไม่ว่าใครจะอยู่หรือจะไป เราคงรู้กันชัดเจนถ้วนหน้าแล้วว่าโลกนี้ “อยู่ยาก” ขึ้นทุกวัน – มาดูกันว่าใครจะปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ที่ไม่เหมือนเดิมก่อนกัน

ปีนี้ (2011) เป็นปีที่ผ่านไปเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ คงเป็นเพราะว่ามีงานเยอะมาก งานบางอย่างก็ทำสำเร็จ บางอย่างก็ทำไม่สำเร็จ ปีหน้าจะต้องจัดเวลาให้ดีกว่านี้ (และต้องหัดปฏิเสธมากกว่านี้ :P )

งานที่ได้ทำในปีนี้

  • จัดเตรียมต้นฉบับสำหรับหนังสือ 9 เล่ม ตีพิมพ์เป็นหนังสือ 6 เล่ม (เขียน 4 แปล 2) ที่เหลืออีก 3 เล่ม ยกยอดไปปีหน้า
  • เขียนคอลัมน์และบทความต่างๆ รวม 70 กว่าชิ้น
  • เปิดตัวไทยพับลิก้า
  • ออกหนังสือกลอน 2 เล่ม (ในนาม สำนักพิมพ์ชายขอบ)
  • ทำซับไตเติล TEDTalk ไปประมาณ 10 เรื่อง
  • สอนหนังสือวิชา “ธุรกิจกับสังคมและชุมชน” ที่โครงการ 5 ปี คณะบัญชีฯ ธรรมศาสตร์ สองเทอม

งานที่ต้องทำแต่ทำช้ากว่ากำหนด

  • ส่งคอลัมน์บางคอลัมน์บางตอน (ขออภัยค่ะเจ้าหนี้ :( )
  • งานวิจัยเรื่องหุ้นการเมือง
  • งานแปลหนังสือ 2 เล่ม

งานที่อยากทำแต่ทำไม่สำเร็จ

  • จัดกิจกรรมเสวนาเกี่ยวกับบทกวีทุก 2-3 เดือน
  • จัดทำ Infographic บนเว็บไทยพับลิก้าให้เป็นระบบ (อันนี้ยากกว่าที่คิด เพราะต้องอาศัยทักษะของคนหลายคนและทำงานเป็นทีม ในไทยยังไม่มีใครทำได้ทุกอย่างตั้งแต่หาข้อมูล-ตีความข้อมูล-จัดการกับข้อมูล-แปลงเป็นกราฟฟิกสวยงาม ดังนั้นจึงต้องไปคิดกระบวนการอบรม/ทำ workshop และ flow การทำงานร่วมกันหลายคนต่อไป)

ปีหน้านอกจากงานจะเยอะกว่าเดิมแล้ว ยังมีงานใหม่ๆ ให้ลองทำ แต่ไม่ว่าจะไปทำอะไร จะพยายามไม่ทำให้งานเขียนและแปลเสียหาย เพราะอยากให้คนเรียกว่า “นักเขียน” มากกว่านักอะไรอื่นทั้งหมด ถ้าไม่ผลิตงานเขียน/แปลออกมาเรื่อยๆ ก็คงจะไม่คู่ควรกับคำคำนี้ :P

พร้อมกันนี้ก็ขออวยพรปีใหม่แด่ผู้อ่านบล็อก “คนชายขอบ” ทุกท่าน ปีหน้าจะเป็นปีที่ยากลำบากอีกปีหนึ่ง เตรียมพร้อมรับสถานการณ์กันนะคะ ;)

(ป.ล. ถ้าใครอยากคุยด้วย ไปคุยกันบน เพจเฟซบุ๊ค หรือ ทวิตเตอร์ @Fringer ดีกว่า เพราะใช้โซเชียลมีเดียเป็นหลักแล้ว บล็อกนี้เอาไว้คอยอัพเดทข่าวคราวหนังสือและบทความสัพเพเหระนานๆ ที ที่ไม่เข้ากับคอลัมน์ที่เขียนอยู่เท่านั้น)

Popularity: 1% [?]

เกมผจญภัยบน PC ดีที่สุดที่ได้เล่นในรอบปี

วิกฤตน้ำท่วมกรุงยังไม่ซา ถึงแม้บ้านจะ(ยัง)ไม่ท่วมก็รวบรวมสมาธิทำงานได้อย่างยากเย็น ช่วงนี้เลย “มีเวลา” เล่นเกมมากเป็นพิเศษ ทั้งเกมคอมพิวเตอร์และบอร์ดเกม เลยอยากรวบรวมเกมคอมพิวเตอร์ที่ดีที่สุดที่ได้เล่นในรอบปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่ ต.ค.53) คือทั้งสนุก ได้แง่คิด และคุ้มราคา (ไม่ใช่ $20 แต่เล่นแป๊บเดียวจบ) มาแนะนำคอเกมทุกท่าน รวมทั้งคนที่ไม่ใช่คอเกมแต่อยากรู้ว่าเกมคอมสมัยนี้ “โต” ขึ้นขนาดไหนแล้ว :)

คลิ้กที่ชื่อเกมหรือรูปเพื่อไปที่เว็บเกมค่ะ ทุกเกมยกเว้น A New Beginning เป็น digital download สามารถสั่งซื้อออนไลน์แล้วโหลดมาเล่นได้ทันที

1. To The Moon ($11.99, Freebird Games) – ไม่ค่อยมี “เกม” เท่าไหร่ เป็น “นิยายภาพเคลื่อนไหว” มากกว่า แต่พล็อตของเกมนี้ดีที่สุดในรอบหลายปีเลยทีเดียว เอาไปทำเป็นหนังใหญ่ได้สบายๆ ไม่นับว่า soundtrack ก็เพราะมาก (ตอนนี้นั่งฟังทุกสัปดาห์)

To The Moon

2. The Book of Unwritten Tales ($29.99, King Art) – เกมผจญภัยแนวแฟนตาซีที่เจ๋งที่สุดที่ได้เล่นในรอบหลายปี ใครคิดถึงเกมคลาสสิกอย่าง Monkey Island หรือ Simon the Sorcerer ไม่น่าพลาด

The Book of Unwritten Tales

3. A New Beginning ($29, Daedalic Entertainment) – “eco-thriller” (เกมระทึกแนวรักษ์โลก) เกมแรกที่เข้าท่าและพล็อตสนุกน่าติดตาม ให้เราเดินทางย้อนเวลาไปแก้ปัญหาโลกร้อนด้วยเทคโนโลยีผลิตพลังงานจากสาหร่ายทะเล

A New Beginning

Read the rest of this entry »

Popularity: 1% [?]

คลิป “ความเหลื่อมล้ำฉบับพกพา” | หนังสือผู้เขียนในงานมหกรรมหนังสือ ’54

โพสนี้จับฉ่ายเล็กน้อย ขออภัยค่ะ ช่วงนี้พอมีเวลาหายใจ เลยรีบอัพบล็อกก่อนที่จะหายไปจมอยู่ใต้กองงาน (และบอร์ดเกม :P ) รอบใหม่

เรื่องแรก แนะนำคลิปวีดีโอที่สรุปเนื้อหาบางส่วนจาก “ความเหลื่อมล้ำฉบับพกพา” และแนะนำเฟซบุ๊กเพจของทีมงาน V-Reform (เครือข่ายวิชาการเพื่อการปฏิรูป) ค่ะ –

หนังสือ “ความเหลื่อมล้ำฉบับพกพา” เขียนเมื่อต้นปีให้กับสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย ดาวน์โหลดเวอร์ชั่น PDF และ epub ได้จากบล็อกนี้ค่ะ

เรื่องที่สอง งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 16 ที่ศูนย์สิริกิติ์จะเริ่มวันที่ 5 ต.ค. นี้แล้ว งานมีไปจนถึงวันที่ 16 ต.ค. นี้ค่ะ –

1. งานมหกรรมฯ ปีนี้มีหนังสือใหม่ของตัวเองออกทันเล่มเดียว คือ ความยุติธรรม แปลจาก Justice โดย Michael Sandel ซื้อได้ที่บูธ สนพ.โอเพ่นเวิลด์ส บูธ N27 โซน C1 ดูรายละเอียดหนังสือและคำนำผู้แปลได้ที่ โพสนี้บนบล็อกค่ะ

2. สนพ.ชายขอบ ซึ่งตีพิมพ์แต่บทกวี มีหนังสือใหม่ 2 เล่มที่ออกในงาน คือ ในท้องปลาวาฬ โดย มูฮัมหมัดฮาริส กาเหย็ม ฉบับพิมพ์ครั้งที่สอง กับ วรรณรูป: ตรึงตากลบท โดย วิภาส ศรีทอง ฉบับพิมพ์ครั้งแรก หาซื้อทั้งสองเล่มและหนังสือกลอนเล่มอื่นๆ ของสำนักพิมพ์ ในงานได้ที่บูธ N27 โซน C1 ค่ะ ดูปกได้ที่ โพสนี้บนบล็อก

3. หนังสือใหม่หนึ่งเล่มซึ่งมีบทความที่เขียนลง คือ OCTOBER 11: Sex Issue ซื้อได้ที่ สนพ.โอเพ่นบุ๊กส์ บูธ K 06 Plenary Hall เล่มนี้ออกไม่ทันวันแรกๆ ของงาน แต่น่าจะทันกลางงานค่ะ

4. หนังสือเล่มก่อนๆ ของผู้เขียน (ดูรายชื่อได้จากหน้า Writings บนบล็อกนี้) หาซื้อในงานได้จากบูธของสำนักพิมพ์ที่จัดพิมพ์หรือสายส่งค่ะ หลักๆ คือ โอเพ่นบุ๊กส์ มติชน สามสี กรุงเทพธุรกิจ/เนชั่น และเคล็ดไทย

5. ปีนี้ไม่มีคิวแจกลายเซ็นนะคะ แต่จะไปงานหลายวันในฐานะนักอ่าน ถ้าสนใจติดตามว่าผู้เขียนซื้อหนังสืออะไรบ้าง ติดตามได้จาก Twitter @fringer ค่ะ เพราะซื้อเล่มไหนจะถ่ายรูปขึ้นเว็บตามระเบียบ :)

หวังว่าจะได้เจอกันในงานหนังสือ :D

Popularity: 24% [?]

หนังสือใหม่จาก สนพ.ชายขอบ ในงานมหกรรมหนังสือ ต.ค. นี้

แจ้งข่าวดีสำหรับมิตรรักนักกลอนค่ะ ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ 5-16 ต.ค. นี้ ที่ศูนย์สิริกิติ์ สำนักพิมพ์ชายขอบจะมีหนังสือกลอนออกใหม่สองเล่ม คือ ในท้องปลาวาฬ โดย มูฮัมหมัดฮาริส กาเหย็ม ฉบับพิมพ์ครั้งที่สอง กับ วรรณรูป: ตรึงตากลบท โดย วิภาส ศรีทอง ฉบับพิมพ์ครั้งแรก

ก่อนงานเริ่มจะมาอัพเดทโพสนี้อีกครั้งด้วยรายละเอียดหนังสือนะคะ งานปีนี้ สนพ.ชายขอบ มีบูธกับเขาด้วย คือ N27 โซน C1 แบ่งบูธร่วมกับ สำนักพิมพ์โอเพ่นเวิลด์ส ซึงทำหนังสือคนละแนวกันเลยแต่บังเอิญมีผู้ร่วมก่อตั้งซ้ำกัน :P

ระหว่างนี้ขอเชิญชมหน้าปกหนังสือใหม่สองเล่มไปพลางๆ ก่อน คลิกที่ปกเพื่อขยาย :D

ในท้องปลาวาฬ

Popularity: 1% [?]

[UPDATE 15/12] “ความยุติธรรม” โดย Michael Sandel + คำนำผู้แปล

หนังสือแปลเล่มใหม่ค่ะ ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์โอเพ่นเวิลด์ จะออกในงานหนังสือ 5-16 ต.ค. นี้ ที่ศูนย์สิริกิติ์ เอาไว้ใกล้งานจะมาโพสรายละเอียดอีกที :) หลังงานหนังสือสั่งซื้อออนไลน์ได้จาก เว็บสำนักพิมพ์โอเพ่นบุ๊กส์ หรือ เว็บซีเอ็ด (คลิกที่รูปเพื่อดูขนาดเต็มทั้งปกหน้าและปกหลัง)

ความยุติธรรม

งานหนังสือ ต.ค. นี้น่าจะมีหนังสือใหม่แค่เล่มนี้เล่มเดียว แต่หลังจบงานหนังสือน่าจะมี 2 เล่มที่ออกทันสิ้นปีนี้ ต้องลุ้นกันเล็กน้อย :D

คำนำผู้แปล

ความขัดแย้งแบ่งสีในสังคมไทยปะทุขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 บานปลายสืบเนื่องนานหลายปีโดยยังไม่มีวี่แววว่าจะสร่างซา ประเทศไทยเดินดุจเรือไร้หางเสือผ่านรัฐประหาร รัฐบาลนอมินี รัฐบาลอำมาตย์ พลิกกลับมาเป็นรัฐบาลโคลนนิ่งกลางปี 2554 ความยุติธรรมในสังคมยังดูเป็นอุดมคติอันไกลโพ้น ขณะที่ความอยุติธรรมชัดแจ้ง ฝากรอยแผลทางกายและในใจคนอย่างท่วมท้นขึ้นเรื่อยๆ จนคำกล่าวที่ว่า “คุกไทยมีไว้ขังคนจน” ดูเป็นสัจธรรมอันยากสั่นคลอน

อย่างไรก็ดี คุณูปการประการหนึ่งของความอึมครึมและแตกแยกในสังคม คือ คำว่า “ความยุติธรรม” ถูกพูดถึงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในแทบทุกระดับชั้น ตั้งแต่ผู้นำประเทศจนถึงคนเดินดิน แม่ค้าถกเรื่อง “ตุลาการภิวัตน์” กับลูกค้าระหว่างตักข้าวแกงใส่จาน คนทั่วไปโดยเฉพาะผู้ใส่เสื้อสีที่ “ตื่นตัวทางการเมืองอย่างฉับพลัน” ในวาทะของอาจารย์เกษียร เตชะพีระ ถกเถียงเรื่องความยุติธรรมทางสังคมอย่างหน้าดำคร่ำเครียด และบางทีก็ถึงขั้นลงไม้ลงมือ

แต่ไม่ว่าเราจะถกเรื่องความยุติธรรมกันมากเพียงใด สิ่งที่ยังพบเห็นได้น้อยมากในทัศนะของผู้แปลคือ การถกเถียงที่รอบด้าน เคารพซึ่งกันและกัน และพยายามให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย อันล้วนเป็นปัจจัยที่จำเป็นต่อการเดินสู่ “ความยุติธรรม” ที่แท้จริง
Read the rest of this entry »

Popularity: 1% [?]

[Fwd mail] โปรแกรมการตอบคำถามหุ่นยนต์นายกหญิงตัวแรกของโลก

เพื่อนส่งฟอร์เวิร์ดเมลมาให้ แบ่งปันความขำค่ะ ;D

—-

สวนดุสิตโพย ได้สำรวจโปรแกรมการตอบคำถามหุ่นยนต์นายกหญิงตัวแรกของโลก พบว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ได้ตอบคำถามตามโพยสำรวจดังนี้

1. ถามเรื่องการบริหาร ตอบว่า ทุกอย่างต้องคำนึงถึงพี่น้องประชาชนส่วนรวม
2. ถามเรื่องกฎหมาย ตอบว่า ทุกอย่างต้องอยู่บนความถูกต้องของกฎหมาย
3. ถามเรื่องนโยบาย ตอบว่า ทุกอย่างต้องดูในรายละเอียด
4. ถามเรื่องรายละเอียด ตอบว่า ทุกอย่างต้องเป็นหน้าที่สภา
5. ถามเรื่องสภา ตอบว่า ทุกอย่างไม่เกี่ยวกับนายกทักษิณ
6. ถามเรื่องทักษิณ ตอบว่า ทุกอย่างไม่เกี่ยวกับรัฐบาล
7. ถามเรื่องรัฐบาล ตอบว่า ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน
8. ถามเรื่องประชาชน ตอบว่า กำลังดำเนินการแก้ไข
9. ถามเรื่องวิธีแก้ไข ตอบว่า ตอนนี้ยังบอกไม่ได้
10. ถามว่าทำไมบอกไม่ได้ ตอบว่า ทุกอย่างเป็นหน้าที่สภา
11. ถามย้ำไปย้ำมา ตอบว่า ขอตัวก่อนนะคะ (จะแฮงค์แล้วค่า)

หมายเหตุ กรณีที่คำถามยากเกินไปมันจะ auto program นำคำตอบ 1-11 มารวมกัน โดยไม่สนใจว่าคำถามจะเป็นยังไง เช่น “… แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องดูในรายละเอียด และการปรึกษาหารือในรัฐบาล ไม่ค่ะ เป็นการตัดสินใจของรัฐบาล ท่านนายกทักษิณไม่เกี่ยวค่ะ ทุกอย่างต้องคำนึงถึงความถูกต้องตามกฎหมายและพี่น้องประชาชนที่ไว้วางใจเราค่ะ ..ค่ะ ตอนนี้กำลังดำเนินการอยู่ค่ะ..ยังคงบอกอะไรในรายละเอียดไม่ได้ ต้องรอหารือในสภา ..ค่ะ ๆ ขอตัวก่อนนะคะ”

Popularity: 1% [?]

บอร์ดเกมที่รัก กับคอลัมน์ “เล่นจนเป็นเรื่อง”

ผู้เขียนเป็นคนชอบเล่นเกมหลากหลายแนวตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่หมากฮอส หมากรุก (เล่นกับพ่อเป็นหลัก) โตมาหน่อยก็เล่นเกมไพ่สารพัดชนิด เกมคอมพิวเตอร์เกมแรกที่จำได้ว่าเล่นคือ Cosmic Crusader สี่สีสวยงามบนเครื่อง IBM XT ตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยก พอไปเรียนต่อเมืองนอกก็ชอบเล่นเกม RPG เช่น Dungeons & Dragons ที่ต้องมีคนนำเกมเก่งๆ เล่นทีหมดเวลาเป็นวันๆ ชอบเล่นเกมคอมพิวเตอร์มากจนทำเว็บไซต์เกี่ยวกับเกมชื่อ Home of the Underdogs (HOTU) ในปี 1998 สมัยเรียนโทอยู่ที่อเมริกา เน้นรีวิวเกมดีที่ขายไม่ค่อยดีและมีให้ดาวน์โหลดกว่า 5,000 เกม ก่อนที่จะปิดมันไปในปี 2008 เพราะเว็บโฮสล้มละลายและเจ้าของก็ไม่มีเวลาดูแลต่อตั้งแต่ผันตัวมาเป็นบล็อกเกอร์และนักเขียน (อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับเว็บนี้ได้ที่เว็บ Review with Extreme Prejudice (ภาษาอังกฤษ เป็นบทสัมภาษณ์ที่ยาวมาก) และบนบล็อกนี้ (เขียนไว้นานแล้ว ภาษาอังกฤษอีกเหมือนกัน))

หลังจากที่ไม่ได้ทำ HOTU แล้ว ก็ไม่รู้สึกว่าอยากทำเว็บอะไรเกี่ยวกับเกมอีก แต่ยังเล่นเกมอย่างต่อเนื่องทุกครั้งที่มีเวลาว่าง สามปีก่อนเคยเขียนคอลัมน์ชื่อ Serious Game เกี่ยวกับเกมคอมพิวเตอร์ที่ “สอน” ประเด็นสังคม เศรษฐกิจ หรือสิ่งแวดล้อม ให้กับนิตยสาร ฟิ้ว แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้เขียนอีก

…จนได้มารู้จักกับบอร์ดเกม (เกมกระดาน) สมัยใหม่ และตกหลุมรักเกมประเภทนี้อย่างจังราวต้นปี 2554 ที่ผ่านมานี่เอง

Tobago Middle Earth Quest

Read the rest of this entry »

Popularity: 1% [?]

วิธีการเสนองานเขียนหรืองานแปลให้ สนพ.

เนื่องจากทุกเดือนจะมีคนเขียนอีเมลมาถามว่า ถ้าอยากเขียน/แปลหนังสือต้องทำอย่างไร เลยถามพลอยแสง บ.ก.ผู้น่ารักว่ามีไหม คนที่เขียน FAQ เรื่องนี้ไปแล้ว เพราะมันน่าจะมีสิ ว่าแล้วพลอยก็จัดแจงถามพี่พจจี้ นักแปลผู้น่ารัก และพี่พจจี้ก็ไปขุดจากกรุกระทู้เก่าๆ ในพันทิปมาให้ เลยเอามาแปะในนี้เพื่อใช้เป็นลิงก์สำหรับทุกคนที่สนใจจะเขียนหรือแปลหนังสือ เพราะคนตั้งกระทู้นี้คือคุณไอซ์เรียบเรียงได้ชัดเจนดีทีเดียว ขอขอบคุณพลอย พี่พจจี้ และคุณไอซ์ ไว้ ณ ที่นี้ :D

นอกเหนือจากวิธีการเสนองาน ผู้เขียนมีข้อแนะนำเพิ่มเติมสั้นๆ สำหรับคนที่อยากแปลหนังสือดังต่อไปนี้ -
1. ไม่มีประโยชน์ที่จะส่งอีเมลเกริ่นแนะนำตัวเองยาวเหยียด แนบ CV สวยหรูให้กับสำนักพิมพ์ พรรณนาโวหารว่าทำไมถึงอยากแปล เป็นแฟนสำนักพิมพ์มานานขนาดไหน ฯลฯ ถ้าคุณไม่แนบตัวอย่างงานแปลให้เขาดูด้วย เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดที่สำนักพิมพ์อยากรู้คือ ฝีมือการแปลของคุณ ดังนั้นแทนที่จะใช้เวลาเรียบเรียงอีเมล ไปหาหนังสือที่เราอยากแปลมาแปลบทแรกๆ ส่งไปดีกว่า หรือถ้าไม่มีหนังสือในใจที่อยากแปล ก็ควรแปลบทความแนวที่คุณอยากแปล (แต่อย่างที่คุณไอซ์แนะนำด้านล่าง ว่าไม่ควรสั้นกว่า 10 หน้า)
2. ควรเลือกสำนักพิมพ์ที่ถนัดพิมพ์หนังสือแนวที่คุณอยากแปล เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาทั้งสองฝ่าย
3. การเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องใดเรื่องหนึ่งไม่ได้แปลว่าคุณจะแปลหนังสือเรื่องนั้นๆ ได้ดี เพราะหนังสือแปลที่ดีต้องอาศัยทักษะด้านภาษาไม่น้อยไปกว่าความรู้ในสาขาใดสาขาหนึ่ง นักการเงินอาชีพอาจแปลหนังสือการเงินไม่รู้เรื่อง แพทย์อาชีพอาจแปลหนังสือแพทย์ไม่รู้เรื่อง ฯลฯ ดังนั้น นักแปลจึงควรเคารพในวิจารณญาณของบรรณาธิการ และถ่อมตนอยู่เสมอ พึงระลึกว่าคุณอาจเป็นมืออาชีพขั้นเทพในวงการของคุณ แต่ในวงการหนังสือคุณยังเป็นเด็กแบเบาะเดินเตาะแตะอยู่เลย :)


วิธีการเสนองานเขียน/แปลให้ สนพ.
โดยคุณ Clear Ice

เนื่องจากมีการตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับการเสนองานเขียนให้สนพ. บ่อยครั้ง ก็เลยคิดว่า จะลองทำกระทู้ที่ตอบคำถามหลายๆ อย่าง ที่คนอยากส่งงานเขียนถามบ่อยๆ ดูนะคะ ต้องออกตัวไว้ก่อนว่า ที่เขียนต่อไปนี้ เก็บมาจากประสบการณ์ส่วนตัว ของคนรอบข้าง และการศึกษาตามเว็บไซต์ สนพ. และกระทู้ต่างๆ ค่ะ ถ้าหากมีข้อผิดพลาด รบกวนผู้รู้ช่วยกรุณาท้วงติงด้วยนะคะ จะได้เป็นประโยชน์ต่อๆ ไปค่ะ

วิธีการเสนองานเขียน

เมื่อมีต้นฉบับที่เขียนเสร็จแล้วอยู่ในมือ โดยแน่ใจว่า เป็นต้นฉบับที่เขียนขึ้นเอง ไม่ได้ลอกเลียนคนอื่นมา ก็ดำเนินการดังต่อไปนี้ค่ะ

1. เลือก สนพ.

มักมีคำถามบ่อยๆ ว่า ถ้าเขียนงานเขียนชนิดนี้ขึ้นมา จะต้องส่ง สนพ.ไหน อยากแนะนำให้ผู้มีต้นฉบับลองใช้เวลาเดินดูตามร้านหนังสือสักนิดค่ะว่า มีสนพ.ไหนบ้าง ที่ตีพิมพ์เรื่องแนวเดียวกับที่คุณเขียนอยู่ นั่นก็แปลว่า สนพ.มีแนวโน้มที่จะรับงานเขียนแนวนั้นมากกว่า สนพ.อื่น ควรเลือกส่งแนวเรื่องให้ตรงกับที่ สนพ. ต้องการ ไม่อย่างนั้น อาจจะทำให้เสียเวลาในการส่งต้นฉบับค่ะ

คำถามต่อมาที่มักจะพบบ่อยๆ คือ “ส่งต้นฉบับให้หลายๆ สนพ. ได้ไหม”

คำตอบคือ “ไม่ควรค่ะ”

นี่เป็นมารยาทในการส่งต้นฉบับ สิ่งที่ควรทำคือ เลือกสนพ.ที่คุณอยากพิมพ์งานด้วยมากที่สุดก่อน และส่งงานไป สอบถามไปว่า สนพ.ใช้ระยะเวลาในการพิจารณาต้นฉบับนานแค่ไหน หลังจากนั้นก็รอค่ะ ถ้าครบกำหนดพิจารณาแล้ว ยังไม่ได้รับข่าวสาร ให้สอบถามไปยังสนพ.นั้น หากมีการเลื่อนการพิจารณา ก็สอบถามว่า จะเลื่อนนานแค่ไหน

ถ้าหากคิดว่ารอได้ก็รอค่ะ แต่ถ้าคิดว่า ไม่อยากรอแล้ว ให้ถอนเรื่องออกจากสนพ.นั้น เพื่อส่งสนพ.อื่นต่อไป

เหตุผลที่ไม่สมควรส่งต้นฉบับ “หว่าน” ไปทุกสนพ.นั้น ก็เพราะว่า หากคุณได้รับการพิจารณาว่า “ผ่าน” พร้อมๆ กันทุกสนพ. จะเกิดปัญหาขึ้นมาได้ค่ะ
Read the rest of this entry »

Popularity: 1% [?]

เราใช้ทวิตเตอร์กับเฟซบุ๊กแตกต่างกันอย่างไร?

ขออภัยทุกท่านที่ว่างเว้นจากเขียนบล็อกไปนาน เหตุเพราะ 1. งาน(เขียน,แปล,วิจัย,สอน,อื่นๆ)ยุ่งมาก 2. สิ่งที่อยากเขียนมักจะเป็นสิ่งที่ไประบายในคอลัมน์ประจำต่างๆ ได้อยู่แล้ว และ 3. เวลาที่เหลือก็เอาไปเล่นบอร์ดเกมเสียหมด (ติดงอมแงมจนจะเริ่มคอลัมน์ใหม่เกี่ยวกับเสน่ห์ของบอร์ดเกมเร็วๆ นี้ :) )

เนื่องจากตอนนี้ใช้เฟซบุ๊กกับทวิตเตอร์ค่อนข้างมาก (ตลอดเวลาที่นั่งทำงาน คือนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์และต่อเน็ต) ก็เลยอยากเขียนบันทึกสั้นๆ ว่าผู้เขียนใช้สองสิ่งนี้ต่างกันอย่างไร ใครอยากแลกเปลี่ยนเชิญโพสในกล่องคอมเม้นท์ด้านล่างนะคะ :)

ทวิตเตอร์ (@fringer) ใช้บ่อยที่สุดเพราะโพส (ทวีต) ข้อความได้ทีละสั้นๆ ไม่เกิน 140 ตัวอักษร ทวิตเตอร์ให้อารมณ์เหมือนกับวงสนทนาในห้องครัว(สำนักงาน)หรือหน้าตู้กดน้ำดื่ม คือใครผ่านไปมาก็กวักมือคุยกันเพลินๆ ได้ แต่ไม่ใช่วงคุยจริงจังลงลึกในรายละเอียด ด้วยข้อจำกัดของตัวอักษรและการที่หน้าทวิตเตอร์ (timeline) วิ่งตลอดเวลา ติดแท็ก (tag คือคำหลังเครื่องหมาย # ใช้สืบค้นย้อนหลัง) ช่วยติดตามบทสนทนาได้ แต่มันก็คุยอะไรจริงจังไม่ได้อยู่ดี (แต่ก็ไม่เป็นไร ทวิตเตอร์มีประโยชน์ตรงที่สั้นและเร็ว ใครอยากคุยจริงจังไปเขียนบล็อกหรือโพสบนเฟซบุ๊กดีกว่า)

เท่าที่สังเกตดู เนื้อหาของตัวเองในทวิตเตอร์มีอยู่แค่ห้าประเภทเท่านั้น คือ 1. ทวีตข้อความสั้นๆ ที่แว่บเข้ามาในหัว (โดยมากมักจะเป็นการบ่นกระปอดกระแปดสัพเพเหระเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปเรื่อย), 2. กระจายข้อมูลหรือความคิดเห็นที่น่าสนใจของคนอื่น (รีทวีต ย่อว่า RT) 3. ทวีตคำคมสั้นๆ ที่ชอบพร้อมคำแปลภาษาไทย เท่ากับฝึกแปลไปในตัว 4. ทวีตลิงก์บทความ คลิปวีดีโอ หรือเนื้อหาอื่นๆ บนเว็บที่เห็นว่าน่าสนใจ (ส่วนใหญ่จะไปแชร์บนเฟซบุ๊กด้วย) และ 5. ทวีตบอกว่าตอนนี้กำลังอะไร เช่น ถ้าทวีตว่า “รู้ทันตลาดทุน #48” แปลว่ากำลังเขียนคอลัมน์ รู้ทันตลาดทุน ตอนที่ 48

เมื่อไม่กี่เดือนก่อนเริ่มใช้ Instagram โปรแกรมถ่ายรูปในไอโฟนที่ใช้สนุกมาก เพราะฟิลเตอร์ต่างๆ ทำให้คนถ่ายรูปไม่เก่งอย่างผู้เขียนดูดีขึ้นมาทันตาเห็น ตอนนี้ตั้งค่าโปรแกรมให้มันทวีตรูปล่าสุดที่ถ่ายด้วย (พร้อมกับดึงไปเก็บใน Flickr ของผู้เขียน ทุ่นเวลาอัพโหลดอีกที) แต่ปกติจะถ่าย Instagram เฉพาะเวลาไปเที่ยว ได้กินอะไรอร่อยๆ หรือเล่นบอร์ดเกม (เพราะบอร์ดเกมหลายเกมบอร์ดสวย ถ่ายรูปออกมาสวยน่าเล่น) ใครที่ตาม Instagram เลยอาจจะงงว่าชีวิตของเจ้านี่มีแต่เรื่องพวกนี้เท่านั้นหรือ :P (ใครไม่มีไอโฟนสามารถดูรูปถ่ายและความเห็นได้จากเว็บ Webstagram)

เฟซบุ๊ก (เพจ SarineeA) เปิดเพจนี้ขึ้นมาเพราะปีที่แล้วถึงจุดที่ user account เต็ม 5,000 คน ทำให้เกิดความอิหลักอิเหลื่อเพราะเพื่อนที่รู้จักกันจริงๆ แอดมาไม่ได้ ตอนนี้เลยใช้เพจนี้เป็นหลักในการแปะเนื้อหาที่น่าสนใจ พูดคุยกับคน บ่นเล็กบ่นน้อย (หลายอันลิงก์มาจากทวีตอีกที) ส่วน account ของตัวเองจริงๆ ก็เก็บไว้คุยกับคนที่รู้จักกันจริงๆ เท่านั้น

ถ้าเปรียบเทียบกับทวิตเตอร์ เฟซบุ๊กเป็น “แวดวงสังคม” ของเราจริงๆ คือให้เราคุยกับคนรู้จักจริงๆ มากกว่า ส่วนทวิตเตอร์ช่วยให้เราติดตามและคุยกับคนน่าสนใจได้โดยที่เราไม่ต้องรู้จัก มีฝรั่งคนหนึ่ง (จำไม่ได้ว่าใคร) เขียนบล็อกเมื่อไม่นานมานี้ว่า เฟซบุ๊กเอาไว้คุยกับคนที่เรารู้จักแต่ไม่อยากรู้จัก ส่วนทวิตเตอร์เอาไว้คุยกับคนที่เราไม่รู้จักแต่อยากรู้จัก – สรุปได้ชัดเจนดี :D

เฟซบุ๊กกับทวิตเตอร์เป็นประโยชน์มากสำหรับบล็อกเกอร์ที่ไม่มีเวลาเขียนเนื้อหาที่ยาวพอเป็นโพสขึ้นบล็อก (โดยที่ตัวเองไม่กระอักกระอ่วน) แต่อยากคุยกับคนอ่านหรือแชร์เนื้อหาที่น่าสนใจจากที่อื่น ฉะนั้นถ้าใครอยากคุยกันสั้นๆ มาคุยกันในทวิตเตอร์ ถ้าใครอยากคุยยาวๆ ก็เชิญที่เฟซบุ๊กนะคะ :)

(หมายเหตุ: ส่วน Google+ ตอนนี้เพิ่งเริ่มใช้ ยังงงกับมันอยู่ แต่ดูน่าใช้มาก เมื่อไหร่ใช้คล่องแล้วจะมาเล่าว่าเป็นอย่างไร)

Popularity: 1% [?]

ความเหลื่อมล้ำฉบับพกพา เวอร์ชัน epub + ข้อแนะนำ

หลังจากที่ใช้เวลานานนับเดือน ในที่สุด ความเหลื่อมล้ำฉบับพกพา เวอร์ชัน epub สำหรับอ่านบน iPhone, iPad, smart phone รุ่นต่างๆ ก็เสร็จสมบูรณ์ ดาวน์โหลดได้ที่นี่ค่ะ [.epub, 2.8MB]

ขอขอบคุณคุณสัญญพงศ์ แฟนหนังสือผู้อาสาแปลงไฟล์ให้อย่างเรียบร้อยและสวยงาม เวอร์ชันนี้ดีกว่าหนังสือและ PDF ซึ่งเคยเผยแพร่ไปแล้วก่อนหน้านี้มาก เพราะแปลงจากต้นฉบับสี่สี ทำให้กราฟและแผนภาพต่างๆ สวยงามและอ่านง่ายกว่าในหนังสือและ PDF :)

คุณสัญญพงศ์ฝากข้อแนะนำสำหรับผู้ใช้ iPhone หรือ iPad ค่ะ – default การจัดหน้าของโปรแกรม iBooks จะเป็นแบบ Full justified ซึ่งจะทำให้การตัดคำภาษาไทยด้วย Zero-Width Space ที่ใช้ดูไม่ค่อยสวยนัก แนะนำให้ผู้อ่านตั้งค่าเป็นแบบ Left align แล้วการอ่านจะเป็นแบบที่เห็นในรูปที่สอง

ถ้าตั้งค่า Full justified จะเป็นแบบนี้ –

Full Justified

ถ้าตั้งค่า Left align จะเป็นแบบนี้ –

Left align

หน้าสารบัญ:

contents

Popularity: 1% [?]

slidecast เรื่องอินเทอร์เน็ต กิจการเพื่อสังคม การเงินที่ยั่งยืน และอำนาจเหนือตลาดของธุรกิจหลักทรัพย์

เอาสไลด์กับไฟล์เสียงบรรยายเก่าๆ (1-2 ปีที่ผ่านมา) อีก 4 เรื่องมาทำเป็น slidecast แล้ว ขอเชิญรับชม+ฟังได้ตามสบาย ที่จริงหัวข้อเหล่านี้ได้รับเชิญไปบรรยายอยู่เนืองๆ แต่ไม่ค่อยอยากไปบรรยายแล้วค่ะเพราะ 1) พูดไปเยอะแล้ว 2) ไม่มีเวลา และ 3) เขียนเป็นบทความและรวมเล่มเป็นหนังสือต่างๆ ไปมากกว่าพูด ดังนั้นถ้าใครอยากเชิญไปบรรยายในหัวข้อเหล่านี้ ขอเชิญเอา slidecast ไปฉายหรือเผยแพร่ในเว็บของท่านดีกว่า ฉายได้ตามสบายโดยไม่ต้องขออนุญาต เพราะใช้ Creative Commons :)

1. อินเทอร์เน็ตในฐานะ “สื่อสังคม” และกลไกการกำกับดูแลกันเองของชุมชนเน็ต, 25 มกราคม 2552

2. กิจการเพื่อสังคม (social enterprise): เปิดโมเดลต้นแบบ SE โลก – SE ไทย, 20 ตุลาคม 2553

Read the rest of this entry »

Popularity: 1% [?]

[UPDATE 11/6] ข้อคิดเห็นสั้นๆ เกี่ยวกับกฎหมายอาญา มาตรา 112

เมื่อเช้าต้องเข้ารายการ “เช้าทันโลก” FM96.5 เกี่ยวกับที่ไปลงนามในจดหมายเปิดผนึกร่วมกับเพื่อนนักเขียน เรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายมาตรา 112 แต่สัญญาณโทรศัพท์ห่วยมาก ขออภัยทุกท่านที่ฟัง FM96.5 ค่ะ

ข้อมูลสำหรับผู้สนใจ: ถาม-ตอบว่าด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ ข้ออ้างของฝ่ายที่สนับสนุนให้คงมาตรา 112 ไว้ดังเดิม

[UPDATE 11/6] ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา พิธีกรรายการ “ตอบโจทย์” ไทยพีบีเอส สัมภาษณ์คุณอานันท์ ปันยารชุน เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2554 คุณอานันท์ (ซึ่งคงไม่มีใครเข้าใจผิดว่าเป็นพวก “ล้มเจ้า”) อธิบายปัญหาของคนจำพวก “ultra royalist” และปัญหาของมาตรา 112 ค่อนข้างชัดเจน ขอเชิญรับชม และอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ที่ หน้านี้ของโอเพ่นออนไลน์ :)

สรุปประเด็นสั้นๆ ที่ต้องการจะพูดแต่ไม่ได้พูดในรายการ “เช้าทันโลก” -

1) ข้อเท็จจริง ในเรื่องนี้มีคนรับรู้น้อยมาก เนื่องจากศาลพิจารณาคดีแบบปิดลับ ไม่เปิดเผยคำพิพากษา และสื่อไม่ทำข่าว : ระหว่างปี 2548-2552 มีคนโดนคดีหมิ่นฯ และคดีอยู่ในชั้นศาล (ชั้นต้นจนถึงฎีกา) ปีละกว่า 100 คน รวม 547 คน ศาลตัดสินไปแล้ว 247 คน อยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนอีกเกือบพัน แต่สื่อไม่รายงานข่าว (ส่วนหนึ่งเพราะเคยมีสื่อรายงานแล้วถูกฟ้องไปด้วย แต่อีกส่วนคือเพราะเป็นส่วนหนึ่งของอำนาจแล้ว) คดีที่คนทั่วไปรับรู้ปัจจุบันมีแต่คดีที่ “คนดัง” ไม่กี่คนโดน เช่น ส.ศิวรักษ์ จตุพร พรหมพันธุ์ ดา ตอร์ปิโด เป็นต้น (ซึ่งสองกรณีหลังในความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนนั้น น่าจะเข้าข่ายผิดกฎหมาย)

ในเมื่อสังคมรู้เรื่องนี้น้อยมาก ทุกคดีก็สืบสวนและพิพากษาแบบปิดลับ สื่อก็ไม่รายงานข่าว สังคมจึงถกเถียงกันไม่ได้เลยว่าในจำนวนคนหนึ่งพันห้าร้อยกว่าคนที่ถูกฟ้อง (ปัจจุบันตัวเลขคงมากกว่านี้ไปแล้ว) นั้น “เข้าข่ายหมิ่นฯ จริง” กี่คน การบังคับใช้กฎหมายนี้มีปัญหามากขนาดไหน คดีบางคดีที่ผู้เขียนได้รับรู้จากการทำงานร่วมกับเครือข่ายพลเมืองเน็ต ยืนยันได้ว่าเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ หลายกรณีวิจารณ์สถาบันด้วยซ้ำ ไม่ใช่ตัวบุคคล (พระมหากษัตริย์) จึงไม่น่าจะเข้าข่ายผิดกฎหมาย แต่ปัญหาคือผู้ต้องหามีโอกาสที่จะชนะคดีน้อยมาก เพราะที่ผ่านมาแม้แต่การเขียนนิยายยังถูกฟ้องและศาลพิพากษาจำคุก (ถึงแม้นักเขียนชาวออสเตรเลียในคดีนี้จะได้รับพระราชทานอภัยโทษในภายหลัง (เหมือนกับชาวต่างชาติคนอื่นๆ) ก็ติดคุกไปหลายเดือน)

2) ปัญหาของ ตัวบท มีมากมาย: เช่น ความผิดฐาน “ดูหมิ่น” ไม่มีนิยามชัดเจน อนุญาตให้ใครก็ได้ฟ้องใครก็ได้ ไม่มี “ข้อยกเว้นความผิด” เหมือนกับกฎหมายหมิ่นประมาท กล่าวคือ ผู้ที่แม้แสดงความคิดเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตใจ ไม่สามารถอ้างเหตุใดๆ เพื่อไม่ต้องรับผิดได้ อีกทั้งไม่เปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาได้พิสูจน์ว่าสิ่งที่ตนกล่าวนั้นเป็นความจริงและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เพื่อขอให้ยกเว้นโทษ

ทั้งหมดนี้ทำให้ที่ผ่านมาหลายกรณีคนฟ้อง(ซึ่งตำรวจรับฟ้องและทำคดี) ไม่แยกแยะระหว่าง “การแสดงออกที่ไม่เหมาะสม” (ไม่ควรผิดกฎหมาย) “การวิพากษ์วิจารณ์หรือพาดพิง” (ไม่ควรผิดกฎหมาย) และ “การหมิ่นประมาทหรืออาฆาตมาดร้าย” (ผิดกฎหมายแน่ๆ)

Read the rest of this entry »

Popularity: 1% [?]

slidecast เรื่อง “ความมั่งคั่งในสังคมอุดมสุข” และ “ทุนนิยมที่มีหัวใจ”

ทำ slidecast (สไลด์ประกอบเสียงบรรยาย) สองชุดแรกในชีวิตเสร็จเมื่อคืนด้วยความภูมิใจ ไม่ยากเท่าที่คิด เลยเอามาแบ่งปันค่ะ รับชมและฟังจากบล็อกนี้ได้ตามสบาย ดูสไลด์ทั้งหมดได้ที่ หน้า Profile ใน Slideshare :)

สไลด์สองชุดนี้ห่างกัน 3 ปีครึ่ง ประเด็นส่วนใหญ่ยังคงเดิม คิดว่าเนื่องจากคนบรรยายยังสนใจเรื่องเดิม และเรื่องเหล่านี้ยัง “ใหม่มาก” ในเมืองไทย เพราะสังคมไทยรับรู้เรื่องใหม่ๆ อย่างเชื่องช้ามาก (ส่วนหนึ่งเพราะมัวแต่ขัดแย้งกัน และสื่อโดยรวมก็หมกมุ่นอยู่กับการรายงานความขัดแย้ง จนมีน้อยคนที่ติดตามว่าโลกนอกประเทศเราเขาวิ่งไปถึงไหนแล้ว)

1. ทุนนิยมที่มีหัวใจ: ทางเลือกใหม่แห่งการพัฒนา บรรยายให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต, 3 ธันวาคม 2550

2. ความมั่งคั่งในสังคมอุดมสุข บรรยายให้กับผู้นำชุมชน โครงการอบรม “ผู้นำการเปลี่ยนแปลงในขบวนองค์กรชุมชน” จัดโดยมูลนิธิสัมมาชีพ ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.), 28 พฤษภาคม 2554

ถ้าสนใจรายละเอียดเพิ่มเติม ผู้เขียนสรุปไว้ในหนังสือ ทุนนิยมมีชีวิต ธุรกิจมีหัวใจ (2553), ทุนนิยมที่มีหัวใจ (2551), ตกน้ำไม่ไหล (2550) และ To Thing Well is Good, To Think Right is Better (2549) สั่งซื้อออนไลน์ได้ด้วยการคลิ้กปกหนังสือด้านล่าง หรือสั่งในร้านได้ที่สาขาซีเอ็ด คิโนะคูนิยะ และร้านหนังสือทั่วไปค่ะ

ทุนนิยมมีชีวิต ธุรกิจมีหัวใจ ทุนนิยมที่มีหัวใจ ตกน้ำไม่ไหล To Think Well is Good, To Think Right is Better

Popularity: 1% [?]